โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปิ๊งไอเดียออสเตรเลีย!! เล็งเปิดร้านสินค้ามือสองของหลุดจำนำ จากโรงรับจำนำของรัฐ

The Bangkok Insight

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 11.21 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 11.21 น. • The Bangkok Insight

"พม." เผย แนวคิดสํานักงานธนานุเคราะห์ เปิดร้านสินค้ามือสองของหลุดจำนำ จาก โรงรับจำนำของรัฐ หวังช่วยกลุ่มเปราะบาง

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมายให้ นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ นายนิกร จำนง ประธานคณะที่ปรึกษาติดตามและเร่งรัดขับเคลื่อนนโยบาย รมว.พม. ร่วมกันทำหน้าที่ประธานที่ประชุมกระทรวง พม. ประจำเดือนมิถุนายน

โรงรับจำนำของรัฐ

ภายหลังการประชุม นายธเนศพล แถลงข่าว ว่า ได้รายงานให้ที่ประชุมทราบถึงผลการทำงานของคณะกรรมการอำนวยการสํานักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) กรณีที่ได้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานโรงรับจำนำเพื่อสังคมในประเทศออสเตรเลีย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสถานธนานุเคราะห์ หรือโรงรับจำนำของรัฐ ซึ่งมีความจำเป็นกับพี่น้องกลุ่มเปราะบาง และประชาชนทั่วไปผู้มีรายได้น้อย

ในขณะที่โรงรับจำนำ และร้านซื้อขายสินค้ามือสองในประเทศออสเตรเลียนั้น มีอัตราการคิดดอกเบี้ย อยู่ที่ 30% ต่อเดือน วงเงินกู้ยิ่งสูงอัตราดอกเบี้ยลดลงเหลือ 15% ต่อเดือน โดยการรับจำนำของประเทศออสเตรเลีย ค่อนข้างจะมองในเรื่องธุรกิจ และมีเอกชนเป็นผู้ประกอบการทั้งหมด ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจากรัฐบาล ต่ออายุใบอนุญาตทุกปี

นอกจากนี้ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจมีความต่อเนื่อง หลังจากการรับจำนำแล้วคือหลักประกันที่เอามาจำนำ หากไม่มีการติดต่อชำระหรือส่งดอกเบี้ยเมื่อครบสามเดือนตามกำหนดเวลาทรัพย์ก็จะหลุดจำนำเป็นกรรมสิทธิ์ของร้านที่รับจำนำ แล้วจะนำมาเป็นสินค้าในร้านขายของมือสอง เพื่อทำกำไรอีกทอดหนึ่ง

ในขณะเดียวกันประธานและคณะกรรมการอำนวยการ สธค. ได้ให้ความเห็นว่า ที่ผ่านมาหลักประกัน เป็นเครื่องมือของลูกค้าของสถานธนานุเคราะห์ที่เอามาจำนำและหลุดจำนำนั้น เราใช้วิธีการขายเหมาไปให้ผู้ประกอบการที่มาขอรับซื้อ ซึ่งอาจจะต้องปรับเปลี่ยน

หลังจากนี้ต้องพิจารณาว่า อาจจะทำเป็นสถานที่จำหน่ายสินค้ามือสองในราคาถูก ซึ่งเราไม่ได้พูดเรื่องประเด็นของการสร้างผลประโยชน์ให้กับสถานธนานุเคราะห์ แต่กำลังพูดถึงเรื่องของการปรับรูปแบบของโรงรับจำนำ มาเป็นการนำเสนอหน้าร้าน เป็นตู้ขายสินค้า ปรับเคาน์เตอร์การรับจำนำให้อยู่ด้านใน เพื่อลดภาพจำของการเข้ามาจำนำ และยังเป็นการให้โอกาสกับผู้ที่ประกอบอาชีพที่เป็นกลุ่มเปราะบาง หรือผู้ที่มีรายได้น้อยได้ ในการที่จะหาของหลุดจำนำ ที่เป็นของใช้ในครัวเรือน เครื่องมือช่าง หรืออุปกรณ์ที่จะนำไปใช้ประกอบอาชีพได้ในราคาถูก ซึ่งถือเป็นแนวคิดใหม่ที่ สธค. น่าจะเริ่มได้ภายในปีนี้

นอกจากนั้น จากสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังเกิดปัญหาขึ้นขณะนี้ นโยบายของนายวราวุธ ได้มอบหมายให้ สธค. ไปพิจารณาในเรื่องของการขยายสาขาสถานธนานุเคราะห์ เพื่อให้บริการกับพี่น้องกลุ่มเปราะบาง และประชาชนทั่วไป ผู้มีรายได้น้อย ให้ครอบคลุมในพื้นที่ได้มากเพิ่มขึ้น โดยถ้าเป็นไปได้จะดำเนินการให้ครบทั่วประเทศ อย่างน้อยที่สุดในแต่ละจังหวัดจะได้มีสถานธนานุเคราะห์

ปัจจุบัน กระทรวง พม. มีสถานธนานุเคราะห์ จำนวน 40 กว่าแห่ง นับว่าเป็นแนวทางที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับกลุ่มเปราะบางและประชาชนที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้เข้าถึงแหล่งเงินอย่างธนาคาร

อย่างไรก็ตาม รายได้จากการเปิดร้านจำหน่ายของหลุดจำนำ หรือสิ่งของในร้านค้าที่ตั้งคือ สามารถนำมาทำกิจกรรม CSR ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ผู้ประสบปัญหาทางสังคม กลุ่มลูกค้าของ สธค. ที่ประสบความยากลำบากเฉพาะหน้าให้ได้รับความช่วยเหลือได้ทันท่วงที

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...