โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“รมว.พาณิชย์” เชื่ออนาคตจีดีพีของจีนอันดับ 1 โลกหนุนการค้า-ลงทุนกับไทย

เดลินิวส์

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 20.25 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 13.25 น. • เดลินิวส์
“พิชัย” รมว.พาณิชย์ ปาฐกถาพิเศษ “ความสัมพันธ์ไทย-จีนและโอกาสทางการค้า” งานดินเนอร์ ทอล์ก 2025 ภายใต้หัวข้อ ความสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปี ของ “เดลินิวส์” เผยไทย- จีน สัมพันธ์การค้ามายาวนาน จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย มาตลอด 12 ปี ส่วนปีที่ผ่านมาเข้ามาลงทุนในไทยอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะในอีอีซี ช่วยพัฒนาทักษะแรงงาน ยกระดับคุณภาพการผลิตให้ไทยผลิตสินค้าสู่อุตสาหกรรมไฮเทคมากขึ้น พร้อมปรึกษาปัญหาการค้าการลงทุนกันตลอด ขอให้จีนมองไทยเป็นน้องเล็กของจีนตลอดไป

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 24 มิ.ย. ที่ห้องเวิลด์บอลรูมบี และซี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ “เดลินิวส์” ได้จัดงานดินเนอร์ ทอล์ก 2025 ภายใต้หัวข้อ ความสัมพันธ์ไทย-จีน 50 ปี โดยได้รับเกียรติจากนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว. พาณิชย์ นายเจ้า เมิ่งเทา ที่ปรึกษาด้านกิจการการเมือง สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย นายสิทธิชัย จิวัฒน์ธนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) และพล.อ.วิชิต ยาทิพย์ รองประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ เข้าร่วมงานพร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ รวมถึงนายอู๋ จื้ออู่ อุปทูตจีนประจำประเทศไทย ที่เข้าร่วมงานด้วย มีนางประพิณ รุจิรวงศ์ นายปารเมศ เหตระกูล นางสิริวรรณ พันธุ์ปรีชากิจ กรรมการบริหาร นายนต รุจิรวงศ์ เลขานุการคณะกรรมการบริหาร น.ส.นลิน รุจิรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ (EVP) ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและการตลาด เดลินิวส์ และ นายภาสภณ เหตระกูล ผู้อำนวยการขนส่งและยานยนต์ ร่วมให้การต้อนรับ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อความสัมพันธ์ไทย-จีนและโอกาสทางการค้า โดยมีใจความสรุปว่า ไทยและจีนมีความสัมพันธ์ทางการค้ามายาวนาน ปัจจุบันจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย มาตลอด 12 ปีที่ผ่านมา และไทยก็เป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญของจีนในภูมิภาคอาเซียน ทั้งสองประเทศเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของกัน สินค้าของทั้งสองประเทศเป็นที่ชื่นชอบของกันและกัน ที่ผ่านมาได้มีการปรึกษากันในการแก้ปัญหาทางการค้าตลอด เช่น สินค้ราคาถูกไม่มีคุณภาพ และทุรียนไทยที่ส่งไปขายจีนที่พบปัญหา เป็นต้น ซึ่งทุเรียน 90% ของไทยส่งไปขายที่จีน ทำให้ทั้งสองประเทศต้องพึ่งพากันตลอด จึงหวังว่าในอนาคตการค้าการลงทุนจากจีนจะเพิ่มมากขึ้น

ซึ่งปีที่แล้วจีนเข้ามาลงทุนไทยในเป็นอันดับ 1 และในเอฟทีเอระหว่างอาเซียน กับจีน หรือ ACFTA ที่ได้ยกระดับสู่ ACFTA 3.0 เมื่อเดือนที่ผ่านมา ช่วยปรับปรุงความตกลงให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น และยังได้มีการเพิ่มสาขาความร่วมมือใหม่ ๆ จะช่วยให้ไทยส่งออกไปจีนได้มากยิ่งขึ้น จะเป็นปัจจัยช่วยให้เศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้น

“โดยส่วนตัวเชื่อว่า ไม่ช้าก็เร็ว จีนจะมีจีดีพี อันดับ 1 ของโลก จากการที่จีนมีการพัฒนาสินค้าด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจดิจิทัล จึงเห็นว่าทิศทางการค้าและการลงทุนระหว่างไทย-จีนในอนาคตยังสามารถเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะรัฐบาลมีการส่งเสริมการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ และเอไอในไทย ซึ่งที่ผ่านมามีบริษัทระดับโลกเข้ามาลงทุนตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย รวมถึงติ๊กต็อก จากจีนที่ได้ประกาศลงทุนในไทยแล้ว ขณะที่ปัจจุบันนักลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจีน ที่ข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ทั้ง ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การถ่ายทอดเทคโนโลยีและการร่วมทุนของนักลงทุนจีนกับผู้ประกอบการไทย จะช่วยจ้างงานและพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่นและช่วยพัฒนาทักษะแรงงาน ยกระดับคุณภาพการผลิตให้ไทยผลิตสินค้าสู่อุตสาหกรรมไฮเทคมากขึ้น”

นายพิชัย กล่าวต่อว่า กระทรวงพาณิชย์ภายใต้รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร มีความจริงใจอย่างแน่วแน่ที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยกับจีนอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีฯ ได้เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการเพื่อเปิดฉากปีทองระหว่างไทยกับจีน ในโอกาสที่ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ครบรอบ 50 ปี ในปีนี้ ซึ่งท่านได้พบกับท่านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และท่านนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับและเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกันในทุกด้าน ครอบคลุมถึงการพัฒนาด้านเศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาสีเขียว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งสุดท้ายแล้วความสัมพันธ์ไทยจีนตัดกันไม่ขาด ความสัมพันธ์จะเจริญเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ และหวังว่าจีนจะมองไทยเป็นน้องเล็กของจีนตลอดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...