โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตลท. แนะจับตาภาษีสหรัฐฯ ย้ำใช้วิจารณญาณเสพข่าว ชี้ไม่ควรตื่นตระหนกเร่งขายช่วงผันผวน เผยมาตรการชั่วคราวคำนึงผู้ลงทุนเป็นหลัก

Wealthy Thai

อัพเดต 30 ธ.ค. 2568 เวลา 15.00 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 10.20 น.

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แนะจับตาสถานการณ์ภาษีการค้าของสหรัฐฯ ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน พร้อมย้ำให้นักลงทุนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงความตื่นตระหนกและการเร่งขายในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน เผยการออกมาตรการชั่วคราวคำนึงถึงผู้ลงทุนเป็นหลัก ฟากโบรกฯ แนะยึดกลยุทธ์ “Stay Invest” สร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจ
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) มองว่าเรื่องภาษีการค้าสหรัฐฯ มีผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง โดยหากอัตราภาษีออกมาสูงกว่าประเทศคู่แข่ง จะส่งผลให้บาง Sector อาจต้องเผชิญความยากลำบาก แต่หากอัตราภาษีออกมาต่ำกว่าก็ถือเป็นข่าวดี ดังนั้น แนะนำว่านักลงทุนควรติดตามข่าวอย่างต่อเนื่อง และควรใช้วิจารณญาณในการวิเคราะห์ข้อมูลอยู่เสมอผ่านข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น ทั้งนี้ ในส่วนของการออกมาตรการต่าง ๆ นั้น โดยปกติแล้ว ตลท. มีกลไกที่คอยรองรับความผันผวนของตลาดฯ หรือข่าวที่มี Impact กับตลาดค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องพิจารณาอย่างเหมาะสมก่อนการประกาศใช้
ขณะที่ นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกฎหมายและบริหารกิจกรรมเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงการดำเนินการเมื่อเกิด Market Disruption ระบุถึงวิธีหรือหลักคิดในการกำหนดว่า ตลท. จะใช้มาตรการชั่วคราวเพื่อรองรับความผันผวนของตลาดหรือไม่ คือการคำนึงถึงข้อมูลที่ผู้ลงทุนจะได้รับเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนเพื่อลดความตื่นตระหนก โดยไม่เข้าไปแทรกแซงการซื้อขาย และยกเลิกมาตรการเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ
“สิ่งสำคัญคือการดูที่ผู้ลงทุนเป็นตัวตั้ง โดยมองว่าผู้ลงทุนมีข้อมูลเพียงพอหรือไม่ และผู้ลงทุนไม่ควรตื่นตระหนกในการเร่งขาย” นายรองรักษ์ กล่าว
ด้านดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สรุปสถิติสำคัญตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนมิถุนายน 2568 โดยระบุว่า ตลาดหุ้นโลกได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางในระยะสั้น จากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอยู่ในช่วง 70-80ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อีกทั้งผู้ลงทุนเริ่มให้ความสำคัญกับความคืบหน้าของการเจรจาการค้าของสหรัฐฯ หลังประกาศข้อตกลงอย่างไม่เป็นทางการกับเวียดนาม ซึ่งถือเป็นประเทศแรกใน ASEAN ที่บรรลุข้อตกลงในการลดกำแพงภาษี
ทั้งนี้ นอกจากปัจจัยภายนอกในเดือนมิถุนายนแล้ว ผู้ลงทุนยังกังวลกับผลกระทบจากข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา อีกทั้งยังมีปัจจัยด้านการเมืองภายในประเทศที่กำลังเข้าสู่ความไม่แน่นอนสูงหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติคำร้องสว. ยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรี และมีมติสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว
อย่างไรก็ดี ข้อมูลในอดีตชี้ให้เห็นว่า แม้จะเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์หรือการประกาศสงคราม ตลาดหุ้นในประเทศพัฒนาแล้วมักเผชิญความผันผวนเพียงระยะสั้น ก่อนจะฟื้นตัวและกลับมาให้ผลตอบแทนในทิศทางบวกได้ภายในเวลาไม่นาน ตลาดหุ้นไทยเองก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในลักษณะเดียวกันตลอดเดือนที่ผ่านมา ซึ่งนักวิเคราะห์หลายสำนักแนะนำว่าการลงทุนและเดินหน้าตามกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง หรือ “Stay Invest” จึงเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ผู้ลงทุนไม่พลาดโอกาสสำคัญ หากดัชนีตลาดสามารถพลิกกลับขึ้นได้อย่างรวดเร็วและสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจในระยะถัดไป
นอกจากนี้ ผลการประชุมของ กนง. โดยคณะกรรมการฯ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ขยายตัวดีกว่าที่ประเมินไว้จากภาคการผลิตและการเร่งส่งออกสินค้า ขณะที่หลังจากวันสุดท้ายที่มีการเปิดขายกองทุนรวม Thai ESGX มี Fund Flow ของผู้ลงทุนเข้ามาในกรอบกว่า 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกที่พยุงหุ้นไทยในช่วงความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง อีกทั้ง ตลาดหลักทรัพย์ฯ วางแผนสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนในหลายมิติผ่านโครงการ “JUMP+” เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย
ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 มิ.ย.68 SET Index ปิดที่ 1,089.56จุด ปรับลดลง 5.2%จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับลดลงมากกว่าตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ในภูมิภาค ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 30 มิ.ย.68 ปรับลดลง 22.2%
สำหรับมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 39,663ล้านบาท หรือลดลง 10.8%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET อยู่ที่ 41,856 ล้านบาท ลดลง 7.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ เดือนมิ.ย.68 มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน mai จำนวน 1 หลักทรัพย์ ได้แก่ บริษัท นูทริชั่น โปรเฟส จำกัด (มหาชน) หรือ NUT

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...