โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธปท.พร้อมดูแลหากเงินบาทผันผวน-จับตาเจรจาสหรัฐ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 16.26 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 09.04 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 30 มิ.ย. – ธปท. เผยเศรษฐกิจไทย พ.ค.68 ชะลอลงต่อเนื่องถึง มิ.ย.68 หลังตัวเลขนักท่องเที่ยว-ภาคการผลิตอุตฯ ชะลอ เผยหนี้ครัวเรือนไตรมาส 1/68 ลดลงแตะ 87.4% จับตาเจรจาภาษีกับสหรัฐ ยันเงินบาทแข็งค่าสอดคล้องสกุลเงินอื่นในภูมิภาค พร้อมดูแลหากผันผวน

นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่าภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนพฤษภาคม 2568 ชะลอลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน จากการผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการด้านการค้าการขนส่ง และการท่องเที่ยว โดยการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลง เนื่องจากบางส่วนเร่งผลิตเพื่อเติมสินค้าคงคลังไปแล้วในเดือนก่อน ประกอบกับมีปัจจัยชั่วคราวจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมัน

ขณะที่รายรับการท่องเที่ยวลดลง ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง 2.9% โดยเฉพาะกลุ่มเดินทางระยะไกล (long-haul) ที่มีค่าใช้จ่ายต่อทริปสูง ด้านการลงทุนภาคเอกชนลดลง 0.6% หลังเร่งไปในเดือนก่อน ส่วนการบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.2% โดยหมวดสินค้าคงทนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ หมวดบริการปรับลดลง

สำหรับการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นมาก 18.5% โดยเฉพาะหมวดอิเล็กทรอนิกส์ตามอุปสงค์โลกที่ดีต่อเนื่อง และการเร่งส่งออกในช่วงระยะผ่อนผันการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ

สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐหดตัว 18.9% จากทั้งรายจ่ายประจำและลงทุนของ รัฐบาลกลางจากผลของฐานสูงในปีก่อนที่มีการเร่งเบิกจ่ายหลัง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 มีผลบังคับใช้

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือน พ.ค. ติดลบเพิ่มขึ้นที่ -0.57% จาก -0.22% ในเดือนก่อนหน้า จากหมวดอาหารสด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังปรับเพิ่มขึ้นตามราคาอาหารสำเร็จรูป สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลลดลงตามดุลการค้าที่กลับมาเกินดุล ขณะที่ดุลบริการรายได้และเงินโอนขาดทุนจากการส่งกลับกำไรของธุรกิจต่างชาติตามฤดูกาลด้านตลาดแรงงานโดยรวมปรับดีขึ้นจากเดือนก่อนตามการจ้างงานในภาคการผลิตเป็นสำคัญ

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในเดือนมิถุนายน 68 มีแนวโน้มที่จะชะลอลง จากตัวเลขของนักท่องเที่ยว ที่เริ่มเห็นทิศทางที่ชะลอลง และภาคการส่งออกที่เริ่มผลกระทบจากสงครามการค้าทำให้ตัวเลขส่งออกขยายตัวน้อยลงในระยะต่อไป โดยมี 4 ปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ 1. นโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก 2. พัฒนาการของภาคการท่องเที่ยว 3. การปรับตัวของภาคธุรกิจที่ต้องเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และ 4. ปัจจัยภายในประเทศ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

นอกจากนี้ ธปท. ยังรายงานตัวเลขหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ในไตรมาส 1 ปี 2568 อยู่ที่ 87.4% ลดลงจาก 88.4% ในไตมาส ที่ 4 ปี 2567 เป็นผลมาจาก GDP ที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงยอดการปล่อยสินเชื่อที่ลดลง

ส่วนกรณีที่นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มองว่าเงินบาทแข็งค่าเกินไปนั้น โดย ธปท. มองว่าเงินบาทแข็งค่าสอดคล้องกับเงินสกุลอื่นในภูมิภาค ส่วนหนึ่งเกิดจากเงินดอลลาร์อ่อนค่า เนื่องจากคนเทขายดอลลาร์ แล้วไปถือสินทรัพย์อย่างอื่น และยอมรับว่าปัจจัยการเมืองในประเทศมีผลเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ธปท.จะจับตาอย่างใกล้ชิด และพร้อมเข้าดูแลค่าเงินบาทเมื่อเคลื่อนไหวไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน.-516-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...