โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เปิดแผน 3 ปี ลดหนี้ 50%ควบคู่เติมสภาพคล่อง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 ก.ค. 2568 เวลา 16.28 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 09.28 น.

พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟควางกลยุทธ์ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2569-2571) ลดหนี้ 50% ภายในปี 2570 ขยายระยะเวลาไถ่ถอนทุกชุดออกไป 2 ปี เพิ่มดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี เร่งสร้างยอดขายบ้านระดับปานกลางแตะ 10,000 ล้านบาท ลดค่าใช้จ่าย 20% เสริมแกร่งระยะยาว

นายศานิต อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว กำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอ และความเชื่อมั่นในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง รวมถึงอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่ยังคงสูง บริษัทตระหนักถึงสถานการณ์นี้ จึงได้เตรียมแผนรับมืออย่างเป็นระบบ

บริษัทมีเป้าหมายลดภาระหนี้ลง 50% ภายในปี 2570 เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน นอกจากนี้ ยังมีแผนขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปี โดยในปี 2569 มีแผนขายสินทรัพย์มูลค่า 300 ล้านบาท, ปี 2570 มูลค่า 2,500 ล้านบาท และปี 2571 เป้าหมายขายสินทรัพย์เพิ่มอีกกว่า 1,500 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการลดหนี้และเพิ่มสภาพคล่อง

ปัจจุบัน บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และจะจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ในวันที่ 6 สิงหาคมนี้ เพื่อขออนุมัติเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการชำระคืนหุ้นกู้ 15 ชุด ซึ่งจะครบกำหนดไถ่ถอนระหว่างเดือนสิงหาคม 2568 ถึงมกราคม 2570 โดยบริษัทเสนอขอขยายระยะเวลาไถ่ถอนทุกชุดออกไป 2 ปี และปรับเพิ่มดอกเบี้ยอีก 0.25% ต่อปี

เพื่อให้สามารถบริหารกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพและเสริมความสามารถในการจัดการชำระคืนหนี้หุ้นกู้ บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของผู้ถือหุ้นกู้และยังคงยึดมั่นในการดำเนินงานโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นกู้ทุกท่าน

เน้นยอดขายบ้านระดับปานกลาง

ในด้านแผนธุรกิจ บริษัทมุ่งเน้นการฟื้นฟูรายได้ผ่านการสร้างยอดขาย โดยตั้งเป้าให้ยอดขายกลับมาแตะระดับ 10,000 ล้านบาทภายในปี 2571 กลยุทธ์หลักจะมุ่งเน้นไปที่สินค้ากลุ่มบ้านระดับราคาปานกลาง ซึ่งยังคงมีความต้องการในตลาดสูง ขณะเดียวกันจะทยอยลดสัดส่วนสินค้ากลุ่มคอนโดมิเนียม

ปัจจุบัน บริษัทมีสินค้าพร้อมขายรวมมูลค่า 6,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 2,500 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 3,500 ล้านบาท โดยจะเร่งระบายสต็อกในโครงการที่สามารถรับรู้รายได้ทันที นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 2,220 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง บริษัทยังคงมีจุดแข็งจากการถือครองที่ดินในทำเลศักยภาพทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงทำเลที่มีการเติบโตอย่างเขาใหญ่ หัวหิน และเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญ

ปรับโครงสร้างองค์กรลดค่าใช้จ่าย

บริษัทยังเดินหน้าปรับโครงสร้างทางธุรกิจและโครงสร้างองค์กร โดยมีเป้าหมายหลักคือลดค่าใช้จ่ายลง 20% ภายในปี 2569 ด้วยการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการดำเนินงานและระบบบริหารจัดการให้มีความกระชับคล่องตัว เพื่อยกระดับความสามารถในการทำกำไร เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน

นายศานิตกล่าวทิ้งท้ายว่า ที่ผ่านมา บริษัทได้รับความไว้วางใจจากพันธมิตรระดับโลก เช่น Sumitomo Forestry และ Sekisui Chemical จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีความร่วมมือระยะยาวในการพัฒนาโครงการทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัทในสายตานักลงทุนต่างชาติ ประกอบกับประสบการณ์ 40 ปีในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และความสามารถในการบริหารจัดการภายใต้สภาวะท้าทาย บริษัทเคยผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจระดับโลกมาแล้วหลายครั้ง และสามารถปรับตัวฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง แผนระยะ 3 ปีของบริษัทครั้งนี้ ไม่เพียงมุ่งรับมือกับความท้าทายในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการวางรากฐานใหม่เพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคต

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...