โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

โฆษกดีอี เตือนภัย ‘หลอกเทรดหุ้น’ ระบาดหนัก เผย 7 วัน 5 เคสสูญเงินรวมกว่า 11 ล้านบาท

The Reporters

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 08.03 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 08.03 น.

วันนี้ (8 ก.ค. 68) นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า วันที่ 30 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2568 ศูนย์ AOC 1441 รายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง 5 เคส รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 11,756,768 บาท

คดีที่ 1 หลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เสียหาย 5,550,915 บาท โดยโฆษณาสอนลงทุนเทรดหุ้นผ่านเฟซบุ๊ก และให้เพิ่มเพื่อนผ่านไลน์ มีผู้แอบอ้างเป็นเจ้าของโบรกเกอร์มาเป็นผู้แนะนำการลงทุนให้ติดตั้งแอปพลิเคชันเทรดหุ้น ช่วงแรกถอนเงินจากระบบได้ พอโอนเงินเพิ่มขึ้นกลับไม่สามารถถอนเงินได้ อ้างว่าต้องชำระค่านักวิเคราะห์และค่าภาษีก่อน เมื่อชำระยอดเงินกลับไม่สามารถติดต่อได้

คดีที่ 2 หลอกให้โอนเงินทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 2,270,736 บาท โดยโฆษณาเปิดร้านค้าออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก และให้เพิ่มเพื่อนทางไลน์ ชักชวนให้เปิดร้านค้าออนไลน์ผ่าน Tiktok โดยเลือกสินค้าที่สนใจเพื่อลงทุน ระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง ภายหลังให้ลงทุนมากขึ้นแต่ไม่สามารถถอนเงินได้ โดยแจ้งว่าต้องชำระค่าภาษีก่อน

คดีที่ 3 หลอกโอนเงินเพื่อรับรางวัล มูลค่าความเสียหาย 1,350,069 บาท โดยมิจฉาชีพโทรอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แจ้งได้รับค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้าคืน ให้เพิ่มเพื่อนทางไลน์ และให้สแกน QR Code ทำตามขั้นตอน ต่อมาได้รับข้อความ SMS จากธนาคารแจ้งว่ายอดเงินในบัญชีได้ถูกโอนออกไปจนหมด

คดีที่ 4 หลอกลวงให้กู้เงิน มูลค่าความเสียหาย 1,442,350 บาท โดยโฆษณาสินเชื่อกู้เงินผ่านเฟซบุ๊ก และให้เพิ่มเพื่อนทางไลน์ หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัวแล้วแจ้งกลับมาว่ากรอกข้อมูลผิดพลาดทำให้ระบบไม่สามารถปล่อยสินเชื่อเงินกู้ได้ ต้องโอนเงินให้ระบบทำการแก้ไข พอโอนเงินไปจำนวนหลายครั้งต่อมาไม่สามารถติดต่อได้อีก

คดีที่ 5 หลอกโอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 1,142,698 บาท มิจฉาชีพติดต่อผ่านเฟซบุ๊กชักชวนหารายได้พิเศษ อ้างเป็นงานด้านการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสื่อ Social media ให้ทำแบบสอบถามความคิดเห็น ต่อมาถูกดึงเข้ากลุ่มไลน์ให้ทำกิจกรรมให้ดาวน์สินค้าที่สนใจเพื่อรับค่าคอมมิชชันเป็นการตอบแทน ช่วงแรกได้รับเงินจริง จึงโอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พอมีมูลค่าสูงจึงอยากถอนเงิน แต่ไม่สามารถถอนได้ อ้างว่าต้องชำระค่าภาษีก่อน

สำหรับผลการดำเนินงานของศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง 4 กรกฎาคม 2568 มีผลการดำเนินงานดังนี้

1.สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,878,283 สาย เฉลี่ยต่อวัน 3,069 สาย

2.ระงับบัญชีธนาคาร 754,352 บัญชี เฉลี่ยต่อวัน 1,233 บัญชี

3.ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 280,096 บัญชี (31.56%) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 172,955 บัญชี (22.93%) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 109,071 บัญชี (14.46%) หลอกลวงลงทุน 104,615 บัญชี (13.87%) หลอกลวงให้กู้เงิน 53,729 บัญชี (7.12%) คดีอื่น ๆ 75,866 บัญชี (10.06%)

นางสาววงศ์อะเคื้อ ย้ำว่า การลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขณะเดียวกัน หากมีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่องค์กรต่าง ๆ หรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการ ควรตรวจสอบให้แน่ชัด โดยเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐจะไม่มีการติดต่อกับประชาชนโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะไม่มีการให้ติดตั้งแอปฯ ต่าง ๆ แต่อย่างใด ดังนั้น ไม่ควรดาวน์โหลดแอปฯ หรือกดลิงก์ที่ไม่รู้ที่มาแน่ชัดอย่างเด็ดขาด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...