“ทรัมป์” ไฟเขียวจีนซื้อน้ำมันอิหร่านต่อ หลังหยุดยิง แต่ทำเนียบขาวยันไม่ผ่อนคว่ำบาตร
"ทรัมป์" เปิดทางให้จีนซื้อน้ำมันจากอิหร่านต่อได้ หลังหยุดยิงชั่วคราว ทำตลาดน้ำมันร่วงเกือบ 6% ขณะทำเนียบขาวย้ำ ยังไม่ผ่อนปรนคว่ำบาตร พร้อมใช้มาตรการเป็นแต้มต่อเจรจานิวเคลียร์
วันที่ 25 มิถุนายน 2568 เวลา 06.16 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันอังคาร ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าจีนสามารถซื้อปิโตรเลียมจากอิหร่านต่อไปได้ หลังจากที่อิหร่านและอิสราเอลตกลงหยุดยิงกัน ซึ่งทำเนียบขาวชี้แจงในเวลาต่อมาว่าคำพูดดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐที่มีต่ออิหร่าน
“จีนสามารถซื้อปิโตรเลียมจากอิหร่านต่อไปได้ หวังว่าพวกเขาจะซื้อจากสหรัฐเยอะๆ ด้วย” ทรัมป์โพสต์ใน Truth Social เพียงไม่กี่วันหลังจากเขาสั่งให้สหรัฐโจมตีไซต์นิวเคลียร์ 3 แห่งของอิหร่าน
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ทรัมป์ตั้งใจชี้ให้เห็นว่าอิหร่านยังไม่มีความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก เพราะหากปิดจริงจะส่งผลกระทบต่อจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันจากอิหร่านรายใหญ่ที่สุดของโลก
“ประธานาธิบดียังคงเรียกร้องให้จีนและประเทศอื่น ๆ นำเข้าน้ำมันคุณภาพสูงของสหรัฐ แทนที่จะนำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ” เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกล่าว
หลังมีข่าวหยุดยิง คำพูดของทรัมป์เกี่ยวกับจีนก็ยิ่งกดดันตลาดน้ำมัน ราคาน้ำมันร่วงลงเกือบ 6% เพราะตลาดมองว่าการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรอาจทำให้อิหร่านส่งออกน้ำมันได้มากขึ้น
หากมีการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรจริง นั่นจะถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีของสหรัฐ เพราะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทรัมป์เพิ่งประกาศกลับมาใช้มาตรการกดดันขั้นสูงสุดกับอิหร่านอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายผลักดันการส่งออกน้ำมันของอิหร่านให้เป็นศูนย์ เพื่อตอบโต้โครงการนิวเคลียร์และการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลาง
ตลอดช่วงที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรหลายระลอกกับโรงกลั่นน้ำมันเอกชนขนาดเล็ก (“Teapot refineries”) และผู้ให้บริการท่าเรือของจีนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อน้ำมันจากอิหร่าน
สก็อตต์ โมเดลล์ อดีตเจ้าหน้าที่ CIA และซีอีโอบริษัท Rapidan Energy Group กล่าวว่า “การเปิดไฟเขียวให้จีนซื้อน้ำมันอิหร่านต่อไปของทรัมป์ สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายที่ผ่อนปรนอีกครั้ง”
นอกจากการไม่บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรแล้ว ทรัมป์ยังสามารถระงับหรือยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนได้ด้วยตนเอง ตามอำนาจที่กฎหมายสหรัฐให้อำนาจประธานาธิบดีไว้
สก็อตต์ โมเดลล์ มองว่าทรัมป์น่าจะไม่ยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรก่อนการเจรจานิวเคลียร์รอบใหม่ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะเริ่มขึ้น เพราะมาตรการเหล่านี้ถือเป็นแต้มต่อของสหรัฐในการเจรจา โดยฝ่ายอิหร่านเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการเหล่านี้ถาวร
เจเรมี พาเนอร์ หุ้นส่วนของสำนักงานกฎหมาย Hughes Hubbard & Reed กล่าวว่า หากทรัมป์จะระงับมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านจริง ต้องมีการประสานงานจำนวนมากระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ กระทรวงการคลังต้องออกใบอนุญาต ส่วนกระทรวงการต่างประเทศต้องออกเอกสารยกเว้นมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งต้องแจ้งให้รัฐสภาทราบ
ที่ผ่านมาจีนคัดค้านมาตลอดว่ามาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวของสหรัฐเป็นการใช้กฎหมายในทางที่ผิด การที่จีนและประเทศอื่น ๆ ซื้อน้ำมันอิหร่านในปริมาณมากขึ้น อาจสร้างความไม่พอใจให้ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐ และเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก
ทั้งนี้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่อการส่งออกน้ำมันของอิหร่านมีผลจำกัดนับตั้งแต่ยุคแรกที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่ง และเริ่มกดดันขั้นสูงสุดต่อเตหะรานอย่างจริงจัง
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แทมมี บรูซ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ทรัมป์ส่งสัญญาณชัดเจนถึงสิ่งที่เขาต้องการ และรัฐบาลของเขาจะเดินหน้าให้บรรลุเป้าหมายนั้น แต่ยังไม่ขอเปิดเผยกระบวนการที่แน่ชัด
“แต่แน่นอนว่า เรามุ่งมั่นที่จะทำให้มือที่ชี้นำของประธานาธิบดีทรัมป์นำพารัฐบาลนี้เดินหน้าต่อไป ดังนั้นคงต้องรอดูว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร” บรูซกล่าว
อ้างอิง : reuters.com