โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

“ไอติม” ชี้อภิปราย 151 เป็นอาวุธหนักต้องตรงเป้าหวังผลได้

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 11.48 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 04.47 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

รัฐสภา 25 มิ.ย.-“ไอติม” ยังไม่ฟันธงร่วมยื่นซักฟอก ขอรอดูหน้า ครม.ใหม่ ชี้อภิปราย 151 เป็นอาวุธหนักต้องตรงเป้าหวังผลได้ เหตุใช้ได้ครั้งเดียวในสมัยประชุม จี้ทบทวนตัวเอง ยุบสภาก่อนหมดโอกาส เย้ยรัฐบาล ชะลอถก พ.ร.บ.กาสิโน ฟ้องเสถียรภาพ ย้ำทางออกคือต้องถอนไม่ใช่เลื่อน

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเตรียมเสนอขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ คณะรัฐมนตรีในการเปิดสมัยการประชุมในวันที่ 3 กรกฎาคมว่า ต้องขอบคุณพรรรฝ่ายค้านน้องใหม่ อย่างพรรคภูมิใจไทยที่เชิญชวนพรรคร่วมฝ่ายค้านผ่านสื่อมวลชน เรื่องแนวคิดเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 แต่ในส่วนของพรรคประชาชนวางหลักการไว้ว่า ยืนยันว่าจะใช้ทุกกลไกของรัฐสภาในการตรวจสอบรัฐบาลแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ การอภิปรายตามมาตรา 151 และ 152 รวมถึงกรรมาธิการฯ โดยสถานการณ์ประชาชนจำนวนไม่น้อยเริ่มสูญเสียความไว้วางใจต่อรัฐบาลเราก็พร้อมเป็นตัวแทนในการตรวจสอบรัฐบาล

จึงแน่นอนขอยืนยันว่ากลไก 151 มาแน่นอน อาวุธแต่กลไกนี้เป็นอาวุธที่ทรงพลัง แต่ใช้ได้เพียงหนึ่งครั้งต่อสมัยการประชุม คือตั้งแต่ในวันที่ 3 กรกฎาคม ปี 68 ถึง 2 กรกฎาคมปี 69 จะใช้ได้เพียงหนึ่งครั้ง ดังนั้นแม้จะเป็นอาที่ทรงพลังแต่ต้องใช้อย่างแม่นยำและต้องหวังผล ทั้งมติในสภาและความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล แต่อีกมุมหนึ่งก็ไม่ต้องการให้ใช้อาวุธนี้อย่างเสียของ เพราะหากใช้ไปแล้วนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด จะกลายเป็นว่าไม่สามารถใช้กลไกนี้ได้อีกแม้จะมีนายกคนใหม่เข้ามา จึงจำเป็นต้องหารือเรื่องจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 โดยจะหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน

ส่วนที่ทางรัฐบาล ระบุว่าเพิ่งมีการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่ควรให้เวลาทำงานก่อนนั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่าไม่ได้เป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นนักเพราะนายกรัฐมนตรียังเป็นคนเดิมแม้ปรับครม. จะเปลี่ยนไปบ้าง ซึ่งเชื่อว่ารัฐมนตรีใหม่ส่วนหนึ่งเป็นคนที่ทำมานอยู่ในรัฐบาลชุดที่แล้ว จึงต้องขอดูก่อนว่าครม. ใหม่ที่จะตั้งประกอบด้วยใครบ้าง จะได้สรุปถูกว่านอกจากจะยื่นไม่ไหวไว้วางใจนายกแล้วจะยื่นไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีคนใดอีกบ้าง ทั้งนี้ในระหว่างการรอหารืออยากจะสื่อสารไปถึงนายกฯ อยากให้ใช้เวลาในช่วงนี้ทบทวนการทำหน้าที่ของตัวเอง ตนเข้าใจว่าสถานการณ์ในปัจจุบันมีหลายมิติ การตัดสินใจของรัฐบาลอาจจะมีการเลือกวิธีที่ถูกบ้างผิดบ้าง ในฐานะฝ่ายค้านก็จะพยายามเสนอแนะหากเห็นว่าดำเนินไปในทางที่ไม่ถูกต้อง แต่คิดว่าคุณสมบัติของผู้นำเมื่อใดก็ตามที่ผิดพลาดไปก็ควรต้องรู้ตัวเอง และการที่นายกรัฐมนตรีออกมาให้สัมภาษณ์ว่าคลิปเสียงที่คุยกับสมเด็จฮุนเซนไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศเป็นการสะท้อนให้เห็นว่านายกยังไม่ ทบทวนอย่างจริงจังในข้อผิดพลาดที่ทำไปเป็นอย่างไร จึงอยากให้นายกฯทบทวนการตัวเองว่าพร้อมจะทำหน้าที่ต่อหรือไม่ หากทบทวนแล้วคิดว่าไม่สามารถเรียกความไว้วางใจจากประชาชนกลับคืนมาได้ ทางพรรคยืนยันว่าทางออกที่ดีที่สุดคือการยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชน เพราะเมื่อใดก็ตามที่ได้ยื่นญัตติไปแล้ว ทางเลือกของนายกฯในการยุบสภาก็จะไม่มีอีกต่อไป

ส่วนเมื่อพรรคภูมิใจไทยประกาศจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจออกมาแล้วจะมีการทบทวนหรือชะลออย่างไรนั้น นายพริษฐ์ ย้ำว่าการยื่นญัตติ ตามมาตรา 151 จะต้องหารือร่วมกันระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้าน แต่ก็ถือว่าเป็นแนวคิดของพรรคฝ่ายค้านน้องใหม่ที่ยื่นผ่านสื่อมวลชน แต่ในเชิงทางการพรรคประชาชนได้นัดสส. หารือกันอยู่แล้วในเรื่องนี้ และเมื่อได้ข้อสรุปก็จะหารือร่วมกับฝ่ายค้านพรรคอื่น เพราะมีการเปลี่ยนองค์ประกอบรัฐบาลจึงต้องมีการหารือร่วมกัน ทั้งเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 และสัดส่วนวิปฝ่ายค้าน

เมื่อถามว่าเป็นเพราะมีข้อมูลไม่เพียงพอหรือไม่ นายพริษฐ์ ปัจจัยไม่ใช่เรื่องข้อมูลแต่เป็นเรื่องของจังหวะเวลา ที่จะใช้ได้ผลและไม่เสียของ ซึ่งเรื่องนี้พร้อมหารือกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะทุกคนเห็นถึงสถานการณ์และความไม่พอใจของสังคมต่อการทำหน้าที่นายกฯ ดังนั้นข้อมูลที่พรรคภูมิใจไทยมีจะต้องนำมากลางเพื่อพูดคุยกัน เพราะถ้าเป็นข้อมูลใหม่ ที่เกี่ยวกับการทำงานของพรรคแกนนำรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมาถ้านำเสนอต่อสังคมก็อาจทำให้ชัดเจนขึ้นว่าเหตุใดจึงควรไม่ไว้วางใจรัฐบาลชุดนี้ แต่ก็จะมีคำถามกลับไปเหมือนกันว่าที่ผ่านมาหากมีข้อมูลนี้มาตลอดทำไมถึงพึ่งมานำเสนอต่อสังคมตอนนี้ แต่อย่างไรก็ตามยืนยันว่าจะรีบหารือกัน และหวังว่าในวันที่ 3 กรกฎาคมก็จะมีการเปิดสมัยประชุมสภา ซึ่งมีข่าวแว่วมาว่าจะไม่มีการเรียกประชุม เพราะจนถึงขนาดนี้ยังไม่มีหนังสือเชิญถือว่าผิดวิสัยมากเพราะปกติแล้วหากวันเปิดสมัยการประชุมตรงกับวันพฤหัส แล้วจะมีเพียงวันเดียวแต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่ไม่เคยไม่เรียกการประชุม หวังว่าประธานจะเร่งดำเนินการเรื่องนี้

เมื่อถามย้ำว่าการตีเหล็กควรตีตอนร้อนหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่าเข้าใจความคิดนี้ ว่าควรต้องยื่นเร็วแต่ขอย้ำว่าอาวุธนี้ต้องใช้อย่างแม่นยำจึงควรต้องหารือกันและใช้ในจังหวะที่เหมาะสม และอย่างน้อยที่สุดควรรอการตั้งครม. ชุดใหม่จะได้รู้ว่าต้องยื่นใครบ้าง เมื่อถามว่ามองว่ารัฐบาลยังมีเสถียรภาพและเสียงสนับสนุนเพียงพอใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้มองเรื่องนั้น และความจริง การที่รัฐบาลตัดสินใจชะลอ ร่างพ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ก็เป็นการยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ แม้จะอ้างว่าเพื่อรอรับฟังเสียงของประชาชนเพิ่มเติม แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่จริง แต่มองว่าที่ต้องชะลอไปเพราะเสียงในสภาไม่พอ เพราะถ้าย้อนกลับไปดูก่อนหน้านี้จะเห็นว่าตัวแทนพรรคเพื่อไทยยืนยันมาตลอดว่าจัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็น และประชาชนตอบรับดี ดังนั้นการเลื่อนวาระนี้ไปไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการฟังเสียงประชาชน ตนเชื่อว่าเลื่อนเพราะเสียงไม่พอ และสะท้อนว่าเสถียรภาพของรัฐบาลไม่ได้เป็นอย่างที่พรรคร่วมรัฐบาลพยายามนำเสนอ และในกรณีพ.ร.บ. เอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ต้องหักเสียงของพรรคประชาชาติออกไป และยังไม่นับกับส.ส. ของพรรคร่วมรัฐบาลบางคนที่อาจไม่เห็นด้วย ทั้งนี้นายพริษฐ์ ยังย้ำว่าสำหรับร่างพรบเอนเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ทางออกไม่ควรเป็นการเลื่อน แต่ควรจะเป็นการถอนออกมา แต่ตนเดาว่ารัฐบาลน่าจะมาทางนี้ โดยให้ชะลอและอ้างการรับฟังเสียงประชาชน ดังนั้นถ้าจริงใจที่จะฟังเสียงของประชาชนควรถอนไม่ใช่เลื่อนออกไป

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทย ที่มีจุดยืนไม่ตรงกันรับมาเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านจะทำให้การทำงาน มีปัญหาหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า โดยระบบรัฐสภาฝ่ายค้านไม่มีสิทธิ์เลือก เหมือนที่ตนเคยเปรียบเปยไว้ว่าพรรคร่วมรัฐบาลกับคนที่เป็นแฟนกันแต่พรรคฝ่ายค้านเหมือนคนโสดที่เหลืออยู่มาร่วมกันจึงเลือกไม่ได้ และตั้งแต่มีสภาชนนี้มาพรรคประชาชนต้องอยู่ร่วมกับพรรคฝ่ายค้านมากมายไปหมด บางพรรคตอนแรกก็เป็นฝ่ายค้านแต่พอมีโอกาสร่วมรัฐบาลก็ไปร่วมทันที บางพรรคอาจจะเคยอยู่รัฐบาลแต่ก็มีครึ่งหนึ่งมาอยู่ฝ่ายค้าน จึงคิดว่าพรรคประชาชนเดินหน้าทำงานตามจุดยืนแนวทางของเรา อะไรที่ต้องร่วมมือกันกับพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ให้เกียรติซึ่งกันและกันแต่ก็ต้องรักษาจุดยืนและหลักการของตัวเอง

เมื่อถามว่าการตรวจสอบรัฐบาลอาจเป็นการตรวจสอบย้อนหลังถึงพรรคภูมิใจไทยด้วยจะทำให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตรงไปตรงมาเราตรวจสอบทุกคนที่มีอำนาจใครก็ตามใช้อำนาจรัฐแทนประชาชนโดยมิชอบ โดยใช้ภาษีของประชาชนโดยไม่สมเหตุสมผลเราจะตรวจสอบทั้งหมด.-312.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...