โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Amazon ปล่อยคาร์บอนพุ่ง 6% ดาต้าเซ็นเตอร์–AI ดันใช้ไฟเพิ่ม

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 06.04 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 22.00 น.

การใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้แนวโน้มการปล่อยคาร์บอนที่เคยลดลงของบริษัทกลับกลายเป็นขาขึ้นขณะที่พนักงานระบุว่าตัวเลขทางการอาจไม่สะท้อนความจริงทั้งหมด

หลังจากที่ Amazon ลดการปล่อยคาร์บอนโดยรวมได้สองปีติดต่อกัน บริษัทรายงานว่าการปล่อยคาร์บอนเพิ่มขึ้นในปี 2024 โดยมีสาเหตุหลักจากการเร่งสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับการขยายการดำเนินการจัดส่งสินค้า

รายงานความยั่งยืนฉบับล่าสุดของบริษัทระบุว่า การปล่อยคาร์บอนรวมทั้งหมดของ Amazon ในปี 2024 อยู่ที่ 68.25 ล้านตันเมตริก เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 33% จากปี 2019 ซึ่งเป็นปีที่ Amazon เริ่มแผน Climate Pledge ที่มีเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนให้เป็นศูนย์สุทธิ (Net-Zero) ทั่วทั้งองค์กรภายในปี 2040

Amazon แบ่งการปล่อยคาร์บอนออกเป็น 3 ประเภท

การปล่อยโดยตรง (direct emissions), การปล่อยทางอ้อมจากการซื้อไฟฟ้า (indirect emissions from purchased electricity), และการปล่อยทางอ้อมจากแหล่งอื่น (indirect emissions from other sources) ซึ่งทั้ง 3 ประเภทต่างเพิ่มขึ้นทั้งหมดในปี 2024

การปล่อยโดยตรง ซึ่งเกิดขึ้นเป็นหลักจากบริการจัดส่งของบริษัท เพิ่มขึ้น 6% เทียบกับปี 2023 โดย Amazon อ้างว่ามีข้อจำกัดด้านอุปทานของรถ EV และเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำ โดยการปล่อยประเภทนี้มีทั้งหมด 15.13 ล้านตันเมตริก

การปล่อยทางอ้อม จากพลังงานที่ซื้อ เพิ่มขึ้น 1% โดยในรายงานระบุว่า เป็นผลบางส่วนจากการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้นเพื่อรองรับเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น AI โดยการปล่อยประเภทนี้คิดเป็นสัดส่วนที่น้อยที่สุดในภาพรวม อยู่ที่ 2.8 ล้านตันเมตริก

การปล่อยทางอ้อมจากแหล่งอื่น เพิ่มขึ้น 6% และคิดเป็น 74% ของการปล่อยคาร์บอนทั้งหมดของ Amazon ในรายงานระบุว่า การเพิ่มขึ้นนี้เกิดจาก การก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และการใช้เชื้อเพลิงโดยผู้ให้บริการจัดส่งภายนอกเป็นหลัก ทั้งยังระบุว่าบริษัทกำลังใช้ AI แบบสร้างสรรค์ (generative AI) แทบทุกส่วนของธุรกิจ

Amazon ระบุว่า บริษัทยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net-zero ในปี 2040 บริษัทยังอ้างว่ายังคงจับคู่ 100% ของปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ในพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์กับพลังงานหมุนเวียน ด้วยการซื้อเครดิตพลังงานหมุนเวียน (RECs)

Amazon Employees for Climate Justice ซึ่งเป็นกลุ่มพนักงานที่เรียกร้องให้บริษัทดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ระบุว่า ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เข้าใจผิด กลุ่มนี้ชี้ว่า ในพื้นที่ของสหรัฐฯ ที่มีดาต้าเซ็นเตอร์ของ Amazon มากกว่า 70% นั้น ไฟฟ้ามาจากก๊าซธรรมชาติหรือถ่านหินเป็นหลัก ขณะเดียวกัน บริษัทไฟฟ้ายังเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานเชื้อเพลิงฟอสซิลใหม่เพื่อรองรับดาต้าเซ็นเตอร์

การที่ Amazon ระบุว่า จับคู่การใช้ไฟฟ้ากับพลังงานหมุนเวียนนั้น ส่วนใหญ่เป็นการใช้ เครดิตพลังงานหมุนเวียน (renewable energy credits) ซึ่งเคยถูกวิจารณ์ว่าเป็นการ Greenwashing โดยในบางกรณี กลุ่ม Amazon Employees for Climate Justice ระบุว่า บริษัทแค่ซื้อเครดิตของพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่แล้ว ซึ่งก็จะถูกใช้อยู่ดี

ขณะที่ Bloomberg รายงานว่า หากไม่นับเครดิตเหล่านี้ การปล่อยคาร์บอนของ Amazon ในปี 2022 อาจสูงกว่าตัวเลขที่บริษัทเปิดเผยถึง 3 เท่า

อย่างไรก็ตาม Amazon ไม่ใช่บริษัทเทคโนโลยีเพียงรายเดียวที่สร้างดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อรองรับ AI โดยดาต้าเซ็นเตอร์ของ Meta ในรัฐลุยเซียนาจะต้องใช้โรงไฟฟ้าก๊าซใหม่ 3 แห่งเพื่อป้อนพลังงาน ส่วนการปล่อยคาร์บอนของ Google ในปี 2023 เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนหน้าเพราะ AI และการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่ Microsoft มีการปล่อยคาร์บอนเพิ่มขึ้น 23% ตั้งแต่ปี 2020 ด้วยเหตุผลเดียวกัน

Business Insider รายงานว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ของ Amazon มีแนวโน้มจะใช้ไฟฟ้ามากที่สุด เมื่อเทียบกับบริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่ทำการวิเคราะห์ไว้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...