NATO รับข้อเสนอทรัมป์ เพิ่ม งบกลาโหม ครั้งใหญ่เป็น 5% ของ GDP
ผู้นำ NATO เห็นชอบเป้าหมายเพิ่ม งบกลาโหม เป็น 5% ของ GDP ตามข้อเรียกร้องของโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมยืนยันหลักป้องกันร่วมกันตามข้อบทที่ 5 ขณะทรัมป์ขู่ลงโทษสเปนหากไม่ทำตามเป้า
วันที่ 25 มิถุนายน 2568 เวลา 22.16 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าผู้นำ NATO เห็นชอบเพิ่มงบกลาโหมครั้งใหญ่ตามข้อเรียกร้องของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และยืนยันพันธกรณีในการปกป้องกันและกันจากการถูกโจมตี หลังการประชุมสุดยอดสั้น ๆ ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
แม้ทรัมป์จะได้รับสิ่งที่เขาต้องการจากการประชุมประจำปีครั้งนี้ ซึ่งถูกมองว่าถูกออกแบบมาเอาใจเขาโดยเฉพาะ แต่บรรดาประเทศพันธมิตร NATO ก็โล่งใจที่เขายืนยันหลักการพื้นฐานของ NATO ว่า การโจมตีประเทศใดประเทศหนึ่ง ถือเป็นการโจมตีต่อทุกประเทศ ตามข้อบทที่ 5 ของสนธิสัญญาวอชิงตัน หลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทรัมป์แสดงจุดยืนที่ไม่ชัดเจนนักในประเด็นนี้
ทรัมป์แถลงข่าวว่า “นี่คือชัยชนะครั้งใหญ่ของพวกเรา” พร้อมแสดงความหวังว่า งบกลาโหมที่เพิ่มขึ้น จะถูกนำไปใช้ซื้ออาวุธจากสหรัฐ
อย่างไรก็ตามทรัมป์ขู่จะลงโทษสเปน หลังจากนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปน ระบุว่า สเปนสามารถปฏิบัติตามพันธกรณี NATO ได้ โดยใช้งบประมาณน้อยกว่าที่กำหนดเป้าหมายใหม่ที่ 5% ของ GDP
ทรัมป์กล่าวว่า“ผมว่ามันแย่มาก คุณก็รู้ว่าสเปนกำลังไปได้ดี… และเศรษฐกิจของพวกเขาอาจพังได้เลยถ้าเกิดอะไรขึ้น” พร้อมเสริมว่า สเปนจะต้องเจอข้อตกลงการค้าที่เข้มงวดกว่าประเทศอื่น ๆ ในสหภาพยุโรป
NATO รับรองเป้าหมายเพิ่มงบกลาโหม ตอบโต้ภัยคุกคามจากรัสเซีย ในแถลงการณ์ 5 ข้อ NATO รับรองเป้าหมายการเพิ่มงบกลาโหม ซึ่งเป็นทั้งการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของทรัมป์ และความวิตกของยุโรปที่มองว่ารัสเซียเป็นภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น หลังการรุกรานยูเครนในปี 2565
แถลงการณ์ระบุว่า “เรายืนยันพันธกรณีอันแน่นแฟ้นต่อหลักการป้องกันร่วมกัน ตามข้อบทที่ 5 ของสนธิสัญญาวอชิงตัน การโจมตีประเทศหนึ่ง คือการโจมตีทุกประเทศ”
เมื่อถูกถามให้ชี้แจงจุดยืนส่วนตัวต่อข้อบทที่ 5 หลังจากเคยให้ความเห็นไม่ชัดเจน ทรัมป์ตอบว่า “ผมยืนหยัดกับหลักการนั้น นั่นคือเหตุผลที่ผมมาอยู่ที่นี่ ถ้าผมไม่ยืนหยัด ผมคงไม่มาที่นี่”
มาครงหยิบประเด็นสงครามการค้าขึ้นมาถกในเวที NATO แม้บรรยากาศโดยรวมจะดูเหมือนทุกฝ่ายเห็นพ้อง แต่เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ได้หยิบยกประเด็นภาษีนำเข้าที่ทรัมป์ขู่จะขึ้น ว่าจะกระทบต่อการค้า และเป็นอุปสรรคต่อการเพิ่มงบกลาโหมตามเป้าหมายใหม่
“เราพูดว่าจะเพิ่มงบกลาโหม แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าใจกลาง NATO ยังเกิดสงครามการค้า มันก็เป็นเรื่องผิดเพี้ยน” มาครงกล่าว พร้อมระบุว่า เขาได้พูดประเด็นนี้กับทรัมป์หลายครั้งแล้ว
นายมาร์ก รุตเทอ เลขาธิการ NATO ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ และเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้ กล่าวว่า NATO จะกลายเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่ง เป็นธรรม และทรงอานุภาพยิ่งขึ้น
รุตเทอ ชมทรัมป์ว่าสมควรได้รับคำชื่นชมทั้งหมดที่ทำให้สมาชิก NATO เห็นพ้องในการเพิ่มงบกลาโหม เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการประจบทรัมป์ระหว่างการประชุมถือว่ามากเกินไปหรือไม่ รุตเทอตอบว่าเขากับทรัมป์เป็นเพื่อนกัน และเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนตัวของแต่ละคน
เป้าหมายใหม่ NATO เพิ่มภาระหนักให้ยุโรป
เป้าหมายใหม่ของ NATO คือการเพิ่มงบกลาโหมภายใน 10 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ต่อปีจากเป้าหมายเดิมที่ 2% ของ GDP โดยจะวัดผลในรูปแบบใหม่
ประเทศสมาชิกให้คำมั่นจะใช้งบ 3.5% ของ GDP กับการป้องกันโดยตรง เช่น กำลังพลและอาวุธ และอีก 1.5% กับมาตรการที่เกี่ยวข้อง เช่น ความมั่นคงทางไซเบอร์ การปกป้องท่อส่งพลังงาน และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับยานพาหนะทางทหารขนาดใหญ่
ทั้งนี้ การเพิ่มงบในระดับนี้ถือเป็นภาระหนักสำหรับชาติยุโรปหลายประเทศ ที่กำลังเผชิญปัญหาการคลังตึงตัว
โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ต้องยอมรับเพียงการเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำก่อนการประชุมในวันอังคาร แต่ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมหลักในวันพุธ อย่างไรก็ตามเขาได้พบหารือกับทรัมป์เป็นการส่วนตัวหลังเสร็จสิ้นการประชุม
ด้านเครมลินของรัสเซียกล่าวหา NATO ว่า กำลังเดินหน้าเพิ่มศักยภาพทางทหารอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกล่าวหา NATO ว่า พยายามสร้างภาพให้รัสเซียเป็นปีศาจร้ายจากขุมนรก เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการเพิ่มงบกลาโหมครั้งใหญ่
อ้างอิง : reuters.com