โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กสทช. กวาดล้างวิทยุสื่อสารเถื่อนกว่า 2 หมื่นเครื่อง มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท พร้อมขยายผลสอบเส้นทางการนำเข้า

THE STANDARD

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 11.02 น. • thestandard.co
กสทช. กวาดล้างวิทยุสื่อสารเถื่อนกว่า 2 หมื่นเครื่อง มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท พร้อมขยายผลสอบเส้นทางการนำเข้า

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดย ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยถึงปฏิบัติการล่าสุดที่นำทีมพระพาย สนธิกำลังกับตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.), กรมศุลกากร และกรมสรรพสามิต

บุกตรวจค้นบริษัทและบ้านพักย่านพระราม 2 พบวิทยุคมนาคมยี่ห้อ Motorola จำนวนกว่า 20,000 เครื่อง มูลค่ารวมประมาณ 20 ล้านบาท พร้อมอุปกรณ์กระจายสัญญาณ WiFi ที่ละเมิดลิขสิทธิ์และไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก กสทช. รวมถึงสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์อื่นๆ

การจับกุมครั้งนี้พบการกระทำผิดตามกฎหมาย 4 ฉบับ ได้แก่

  • พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498: ฐานนำเข้า มี และจำหน่ายวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534: ฐานปลอมเครื่องหมายการค้า
  • ประมวลกฎหมายอาญา (พ.ร.บ.ปลอมแปลงเอกสารราชการ พ.ศ. 2499): ฐานปลอมแปลงเอกสารของสำนักงาน กสทช.
  • พ.ร.บ.เครื่องหมายราชการ พ.ศ. 2482: ฐานปลอมแปลงสติกเกอร์ กสทช.

ของกลางทั้งหมดถูกนำส่งสถานีตำรวจท่าข้ามเพื่อดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่ถูกต้องและหลอกลวงประชาชนให้ซื้อสินค้าผิดกฎหมาย ซึ่งสร้างความเสียหายในวงกว้าง

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาอ้างว่ารับซื้อวิทยุสื่อสารมาจากบริษัทอีกแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยมีเอกสารรับส่งสินค้าประกอบ จากนี้ กรมศุลกากรจะเข้าตรวจสอบบริษัทต้นทางดังกล่าว หากพบว่าไม่มีหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากร บริษัทต้นทางและบริษัทที่ถูกจับกุมวันนี้อาจมีความผิดฐานรับซื้อของที่ลักลอบหรือหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็น 4 เท่าของราคาสินค้า

ด้านกรมสรรพสามิตระบุว่า การจับกุมครั้งนี้ยังเข้าข่ายความผิดฐานมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษี ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 โดยมีอัตราโทษปรับตั้งแต่ 5-15 เท่าของค่าภาษีที่คำนวณจากราคาสินค้าขายปลีกแนะนำ

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลงานต่อเนื่องจากเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ทีมพระพายเคยเข้าตรวจสอบและจับกุมผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือที่ไม่ได้มาตรฐานจาก กสทช. เกือบ 10,000 เครื่อง มูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท

โดยพบการหลอกลวงประชาชนว่าสินค้าสามารถรับสัญญาณ 5G ได้ ทั้งที่จริงไม่สามารถทำได้ และยังมีการปลอมแปลงตราครุฑของสำนักงาน กสทช. ซึ่งสินค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่มีหน้าร้านและขายผ่านช่องทางออนไลน์

ไตรรัตน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การเข้าจับกุมผู้ขายวิทยุสื่อสารและอุปกรณ์สื่อสารที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่เพียงแค่ดูแลความปลอดภัยและช่วยให้ประชาชนไม่ถูกหลอกซื้อสินค้าปลอม แต่ยังเป็นการปกป้องผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าถูกกฎหมาย ให้สามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม และทำให้รายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างถูกต้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...