เหตุใดข้าได้สามีเป็นตัวร้าย!
ข้อมูลเบื้องต้น
เหวียนหลี่อยากร้องไห้สักพันรอบ เมื่อต้องมาอยู่ในร่างของไป๋หลิวหลินนางร้ายในนิยายที่ผิดหวังในรัก จากเฝิงอ๋องที่ละทิ้งนางไปคบหาดูใจกับจูเหมยอันนางเอกของเรื่องซึ่งเป็นสหายคนสนิทของไป๋หลิวหลิน
ทำให้ไป๋หลิวหลินรู้สึกว่าถูกคนที่นางรักและสหายหักหลัง จึงได้ขอสมรสพระราชทานกับรัชทายาทเสวียโจวเล่อ ซึ่งผู้คนกล่าวหาว่าเขากระหายเลือด วิปริตชื่นชอบในการไล่ตัดหัวคนเล่น!
แต่เพื่ออำนาจที่เหนือกว่าเฝิงอ๋องจะได้สามารถเล่นงานจูเหมยอันได้ ไป๋หลิวหลินจึงยอมทนใช้ชีวิตกับรัชทายาทผู้โหดเหี้ยม
หากแต่ชะตากลับเล่นตลก เมื่อคนขอสมรสพระราชทานดันมาตกน้ำตายก่อนวันอภิเษกสมรส!
และโชคชะตาได้นำพาเหวียนหลี่หญิงสาวต่างภพที่ไม่รู้เรื่องราวอะไร ไม่ได้อยากเลือกตัวร้ายในนิยายอย่างรัชทายาทมาเป็นสามี แต่นางกลับต้องมาประสบภัยเป็นพระชายาของรัชทายาทเสวียโจวเล่อตัวร้ายผู้ไม่ปกติ ชอบตัดหัวคนมาเรียงเล่น!
ว่างๆ เป็นไม่ได้เขามักวอแวหาเรื่องออกไปล่าหัวคน
แล้วเหวียนหลี่จะมีชีวิตรอดจากเงื้อมมือสามีสักกี่วัน!
เจอกันครั้งแรกนางยังเผลอเรียกให้องครักษ์มาจับเขาอยู่เลย เพราะเขาเหมือนฆาตกรโรคจิต! ไม่บอกไม่รู้เลยนะ ว่าเขาคือรัชทายาท!
ไม่พอเฝิงอ๋องยังกลับมาวอแวไป๋หลิวหลินเพราะเห็นธาตุแท้จูเหมยอัน ทำให้ทั้งนางและเขาเสี่ยงถูกรัชทายาทเสวียโจวเล่อตัดหัวเล่นทั้งคู่ด้วย!
ไม่เป็นไรก็ได้
“ข้าไม่มีวันรักเจ้าไป๋หลิวหลิน อย่าได้ทำร้ายอันเอ๋อร์เป็นอันขาด” สุรเสียงเรียบนิ่งดังขึ้นเมื่อเขาบังเอิญเดินมาพบกับไป๋หลิวหลิน หน้าอารามกุ้ยจินอันใหญ่โตและเงียบสงบ ต้นไม้ใหญ่ไหวเอียงตามแรงลม ส่งให้อาภรณ์หญิงสาวปลิวไสวอย่างงดงามราวกับนางกำลังยืนบนอากาศ
ไป๋หลิวหลินก็ได้แต่กะพริบตาปริบๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยตอบกับเฝิงอ๋องว่า “น้องสามีพูดอะไรน่ะ กล่าวคำว่ารักไม่รักอะไรกับพี่สะใภ้เช่นนี้ พี่สะใภ้ก็เขินแย่น่ะสิ” นางแค่อยากยั่วโมโหคนตรงหน้าเล่นๆ
เฝิงอ๋องขมวดคิ้วกับท่าทีลอยหน้าลอยตาของไป๋หลิวหลินไม่ได้มีความสำนึกผิดเลย ที่เมื่อหลายวันก่อนสั่งให้สาวใช้ขังจูเหมยอันไว้ในเรือนภายในอาณาเขตของสกุลไป๋ ตอนงานเลี้ยงชมสินสอดของไป๋หลิวหลิน เป็นพิธีชมสินสอดก่อนที่จะแต่งเข้าตำหนักบูรพาของรัชทายาทเสวียโจวเล่อ ซึ่งเป็นพี่ชายของเฝิงอ๋อง
เฝิงอ๋องเองก็ไม่พอใจเรื่องนี้มาก เพราะรู้ว่าไป๋หลิวหลินไม่ได้มีใจให้รัชทายาท แต่เพราะนางอยากแก้แค้นเขาจึงร้องขอจะแต่งให้รัชทายาท โดยการใช้ความดีความชอบของบิดาที่เป็นถึง ไป๋กั๋วกงแม่ทัพคนสำคัญของแคว้นเสวีย แล้วฮ่องเต้ก็ไม่อาจปฏิเสธแม่ทัพเสวียที่ทำความดีความชอบในสนามรบมานานปีด้วย
เฝิงอ๋องรับสั่งสุรเสียงเรียบอีกครั้ง “ข้าพูดว่าไม่มีวันรักเจ้า ไม่ใช่บอกว่ารักเจ้า เจ้าจะเพ้อฝันไปถึงเมื่อไหร่”
ไป๋หลิวหลินพยักหน้าหงักหงึกอย่างขอไปทีแล้วพูดว่า “ข้ารู้แล้ว” ด้วยแววตาใสซื่อ ไร้ท่าทีเกรี้ยวกราดไม่อารมณ์ร้ายเหมือนทุกที
ด้วยเพราะวันที่ไป๋หลิวหลินเล่นงานจูเหมยอัน หวังเผาจูเหมยอันทั้งเป็น แต่ไฟดันลามไปเรือนที่จัดงานชมสินสอดด้วย ทำให้คุณหนูหลายคนที่มาร่วมงานเลี้ยงชมสินสอดโดดลงน้ำหนีตาย และความโชคร้ายดันมาเยือนไป๋หลิวหลินตัวจริงที่สิ้นบุญก่อนวันงานวิวาห์ของตัวเอง
ทำให้เหวียนหลี่ที่จมน้ำเหมือนกันคิดว่าตนเองจบสิ้นในชีวิตแล้ว หากใครจะรู้ว่าเหวียนหลี่ดันมาโผล่ในร่างของตัวละครนางร้ายในนิยายอย่างไป๋หลิวหลิน! ก่อนวันอภิเษกสมรสกับรัชทายาทเสวียโจวเล่อ! เขาก็เป็นตัวร้ายในนิยายของเรื่องละ
แต่รัชทายาทเสวียโจวเล่อน่ะลูกรักฮ่องเต้เลยนะ ที่ยอมให้ไป๋หลิวหลินแต่งให้เสวียโจวเล่อก็เพราะอยากให้บิดาของไป๋หลิวหลินส่งเสริมเสวียโจวเล่อด้วยเป็นแน่
ถ้าตามในนิยาย ไป๋หลิวหลินตกน้ำแล้วหมดสติไปหลายวัน จนเลยฤกษ์วันอภิเษกสมรส ทำให้นางพลาดโอกาสที่จะได้แต่งให้รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ ด้วยเฝิงอ๋องเองก็ไม่อยากให้ไป๋หลิวหลินเป็นไท่จื่อเฟยแล้วใช้อำนาจไท่จื่อเฟยหาความลำบากให้จูเหมยอันสตรีอันเป็นที่รักของเฝิงอ๋อง
เฝิงอ๋องจึงหานักพรตมาบอกแก่คนในตระกูลเสวียว่า วาสนาของไป๋หลิวหลินไม่คู่ควรกับรัชทายาทเสวียโจวเล่อ ต้องยกเลิกพิธีอภิเษกสมรสไป๋หลิวหลินจึงจะฟื้นขึ้นมาได้ ฮ่องเต้เองก็พอจะรู้วีรกรรมร้ายกาจของไป๋หลิวหลินจึงยอมยกเลิกราชโองการเพื่อรักษาชีวิตไป๋หลิวหลิน แต่ก็แต่งตั้งไป๋หลิวหลินเป็นองค์หญิงเป็นการชดเชยให้นางและเพื่อไม่ให้นางอับอาย
แต่ว่าตอนนี้ไป๋หลิวหลินเสียชีวิตไปแล้วจริงๆ
ตอนนี้จึงมีแต่เหวียนหลี่ที่จะเป็นคนดี! ได้แต่งให้รัชทายาทเสวียโจวเล่อด้วย ขอใช้ชีวิตแสนสุขสบายของเหวียนหลี่ต่อก็แล้วกัน!
แม้ว่าคืนเข้าหอจะถูกสามีทิ้งให้เฝ้าห้องหอ
จนถูกคนเขาหัวเราะเยาะก็เถอะ แต่ไป๋หลิวหลินก็ไม่สนใจหรอกเพราะไม่ได้รักรัชทายาทเสียหน่อย หน้าตาก็ไม่เคยเห็นเพราะรัชทายาทเพิ่งเดินทางกลับมาเมืองหลวง
และแม้ว่าหวงกุ้ยเฟยผู้มีศักดิ์เป็นแม่สามีจะไม่ค่อยชอบหน้าไป๋หลิวหลิน แต่ก็ไม่เป็นไรก็ได้
ฮ่องเต้เองก็แบ่งรับแบ่งสู้กับไป๋หลิวหลิน ค่อนไปทางไม่อยากจะรับนางเป็นสะใภ้ แต่ก็ไม่เป็นไร
ท่านพ่อบ้านแซ่ชิวที่ดูแลตำหนักบูรพาไม่ยอมให้นางดูแลตำหนัก ก็ไม่เป็นไร
คือที่บอกว่าไม่เป็นไรน่ะ เพราะว่าไป๋หลิวหลินทำอะไรไม่ได้เลย! งื้ออออออ ไป๋หลิวหลินคนเก่าดันสร้างวีรกรรมไว้เยอะด้วยสิ นี่เพิ่งแต่งให้รัชทายาทเสวียโจวเล่อมาได้แค่สามวัน แต่ยังไม่ได้เข้าไปคารวะน้ำชาฮ่องเต้กับหวงกุ้ยเฟยในวังเลย เพราะไม่มีใครพาไป สามีก็หายหัวไปอย่างไร้ร่องรอย
เหวียนหลี่ในร่างไป๋หลิวหลินเศร้ายิ่งนัก!
ช่างรักกันเหลือเกิน
วันนี้ก็เป็นวันที่นางต้องกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม แต่ไป๋หลิวหลินคิดว่าแม้จะจำชื่อทุกคนในตระกูลไป๋ได้ แต่ก็รู้สึกไม่สนิทจึงยังไม่กลับไปดีกว่า เพราะถ้าตามธรรมเนียม นางควรกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมพร้อมรัชทายาทเสวียโจวเล่อผู้เป็นสามี แต่สามีหายหน้าหายตาไปตั้งแต่คืนเข้าหอโดยที่ไป๋หลิวหลินยังไม่เคยเห็นหน้าเจ้าบ่าวตนเองด้วยซ้ำ วันนี้นางจึงออกมาไหว้พระที่อารามกุ้ยจิน เพื่อหาความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตใหม่บ้าง
เมื่อเฝิงอ๋องเอาแต่จ้องมองหน้านาง ร่างเล็กที่เอาแต่ยืนกะพริบตาปริบๆ จนนางเห็นขอทานเดินผ่านมา ก็หยิบเหรียญอีแปะโยนไปให้พวงหนึ่งน่าจะมีอีแปะร้อยเหรียญอย่างคนมีน้ำใจ
จนขอทานหันมามองไป๋หลิวหลินแล้วรีบคุกเข่าคำนับโขกศีรษะให้นาง “ขอบคุณคุณหนูท่านนี้ขอรับ”
ไป๋หลิวหลินจึงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไรเจ้ารีบไปหาอะไรกินเถอะ ดูสิมือไม้สั่นหมดแล้ว”
แล้วเฝิงอ๋องก็รับสั่งขึ้นอีก “ไม่ต้องมาเสียเวลาแสร้งเป็นคนดีต่อหน้าข้า”
ไป๋หลิวหลินก็ได้แต่พยักหน้ารับอย่างขอไปทีขี้เกียจทะเลาะกับน้องของสามี ทั้งที่ไม่ได้มีเจตนามาสร้างภาพเป็นคนดีให้เฝิงอ๋องเห็นเสียหน่อย
นางแค่ออกมายืนรอรถม้าของตัวเอง หญิงสาวกำลังจะถามว่าเฝิงอ๋องมายืนหาเรื่องอะไรนางตรงนี้ ทว่าขอทานที่เพิ่งจะลุกขึ้น ก็คุกเข่าลงแล้วโขกศีรษะให้คนที่เพิ่งเดินออกมาจากประตูอารามอีกครั้ง ซึ่งอยู่ด้านหลังของไป๋หลิวหลินและเฝิงอ๋อง
“ขอบคุณ คุณหนูใหญ่จูที่มอบข้าวให้ข้าน้อยเมื่อวานขอรับ”
ทำให้ทั้งเฝิงอ๋องและไป๋หลิวหลินหันไปมอง จูเหมยอันในชุดสีขาวดูบริสุทธิ์ราวเทพบุปผาที่สูงส่งเหนือผู้คน ใบหน้าขาวสะอาดไร้การแต่งแต้ม
แต่ไป๋หลิวหลินก็พอจะมองออกว่าถ้าจูเหมยอันได้แต่งแต้มใบหน้านางคงงดงามมากเป็นแน่
จูเหมยอันพยักหน้าให้ขอทานด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันมาย่อตัวคารวะเฝิงอ๋อง “หม่อมฉันคารวะเฝิงอ๋อง”
“ตามสบายเถอะอันเอ๋อร์ ข้ามารับเจ้า” เฝิงอ๋องรับสั่งขึ้นด้วยสุรเสียงอ่อนลง ต่างจากที่สนทนากับไป๋หลิวหลินเมื่อครู่ลิบลับ
จูเหมยอันยืนขึ้นก่อนที่สายตางามจะมองไป๋หลิวหลินแล้วย่อตัวคำนับต่อหญิงสาวที่เมื่อก่อนสถานะเท่ากันและเคยเป็นสหายสนิทกัน แต่ยามนี้ไม่ใช่แล้วเพราะผิดใจกันเรื่องเฝิงอ๋อง และไป๋หลิวหลินที่เป็นถึงพระชายาเอกในรัชทายาทเสวียโจวเล่อ สถานะสูงส่งกว่าจูเหมยอันมากทีเดียว
“หม่อมฉันคารวะไท่จื่อเฟย” จูเหมยอันเรียกขานไป๋หลิวหลินด้วยสถานะใหม่ ซึ่งจะเรียกว่าไท่จื่อเฟย หรือ พระชายา ก็ได้ทั้งนั้น
ไป๋หลิวหลินยังไม่ทันจะขานรับการคารวะจากจูเหมยอัน เฝิงอ๋องกลับรีบยื่นแขนไปจับตัวให้จูเหมยอันลุกขึ้นทันที คล้ายกลัวว่าสตรีที่เขารักจะได้รับความลำบากในการถวายคำนับต่อไป๋หลิวหลิน
ไป๋หลิวหลินก็ได้แต่ลอบแบะปากด้วยความหมั่นไส้ และได้เห็นว่าจูเหมยอันปรายหางตามองไป๋หลิวหลินเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปขึ้นรถม้าที่เฝิงอ๋องนำมารับนางอย่างไม่เห็นหัวไป๋หลิวหลิน
ที่เฝิงอ๋องมารับจูเหมยอันเนื่องจากว่าอารามกุ้ยจินอยู่ทางทิศใต้นอกเมืองหลวง ทางกลับจากอารามใช้เวลาตั้งหนึ่งชั่วยาม ระหว่างทางก็เรียกได้ว่าเปลี่ยวมาก
ระหว่างขึ้นรถม้าจูเหมยอันก็พูดกับเฝิงอ๋องว่า “นางมาดักพบท่านอ๋องเช่นนี้ จะทำให้ท่านอ๋องกับรัชทายาทผิดใจกันหรือไม่เพคะ”
เฝิงอ๋องใช้หางตามองไป๋หลิวหลินก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มให้หญิงสาว “ข้าดีใจที่เจ้าห่วงใยข้า แต่เจ้าอย่าได้กังวลจนเสียสุขภาพ รีบขึ้นรถม้าเถอะอากาศเย็นเดี๋ยวจะเป็นไข้เอาได้”
จูเหมยอันยกยิ้มก่อนจะยอมเดินขึ้นรถม้า พอลับจากสายตาเฝิงอ๋อง หญิงสาวก็ฉายความกังวลออกมาด้วยเวลานี้ไป๋หลิวหลินเป็นถึงไท่จื่อเฟย วันนี้มีเฝิงอ๋องอยู่ด้วยนางจึงไม่ถูกรังแก นางก็ยังไม่ได้ตกลงปลงใจเป็นคนรักกับเฝิงอ๋อง แต่ชอบการที่ได้รับการดูแลและใส่ใจจากผู้เป็นอ๋องเช่นนี้ ยิ่งพอใครต่อใครรู้ว่านางคือสตรีที่เฝิงอ๋องหลงรัก ผู้คนต่างก็ให้ความยำเกรงต่อนาง ระหว่างนี้ที่นางกำลังตัดสินใจก็ยังให้ความหวังเฝิงอ๋องต่อไป
คนร้ายจะมาทำร้ายไท่จื่อเฟยแน่ๆ!
คล้อยหลังเฝิงอ๋องกับจูเหมยอัน ไป๋หลิวหลินได้แค่มองตามรถม้าตำหนักเฝิงอ๋อง พลางใคร่ครวญว่าอีกไม่นานเฝิงอ๋องจะตาย ทำให้หลังจากนั้นจูเหมยอันก็ได้พบกับรัชทายาทเสวียโจวเล่อและเป็นช่วงเวลาที่ไป๋หลิวหลินเองก็ให้ความสนใจกับเสวียโจวเล่อเช่นกัน ทำให้สองสาวงามต้องแย่งชิงความรักจากเสวียโจวเล่ออีกครั้ง หลังจากผิดใจกันเพราะเฝิงอ๋องมาแล้ว แต่จูเหมยอันก็ยังทำเหมือนเดิมนั่นคือให้ความหวังรัชทายาทเสวียโจวเล่อ พยายามแสดงความอ่อนโยนให้เขาเห็น
เรื่องเฝิงอ๋องเหวียนหลี่ในร่างไป๋หลิวหลินก็รู้สึกก้ำกึ่งว่าควรโกรธจูเหมยอันตามไป๋หลิวหลินคนเก่าหรือไม่ เพราะไป๋หลิวหลินคนเก่าบอกกับจูเหมยอันว่านางหลงรักเฝิงอ๋อง แต่อีกหนึ่งเดือนต่อมานางกลับบังเอิญพบจดหมายรักที่เฝิงอ๋องส่งให้จูเหมยอัน
ไป๋หลิวหลินถามกับจูเหมยอันเพียงคำถามเดียวว่า ‘เฝิงอ๋องส่งจดหมายรักหาเจ้า ก่อนหรือหลังที่ข้าจะบอกเจ้าว่าข้าพอใจในตัวเฝิงอ๋อง’ ซึ่งจูเหมยอันตอบคำถามของไป๋หลิวหลินไม่ได้ ทำให้รู้ว่าคำตอบคือเฝิงอ๋องส่งจดหมายรักหาจูเหมยอันหลังไป๋หลิวหลินบอกสหายว่าตนมีใจให้เฝิงอ๋อง ในความคิดของไป๋หลิวหลินคนเก่านางจะไม่ตอบรับรักแก่บุรุษที่สหายเคยบอกว่ารัก ฉะนั้นนางจึงรู้สึกว่าถูกจูเหมยอันหักหลัง
หลังจากนั้นไป๋หลิวหลินก็มักหาเรื่อง เล่นงานจูเหมยอันมาตลอดปีกว่าแล้ว ทำให้ยิ่งถูกเฝิงอ๋องเกลียดขี้หน้ากว่าเดิม
ที่ไป๋หลิวหลินขอสมรสพระราชทาน ให้ได้อภิเษกกับรัชทายาทก็เพราะอยากเอาชนะคนทั้งสองนั่นแหละ หวังใช้ฐานะไท่จื่อเฟยข่มคนทั้งสอง วันหน้าก็จะได้เป็นถึงฮองเฮา ถึงวันนั้นแน่นอนว่าเฝิงอ๋องกับจูเหมยอันลำบากแน่
“พระชายาอย่าคิดมากเลยนะเพคะ” เหมาชิ่นสาวใช้คนสนิทของไป๋หลิวหลินเข้ามาปลอบผู้เป็นนาย ด้วยเพราะรู้ว่าไป๋หลิวหลินเสียใจมากที่ถูกสหายรักหักหลัง สหายรักที่นางเคยปกป้องดูแลมาตลอด เพราะจูเหมยอันไม่สู้คนแต่ก็มักถูกคุณหนูคนอื่นรังแกอยู่บ่อยๆ
ไป๋หลิวหลินก็พยักหน้ารับกับคำปลอบใจของสาวใช้ ก่อนจะหันมองตั๋วเหิงองครักษ์ที่ทางตำหนักไท่จื่อส่งมาให้อารักขานางยามออกมาข้างนอกกับองครักษ์อีกจำนวนหนึ่ง
“ไท่จื่อนายของเจ้าไปไหน” ไป๋หลิวหลินเอ่ยถามกับตั๋วเหิง เพราะอยากรู้ว่าไท่จื่อหรือรัชทายาทเสวียโจวเล่อ เวลานี้เขาหายไปไหน นี่นางยังไม่รู้เลยนะว่าหน้าตาสามีของตนเองเป็นยังไง!
“กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ” ตั๋วเหิงเอ่ยน้ำเสียงเรียบไม่สื่ออารมณ์ใด
เมื่อไม่ได้คำตอบที่ต้องการ ไป๋หลิวหลินจึงเปลี่ยนคำถาม “แล้วรถม้าของข้าเมื่อไหร่จะมา?”
ตั๋วเหิงเองก็เริ่มขมวดคิ้วเพราะรถม้าของพระชายาไป๋ล้อหลุดตอนมาถึงอารามกุ้ยจินพอดี จึงสั่งให้ลูกน้องรีบซ่อมแซมกินเวลามาหนึ่งชั่วยามกว่าแล้ว ซึ่งนี่ก็นับว่าไม่เหมาะสมเลยที่ถึงกับให้ไท่จื่อเฟยรอ
ร่างสูงจึงโค้งตัวต่อไท่จื่อเฟย “ขออภัยที่ล่าช้าพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบส่งคนไปตาม” ตั๋วเหิงกำลังจะหันไปสั่งกับลูกน้อง หากแต่รถม้าของตำหนักรัชทายาทก็วิ่งมาจอดเทียบด้านหน้าอารามพอดี ร่างเล็กก็รีบกุลีกุจอขึ้นรถม้าทันทีเพราะเหมือนฝนจะตก ทำให้ตั๋วเหิงที่กำลังจะห้ามหญิงสาวไว้เพราะได้กลิ่นเลือดจากรถม้าก็ห้ามนางไม่ทันแล้ว
เมื่อขึ้นมาบนรถม้าได้ไป๋หลิวหลินก็ต้องชะงักอยู่ตรงประตูรถม้า เมื่อแววตางามสบประสานเข้ากับแววตาเยือกเย็นไร้ความปรานีอย่างคนทั่วไป ใบหน้าของเขาแม้จะเรียกได้ว่าหล่อเหลาแต่กลับมีเลือดสีแดงเปื้อนอยู่จึงทำให้เขาดูน่าสยดสยองอย่างบอกไม่ถูก ทั้งเขาสวมชุดสีดำสนิทปล่อยผมสีดำยาวสยาย ตวัดสายตามองไป๋หลิวหลินเหมือนคนที่กระหายการฆ่าคน ตรงปลายเท้าของเขามีศีรษะคนที่ถูกตัดวางเรียงอยู่ราวๆ หกหัวเห็นจะได้
ภาพตรงหน้าส่งให้หญิงสาวตกใจจนหน้าซีดก้าวถอยหลังลงจากรถม้าด้วยอาการหวิดจะเป็นลม แล้วรีบฟ้ององครักษ์หนุ่มเสียงสั่นกับภาพน่ากลัวชวนให้จิตใจคนเกิดความหวาดผวา
“ตั๋วเหิง คนร้ายอยู่ในรถม้า! จะมาฆ่าไท่จื่อเฟยอย่างข้าแน่ๆ เลย!”
ตั๋วเหิงขยับตัวรวดเร็วกำลังจะชักกระบี่ออกจากปลอกดาบ แต่พอเห็นคนในรถม้าก็ต้องหยุดมือรีบคุกเข่าคำนับ แล้วรีบพูดว่า “ถวายพระพรไท่จื่อ”
“….” ไป๋หลิวหลิน