โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เหตุใดข้าได้สามีเป็นตัวร้าย!

นิยาย Dek-D

อัพเดต 13 ส.ค. 2568 เวลา 14.59 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2568 เวลา 23.52 น. • หลิ่งชิง
เหวียนหลี่อยากร้องไห้สักพันรอบ เมื่อต้องมาอยู่ในร่างไป๋หลิวหลินนางร้ายในนิยายที่ต้องการมีอำนาจเหนือนางเอกของเรื่อง จึงอภิเษกกับเสวียโจวเล่อที่ใครต่างก็บอกว่าเขาไม่ปกตินัก เพราะชอบตัดหัวคนมาดูเล่น!

ข้อมูลเบื้องต้น

เหวียนหลี่อยากร้องไห้สักพันรอบ เมื่อต้องมาอยู่ในร่างของไป๋หลิวหลินนางร้ายในนิยายที่ผิดหวังในรัก จากเฝิงอ๋องที่ละทิ้งนางไปคบหาดูใจกับจูเหมยอันนางเอกของเรื่องซึ่งเป็นสหายคนสนิทของไป๋หลิวหลิน

ทำให้ไป๋หลิวหลินรู้สึกว่าถูกคนที่นางรักและสหายหักหลัง จึงได้ขอสมรสพระราชทานกับรัชทายาทเสวียโจวเล่อ ซึ่งผู้คนกล่าวหาว่าเขากระหายเลือด วิปริตชื่นชอบในการไล่ตัดหัวคนเล่น!

แต่เพื่ออำนาจที่เหนือกว่าเฝิงอ๋องจะได้สามารถเล่นงานจูเหมยอันได้ ไป๋หลิวหลินจึงยอมทนใช้ชีวิตกับรัชทายาทผู้โหดเหี้ยม

หากแต่ชะตากลับเล่นตลก เมื่อคนขอสมรสพระราชทานดันมาตกน้ำตายก่อนวันอภิเษกสมรส!

และโชคชะตาได้นำพาเหวียนหลี่หญิงสาวต่างภพที่ไม่รู้เรื่องราวอะไร ไม่ได้อยากเลือกตัวร้ายในนิยายอย่างรัชทายาทมาเป็นสามี แต่นางกลับต้องมาประสบภัยเป็นพระชายาของรัชทายาทเสวียโจวเล่อตัวร้ายผู้ไม่ปกติ ชอบตัดหัวคนมาเรียงเล่น!

ว่างๆ เป็นไม่ได้เขามักวอแวหาเรื่องออกไปล่าหัวคน

แล้วเหวียนหลี่จะมีชีวิตรอดจากเงื้อมมือสามีสักกี่วัน!

เจอกันครั้งแรกนางยังเผลอเรียกให้องครักษ์มาจับเขาอยู่เลย เพราะเขาเหมือนฆาตกรโรคจิต! ไม่บอกไม่รู้เลยนะ ว่าเขาคือรัชทายาท!

ไม่พอเฝิงอ๋องยังกลับมาวอแวไป๋หลิวหลินเพราะเห็นธาตุแท้จูเหมยอัน ทำให้ทั้งนางและเขาเสี่ยงถูกรัชทายาทเสวียโจวเล่อตัดหัวเล่นทั้งคู่ด้วย!

ไม่เป็นไรก็ได้

“ข้าไม่มีวันรักเจ้าไป๋หลิวหลิน อย่าได้ทำร้ายอันเอ๋อร์เป็นอันขาด” สุรเสียงเรียบนิ่งดังขึ้นเมื่อเขาบังเอิญเดินมาพบกับไป๋หลิวหลิน หน้าอารามกุ้ยจินอันใหญ่โตและเงียบสงบ ต้นไม้ใหญ่ไหวเอียงตามแรงลม ส่งให้อาภรณ์หญิงสาวปลิวไสวอย่างงดงามราวกับนางกำลังยืนบนอากาศ

ไป๋หลิวหลินก็ได้แต่กะพริบตาปริบๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยตอบกับเฝิงอ๋องว่า “น้องสามีพูดอะไรน่ะ กล่าวคำว่ารักไม่รักอะไรกับพี่สะใภ้เช่นนี้ พี่สะใภ้ก็เขินแย่น่ะสิ” นางแค่อยากยั่วโมโหคนตรงหน้าเล่นๆ

เฝิงอ๋องขมวดคิ้วกับท่าทีลอยหน้าลอยตาของไป๋หลิวหลินไม่ได้มีความสำนึกผิดเลย ที่เมื่อหลายวันก่อนสั่งให้สาวใช้ขังจูเหมยอันไว้ในเรือนภายในอาณาเขตของสกุลไป๋ ตอนงานเลี้ยงชมสินสอดของไป๋หลิวหลิน เป็นพิธีชมสินสอดก่อนที่จะแต่งเข้าตำหนักบูรพาของรัชทายาทเสวียโจวเล่อ ซึ่งเป็นพี่ชายของเฝิงอ๋อง

เฝิงอ๋องเองก็ไม่พอใจเรื่องนี้มาก เพราะรู้ว่าไป๋หลิวหลินไม่ได้มีใจให้รัชทายาท แต่เพราะนางอยากแก้แค้นเขาจึงร้องขอจะแต่งให้รัชทายาท โดยการใช้ความดีความชอบของบิดาที่เป็นถึง ไป๋กั๋วกงแม่ทัพคนสำคัญของแคว้นเสวีย แล้วฮ่องเต้ก็ไม่อาจปฏิเสธแม่ทัพเสวียที่ทำความดีความชอบในสนามรบมานานปีด้วย

เฝิงอ๋องรับสั่งสุรเสียงเรียบอีกครั้ง “ข้าพูดว่าไม่มีวันรักเจ้า ไม่ใช่บอกว่ารักเจ้า เจ้าจะเพ้อฝันไปถึงเมื่อไหร่”

ไป๋หลิวหลินพยักหน้าหงักหงึกอย่างขอไปทีแล้วพูดว่า “ข้ารู้แล้ว” ด้วยแววตาใสซื่อ ไร้ท่าทีเกรี้ยวกราดไม่อารมณ์ร้ายเหมือนทุกที

ด้วยเพราะวันที่ไป๋หลิวหลินเล่นงานจูเหมยอัน หวังเผาจูเหมยอันทั้งเป็น แต่ไฟดันลามไปเรือนที่จัดงานชมสินสอดด้วย ทำให้คุณหนูหลายคนที่มาร่วมงานเลี้ยงชมสินสอดโดดลงน้ำหนีตาย และความโชคร้ายดันมาเยือนไป๋หลิวหลินตัวจริงที่สิ้นบุญก่อนวันงานวิวาห์ของตัวเอง

ทำให้เหวียนหลี่ที่จมน้ำเหมือนกันคิดว่าตนเองจบสิ้นในชีวิตแล้ว หากใครจะรู้ว่าเหวียนหลี่ดันมาโผล่ในร่างของตัวละครนางร้ายในนิยายอย่างไป๋หลิวหลิน! ก่อนวันอภิเษกสมรสกับรัชทายาทเสวียโจวเล่อ! เขาก็เป็นตัวร้ายในนิยายของเรื่องละ

แต่รัชทายาทเสวียโจวเล่อน่ะลูกรักฮ่องเต้เลยนะ ที่ยอมให้ไป๋หลิวหลินแต่งให้เสวียโจวเล่อก็เพราะอยากให้บิดาของไป๋หลิวหลินส่งเสริมเสวียโจวเล่อด้วยเป็นแน่

ถ้าตามในนิยาย ไป๋หลิวหลินตกน้ำแล้วหมดสติไปหลายวัน จนเลยฤกษ์วันอภิเษกสมรส ทำให้นางพลาดโอกาสที่จะได้แต่งให้รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ ด้วยเฝิงอ๋องเองก็ไม่อยากให้ไป๋หลิวหลินเป็นไท่จื่อเฟยแล้วใช้อำนาจไท่จื่อเฟยหาความลำบากให้จูเหมยอันสตรีอันเป็นที่รักของเฝิงอ๋อง

เฝิงอ๋องจึงหานักพรตมาบอกแก่คนในตระกูลเสวียว่า วาสนาของไป๋หลิวหลินไม่คู่ควรกับรัชทายาทเสวียโจวเล่อ ต้องยกเลิกพิธีอภิเษกสมรสไป๋หลิวหลินจึงจะฟื้นขึ้นมาได้ ฮ่องเต้เองก็พอจะรู้วีรกรรมร้ายกาจของไป๋หลิวหลินจึงยอมยกเลิกราชโองการเพื่อรักษาชีวิตไป๋หลิวหลิน แต่ก็แต่งตั้งไป๋หลิวหลินเป็นองค์หญิงเป็นการชดเชยให้นางและเพื่อไม่ให้นางอับอาย

แต่ว่าตอนนี้ไป๋หลิวหลินเสียชีวิตไปแล้วจริงๆ

ตอนนี้จึงมีแต่เหวียนหลี่ที่จะเป็นคนดี! ได้แต่งให้รัชทายาทเสวียโจวเล่อด้วย ขอใช้ชีวิตแสนสุขสบายของเหวียนหลี่ต่อก็แล้วกัน!

แม้ว่าคืนเข้าหอจะถูกสามีทิ้งให้เฝ้าห้องหอ

จนถูกคนเขาหัวเราะเยาะก็เถอะ แต่ไป๋หลิวหลินก็ไม่สนใจหรอกเพราะไม่ได้รักรัชทายาทเสียหน่อย หน้าตาก็ไม่เคยเห็นเพราะรัชทายาทเพิ่งเดินทางกลับมาเมืองหลวง

และแม้ว่าหวงกุ้ยเฟยผู้มีศักดิ์เป็นแม่สามีจะไม่ค่อยชอบหน้าไป๋หลิวหลิน แต่ก็ไม่เป็นไรก็ได้

ฮ่องเต้เองก็แบ่งรับแบ่งสู้กับไป๋หลิวหลิน ค่อนไปทางไม่อยากจะรับนางเป็นสะใภ้ แต่ก็ไม่เป็นไร

ท่านพ่อบ้านแซ่ชิวที่ดูแลตำหนักบูรพาไม่ยอมให้นางดูแลตำหนัก ก็ไม่เป็นไร

คือที่บอกว่าไม่เป็นไรน่ะ เพราะว่าไป๋หลิวหลินทำอะไรไม่ได้เลย! งื้ออออออ ไป๋หลิวหลินคนเก่าดันสร้างวีรกรรมไว้เยอะด้วยสิ นี่เพิ่งแต่งให้รัชทายาทเสวียโจวเล่อมาได้แค่สามวัน แต่ยังไม่ได้เข้าไปคารวะน้ำชาฮ่องเต้กับหวงกุ้ยเฟยในวังเลย เพราะไม่มีใครพาไป สามีก็หายหัวไปอย่างไร้ร่องรอย

เหวียนหลี่ในร่างไป๋หลิวหลินเศร้ายิ่งนัก!

ช่างรักกันเหลือเกิน

วันนี้ก็เป็นวันที่นางต้องกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม แต่ไป๋หลิวหลินคิดว่าแม้จะจำชื่อทุกคนในตระกูลไป๋ได้ แต่ก็รู้สึกไม่สนิทจึงยังไม่กลับไปดีกว่า เพราะถ้าตามธรรมเนียม นางควรกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมพร้อมรัชทายาทเสวียโจวเล่อผู้เป็นสามี แต่สามีหายหน้าหายตาไปตั้งแต่คืนเข้าหอโดยที่ไป๋หลิวหลินยังไม่เคยเห็นหน้าเจ้าบ่าวตนเองด้วยซ้ำ วันนี้นางจึงออกมาไหว้พระที่อารามกุ้ยจิน เพื่อหาความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตใหม่บ้าง

เมื่อเฝิงอ๋องเอาแต่จ้องมองหน้านาง ร่างเล็กที่เอาแต่ยืนกะพริบตาปริบๆ จนนางเห็นขอทานเดินผ่านมา ก็หยิบเหรียญอีแปะโยนไปให้พวงหนึ่งน่าจะมีอีแปะร้อยเหรียญอย่างคนมีน้ำใจ

จนขอทานหันมามองไป๋หลิวหลินแล้วรีบคุกเข่าคำนับโขกศีรษะให้นาง “ขอบคุณคุณหนูท่านนี้ขอรับ”

ไป๋หลิวหลินจึงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไรเจ้ารีบไปหาอะไรกินเถอะ ดูสิมือไม้สั่นหมดแล้ว”

แล้วเฝิงอ๋องก็รับสั่งขึ้นอีก “ไม่ต้องมาเสียเวลาแสร้งเป็นคนดีต่อหน้าข้า”

ไป๋หลิวหลินก็ได้แต่พยักหน้ารับอย่างขอไปทีขี้เกียจทะเลาะกับน้องของสามี ทั้งที่ไม่ได้มีเจตนามาสร้างภาพเป็นคนดีให้เฝิงอ๋องเห็นเสียหน่อย

นางแค่ออกมายืนรอรถม้าของตัวเอง หญิงสาวกำลังจะถามว่าเฝิงอ๋องมายืนหาเรื่องอะไรนางตรงนี้ ทว่าขอทานที่เพิ่งจะลุกขึ้น ก็คุกเข่าลงแล้วโขกศีรษะให้คนที่เพิ่งเดินออกมาจากประตูอารามอีกครั้ง ซึ่งอยู่ด้านหลังของไป๋หลิวหลินและเฝิงอ๋อง

“ขอบคุณ คุณหนูใหญ่จูที่มอบข้าวให้ข้าน้อยเมื่อวานขอรับ”

ทำให้ทั้งเฝิงอ๋องและไป๋หลิวหลินหันไปมอง จูเหมยอันในชุดสีขาวดูบริสุทธิ์ราวเทพบุปผาที่สูงส่งเหนือผู้คน ใบหน้าขาวสะอาดไร้การแต่งแต้ม

แต่ไป๋หลิวหลินก็พอจะมองออกว่าถ้าจูเหมยอันได้แต่งแต้มใบหน้านางคงงดงามมากเป็นแน่

จูเหมยอันพยักหน้าให้ขอทานด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันมาย่อตัวคารวะเฝิงอ๋อง “หม่อมฉันคารวะเฝิงอ๋อง”

“ตามสบายเถอะอันเอ๋อร์ ข้ามารับเจ้า” เฝิงอ๋องรับสั่งขึ้นด้วยสุรเสียงอ่อนลง ต่างจากที่สนทนากับไป๋หลิวหลินเมื่อครู่ลิบลับ

จูเหมยอันยืนขึ้นก่อนที่สายตางามจะมองไป๋หลิวหลินแล้วย่อตัวคำนับต่อหญิงสาวที่เมื่อก่อนสถานะเท่ากันและเคยเป็นสหายสนิทกัน แต่ยามนี้ไม่ใช่แล้วเพราะผิดใจกันเรื่องเฝิงอ๋อง และไป๋หลิวหลินที่เป็นถึงพระชายาเอกในรัชทายาทเสวียโจวเล่อ สถานะสูงส่งกว่าจูเหมยอันมากทีเดียว

“หม่อมฉันคารวะไท่จื่อเฟย” จูเหมยอันเรียกขานไป๋หลิวหลินด้วยสถานะใหม่ ซึ่งจะเรียกว่าไท่จื่อเฟย หรือ พระชายา ก็ได้ทั้งนั้น

ไป๋หลิวหลินยังไม่ทันจะขานรับการคารวะจากจูเหมยอัน เฝิงอ๋องกลับรีบยื่นแขนไปจับตัวให้จูเหมยอันลุกขึ้นทันที คล้ายกลัวว่าสตรีที่เขารักจะได้รับความลำบากในการถวายคำนับต่อไป๋หลิวหลิน

ไป๋หลิวหลินก็ได้แต่ลอบแบะปากด้วยความหมั่นไส้ และได้เห็นว่าจูเหมยอันปรายหางตามองไป๋หลิวหลินเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปขึ้นรถม้าที่เฝิงอ๋องนำมารับนางอย่างไม่เห็นหัวไป๋หลิวหลิน

ที่เฝิงอ๋องมารับจูเหมยอันเนื่องจากว่าอารามกุ้ยจินอยู่ทางทิศใต้นอกเมืองหลวง ทางกลับจากอารามใช้เวลาตั้งหนึ่งชั่วยาม ระหว่างทางก็เรียกได้ว่าเปลี่ยวมาก

ระหว่างขึ้นรถม้าจูเหมยอันก็พูดกับเฝิงอ๋องว่า “นางมาดักพบท่านอ๋องเช่นนี้ จะทำให้ท่านอ๋องกับรัชทายาทผิดใจกันหรือไม่เพคะ”

เฝิงอ๋องใช้หางตามองไป๋หลิวหลินก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มให้หญิงสาว “ข้าดีใจที่เจ้าห่วงใยข้า แต่เจ้าอย่าได้กังวลจนเสียสุขภาพ รีบขึ้นรถม้าเถอะอากาศเย็นเดี๋ยวจะเป็นไข้เอาได้”

จูเหมยอันยกยิ้มก่อนจะยอมเดินขึ้นรถม้า พอลับจากสายตาเฝิงอ๋อง หญิงสาวก็ฉายความกังวลออกมาด้วยเวลานี้ไป๋หลิวหลินเป็นถึงไท่จื่อเฟย วันนี้มีเฝิงอ๋องอยู่ด้วยนางจึงไม่ถูกรังแก นางก็ยังไม่ได้ตกลงปลงใจเป็นคนรักกับเฝิงอ๋อง แต่ชอบการที่ได้รับการดูแลและใส่ใจจากผู้เป็นอ๋องเช่นนี้ ยิ่งพอใครต่อใครรู้ว่านางคือสตรีที่เฝิงอ๋องหลงรัก ผู้คนต่างก็ให้ความยำเกรงต่อนาง ระหว่างนี้ที่นางกำลังตัดสินใจก็ยังให้ความหวังเฝิงอ๋องต่อไป

คนร้ายจะมาทำร้ายไท่จื่อเฟยแน่ๆ!

คล้อยหลังเฝิงอ๋องกับจูเหมยอัน ไป๋หลิวหลินได้แค่มองตามรถม้าตำหนักเฝิงอ๋อง พลางใคร่ครวญว่าอีกไม่นานเฝิงอ๋องจะตาย ทำให้หลังจากนั้นจูเหมยอันก็ได้พบกับรัชทายาทเสวียโจวเล่อและเป็นช่วงเวลาที่ไป๋หลิวหลินเองก็ให้ความสนใจกับเสวียโจวเล่อเช่นกัน ทำให้สองสาวงามต้องแย่งชิงความรักจากเสวียโจวเล่ออีกครั้ง หลังจากผิดใจกันเพราะเฝิงอ๋องมาแล้ว แต่จูเหมยอันก็ยังทำเหมือนเดิมนั่นคือให้ความหวังรัชทายาทเสวียโจวเล่อ พยายามแสดงความอ่อนโยนให้เขาเห็น

เรื่องเฝิงอ๋องเหวียนหลี่ในร่างไป๋หลิวหลินก็รู้สึกก้ำกึ่งว่าควรโกรธจูเหมยอันตามไป๋หลิวหลินคนเก่าหรือไม่ เพราะไป๋หลิวหลินคนเก่าบอกกับจูเหมยอันว่านางหลงรักเฝิงอ๋อง แต่อีกหนึ่งเดือนต่อมานางกลับบังเอิญพบจดหมายรักที่เฝิงอ๋องส่งให้จูเหมยอัน

ไป๋หลิวหลินถามกับจูเหมยอันเพียงคำถามเดียวว่า ‘เฝิงอ๋องส่งจดหมายรักหาเจ้า ก่อนหรือหลังที่ข้าจะบอกเจ้าว่าข้าพอใจในตัวเฝิงอ๋อง’ ซึ่งจูเหมยอันตอบคำถามของไป๋หลิวหลินไม่ได้ ทำให้รู้ว่าคำตอบคือเฝิงอ๋องส่งจดหมายรักหาจูเหมยอันหลังไป๋หลิวหลินบอกสหายว่าตนมีใจให้เฝิงอ๋อง ในความคิดของไป๋หลิวหลินคนเก่านางจะไม่ตอบรับรักแก่บุรุษที่สหายเคยบอกว่ารัก ฉะนั้นนางจึงรู้สึกว่าถูกจูเหมยอันหักหลัง

หลังจากนั้นไป๋หลิวหลินก็มักหาเรื่อง เล่นงานจูเหมยอันมาตลอดปีกว่าแล้ว ทำให้ยิ่งถูกเฝิงอ๋องเกลียดขี้หน้ากว่าเดิม

ที่ไป๋หลิวหลินขอสมรสพระราชทาน ให้ได้อภิเษกกับรัชทายาทก็เพราะอยากเอาชนะคนทั้งสองนั่นแหละ หวังใช้ฐานะไท่จื่อเฟยข่มคนทั้งสอง วันหน้าก็จะได้เป็นถึงฮองเฮา ถึงวันนั้นแน่นอนว่าเฝิงอ๋องกับจูเหมยอันลำบากแน่

“พระชายาอย่าคิดมากเลยนะเพคะ” เหมาชิ่นสาวใช้คนสนิทของไป๋หลิวหลินเข้ามาปลอบผู้เป็นนาย ด้วยเพราะรู้ว่าไป๋หลิวหลินเสียใจมากที่ถูกสหายรักหักหลัง สหายรักที่นางเคยปกป้องดูแลมาตลอด เพราะจูเหมยอันไม่สู้คนแต่ก็มักถูกคุณหนูคนอื่นรังแกอยู่บ่อยๆ

ไป๋หลิวหลินก็พยักหน้ารับกับคำปลอบใจของสาวใช้ ก่อนจะหันมองตั๋วเหิงองครักษ์ที่ทางตำหนักไท่จื่อส่งมาให้อารักขานางยามออกมาข้างนอกกับองครักษ์อีกจำนวนหนึ่ง

“ไท่จื่อนายของเจ้าไปไหน” ไป๋หลิวหลินเอ่ยถามกับตั๋วเหิง เพราะอยากรู้ว่าไท่จื่อหรือรัชทายาทเสวียโจวเล่อ เวลานี้เขาหายไปไหน นี่นางยังไม่รู้เลยนะว่าหน้าตาสามีของตนเองเป็นยังไง!

“กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ” ตั๋วเหิงเอ่ยน้ำเสียงเรียบไม่สื่ออารมณ์ใด

เมื่อไม่ได้คำตอบที่ต้องการ ไป๋หลิวหลินจึงเปลี่ยนคำถาม “แล้วรถม้าของข้าเมื่อไหร่จะมา?”

ตั๋วเหิงเองก็เริ่มขมวดคิ้วเพราะรถม้าของพระชายาไป๋ล้อหลุดตอนมาถึงอารามกุ้ยจินพอดี จึงสั่งให้ลูกน้องรีบซ่อมแซมกินเวลามาหนึ่งชั่วยามกว่าแล้ว ซึ่งนี่ก็นับว่าไม่เหมาะสมเลยที่ถึงกับให้ไท่จื่อเฟยรอ

ร่างสูงจึงโค้งตัวต่อไท่จื่อเฟย “ขออภัยที่ล่าช้าพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบส่งคนไปตาม” ตั๋วเหิงกำลังจะหันไปสั่งกับลูกน้อง หากแต่รถม้าของตำหนักรัชทายาทก็วิ่งมาจอดเทียบด้านหน้าอารามพอดี ร่างเล็กก็รีบกุลีกุจอขึ้นรถม้าทันทีเพราะเหมือนฝนจะตก ทำให้ตั๋วเหิงที่กำลังจะห้ามหญิงสาวไว้เพราะได้กลิ่นเลือดจากรถม้าก็ห้ามนางไม่ทันแล้ว

เมื่อขึ้นมาบนรถม้าได้ไป๋หลิวหลินก็ต้องชะงักอยู่ตรงประตูรถม้า เมื่อแววตางามสบประสานเข้ากับแววตาเยือกเย็นไร้ความปรานีอย่างคนทั่วไป ใบหน้าของเขาแม้จะเรียกได้ว่าหล่อเหลาแต่กลับมีเลือดสีแดงเปื้อนอยู่จึงทำให้เขาดูน่าสยดสยองอย่างบอกไม่ถูก ทั้งเขาสวมชุดสีดำสนิทปล่อยผมสีดำยาวสยาย ตวัดสายตามองไป๋หลิวหลินเหมือนคนที่กระหายการฆ่าคน ตรงปลายเท้าของเขามีศีรษะคนที่ถูกตัดวางเรียงอยู่ราวๆ หกหัวเห็นจะได้

ภาพตรงหน้าส่งให้หญิงสาวตกใจจนหน้าซีดก้าวถอยหลังลงจากรถม้าด้วยอาการหวิดจะเป็นลม แล้วรีบฟ้ององครักษ์หนุ่มเสียงสั่นกับภาพน่ากลัวชวนให้จิตใจคนเกิดความหวาดผวา

“ตั๋วเหิง คนร้ายอยู่ในรถม้า! จะมาฆ่าไท่จื่อเฟยอย่างข้าแน่ๆ เลย!”

ตั๋วเหิงขยับตัวรวดเร็วกำลังจะชักกระบี่ออกจากปลอกดาบ แต่พอเห็นคนในรถม้าก็ต้องหยุดมือรีบคุกเข่าคำนับ แล้วรีบพูดว่า “ถวายพระพรไท่จื่อ”

“….” ไป๋หลิวหลิน

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...