โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธนารักษ์-ธนาคารกรุงไทย-ธอส. แลกเปลี่ยนข้อมูลราคาประเมินทรัพย์สิน เพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพย์สินของแผ่นดิน

สยามรัฐ

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 08.24 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 08.24 น.

กรมธนารักษ์จัดพิธีลงนามความร่วมมือว่าด้วยการบูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านประเมินราคาทรัพย์สินระหว่าง กรมธนารักษ์ โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดย นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ และธนาคารอาคารสงเคราะห์ โดย นายวิทยา แสนภักดี รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานปรับโครงสร้างหนี้ ณ ห้องประชุม ชั้น 8 อาคาร 72 ปี กรมธนารักษ์ โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการแลกเปลี่ยน เชื่อมโยง และบูรณาการฐานข้อมูลราคาประเมินทรัพย์สินร่วมกัน เสริมให้กระบวนการประเมินราคาทรัพย์สินมีประสิทธิภาพ แม่นยำ รวดเร็ว และเป็นธรรม มากยิ่งขึ้น

วันที่ 11 มิถุนายน 2568 นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ความร่วมมือนี้เป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบประเมินราคาทรัพย์สินและการพิจารณาสินเชื่อของประเทศ ซึ่งการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการเงินจะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการประเมินราคาทรัพย์สินและการอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาน และความร่วมมือนี้
จะเป็นต้นแบบที่ดีในการพัฒนาระบบข้อมูลและการให้บริการของภาครัฐและภาคการเงินในอนาคต

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า การลงนาม MOU เป็นการบูรณาการความร่วมมือภายใต้บันทึกข้อตกลง ของทั้ง 3 หน่วยงาน คือ กรมธนารักษ์ ร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการภาครัฐในการประเมินราคาที่ดินให้มีความแม่นยำ โปร่งใส และช่วยลดขั้นตอนในการสืบค้นราคาประเมิน อีกทั้งภาคธนาคารก็จะมีฐานข้อมูลที่ช่วยเพิ่มความเร็ว ให้การพิจารณาสินเชื่อด้านที่อยู่อาศัย และภายใต้บันทึกข้อตกลงนี้ กรมธนารักษ์จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลให้ทั้งสองหน่วยนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบในการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ยื่นขอสินเชื่อ ดังนี้

1. บัญชีราคาประเมินทรัพย์สิน ประกอบด้วย บัญชีราคาประเมินที่ดิน บัญชีราคาประเมินห้องชุด และบัญชีราคาประเมินสิ่งปลูกสร้าง

2. ข้อมูลหน่วยที่ดิน ประกอบด้วยชื่อหน่วยที่ดิน ความลึกมาตรฐาน (เมตร) และราคาประเมินที่ดินรายหน่วยที่ดิน (บาทต่อตารางวา)
ในส่วนของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์จะแลกเปลี่ยนข้อมูลให้กรมธนารักษ์นำไปใช้เป็นข้อมูลในการสอบทานข้อมูลราคาซื้อขายจดทะเบียนเพื่อใช้ในการกำหนดราคาประเมินที่ดินรายหน่วยที่ดิน ดังนี้

1.ข้อมูลราคาประเมินสินเชื่อของอสังหาริมทรัพย์ที่นำมาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ประกอบด้วย ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด ฃ

2. ข้อมูลราคาตลาดแปลงที่นำมาใช้ประกอบการประเมินราคาหลักทรัพย์ ประกอบด้วย ที่ดิน และห้องชุด
นายเอกนิติฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมธนารักษ์ได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “เพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพย์สินของแผ่นดิน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม เดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน” ผ่านกลยุทธ์ VALUE ซึ่งเสาที่ 4 ของกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนนี้คือ การประเมินราคาทรัพย์สิน (A : Appraise) เป็นการเพิ่มความแม่นยําในการประเมินราคาที่ดิน การที่กรมธนารักษ์ได้รับความร่วมมือจาก 2 ธนาคารใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารอาคารสงเคราะห์ เข้ามาช่วยเติมเต็มข้อมูลนั้น จะช่วยให้ราคาประเมินของกรมธนารักษ์เกิดความแม่นยำยิ่งขึ้น และยังเป็นการยกระดับบัญชีราคาประเมินทรัพย์สินของกรมธนารักษ์ให้มีความสอดคล้องเชิงพื้นที่ และเหมาะสมตามสภาวะเศรษฐกิจมากขึ้นอีกด้วย

"การบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนระบบราคาประเมินที่เหมาะสม แม่นยำ โปร่งใส มีมาตรฐาน และเป็นธรรม ให้กับประชาชน และภาคธุรกิจ อีกทั้งยังเป็นการขับเคลื่อนและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศตามนโยบายของรัฐบาล สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของทั้ง 3 หน่วยงาน ในการ“เพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพย์สินของแผ่นดิน” ของกรมธนารักษ์ “เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน” ของธนาคารกรุงไทย และ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ของ ธอส."

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ของประเทศให้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับบริบทของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ และจะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศที่เกิดจากการขาดฐานข้อมูลครบถ้วนรอบด้านและเป็นปัจจุบัน โดยก่อให้เกิดประโยชน์ต่อหลายภาคส่วน ทั้งการตรวจสอบทรัพย์สิน คุณภาพลูกหนี้ ด้วยต้นทุนที่ลดลง ช่วยลดความเสี่ยง และสามารถช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ทำให้ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง ด้วยข้อมูลกลางที่ได้มาตรฐาน โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้คนไทยทุกคนเข้าถึงบริการด้านการเงินและการลงทุนอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และลดความเหลื่อมล้ำ (Financial Inclusion) ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมไปถึง SME ที่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้นด้วยการประเมินหลักทรัพย์ค้ำประกันที่แม่นยำและรวดเร็ว ทำให้เกิดเป็นการบูรณาการแบบองค์รวม

โครงการความร่วมมือนี้ จึงมีเป้าหมาย เพื่อจัดทำฐานข้อมูลกลางและพัฒนากลไกดิจิทัลอ้างอิงราคาประเมินทรัพย์สินให้เป็นมาตรฐานเดียว เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูลและรองรับการวิเคราะห์เชิงนโยบายในอนาคต ซึ่งกรมธนารักษ์จะสามารถใช้ข้อมูลจากภาคธนาคารปรับปรุงฐานข้อมูลให้ใกล้เคียงราคาตลาดและวิเคราะห์เชิงพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้การคุ้มครองข้อมูลลูกค้าตาม PDPA ขณะเดียวกัน ธนาคารกรุงไทยสามารถใช้บัญชีราคาประเมินและแผนที่แปลงที่ดินดิจิทัลจากกรมธนารักษ์ประกอบการพิจารณาสินเชื่อได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพฐานข้อมูลให้เกิดประโยชน์ในแง่ของเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
นายผยง กล่าวเพิ่มเติมว่า ธนาคารกรุงไทย พร้อมสนับสนุนภาครัฐอย่างเต็มความสามารถในการสร้างมาตรฐานใหม่ด้านการประเมินราคาทรัพย์สิน และข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ พร้อมเดินหน้ายกระดับต่อยอด ไปสู่การให้บริการในการใช้ข้อมูลขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคม เพื่อให้คนไทยทุกคนให้เข้าถึงนวัตกรรมบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ อย่างทั่วถึง เท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “กรุงไทย เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน”

นายวิทยา แสนภักดี รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานปรับโครงสร้างหนี้ ธนาคารอาคาสงเคราะห์ กล่าวว่า ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” มีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง ในวันนี้ การที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้ร่วมมือกับกรมธนารักษ์ จัดทำ“โครงการความร่วมมือว่าด้วยการบูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านประเมินราคาทรัพย์สิน” นับเป็นก้าวสำคัญที่หน่วยงานภาครัฐสามารถใช้ประโยชน์ของข้อมูลด้านประเมินราคาทรัพย์สิน ตลอดจนการแลกเปลี่ยน เชื่อมโยง และบูรณาการข้อมูลร่วมกัน นำไปสู่การให้บริการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคาร ที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และทำให้การประเมินราคาทรัพย์สินเป็นไปอย่างแม่นยำ ที่ถือเป็นกระบวนการสำคัญของการให้บริการสินเชื่อของ ธอส. ตามเป้าหมายได้อย่างยั่งยืนในการ “ทำให้คนไทยมีบ้าน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...