โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เสถียรภาพการเมืองไทย-สงครามการค้าฉุดดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค มิ.ย ลดลงต่อเนื่อง ต่ำสุดรอบ 28 เดือน

Manager Online

เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 07.34 น. • MGR Online

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เดือนมิ.ย. 68 อยู่ที่ระดับ 52.7 ปรับตัวลดลงจากเดือนพ.ค. ที่ระดับ 54.2 โดยเป็นการปรับตัวลดลงในทุกรายการ ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และอยู่ในระดับที่ต่ำสุดในรอบ 28 เดือนนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 66 เป็นต้นมา

ทั้งนี้ เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลและการเมืองของไทยและสงครามการค้าจากนโยบาย Trump 2.0 และรู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยกำลังชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายจากการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายตั้งแต่ต้นปีมาแล้ว 2 ครั้งรวม 0.5% อยู่ที่ 1.75% แต่ผู้บริโภครู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวได้ช้าและการเข้าถึงสินเชื่อลำบาก

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวม อยู่ที่ 46.7 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางาน อยู่ที่ 50.6 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 60.9

การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพสูง ตลอดจนปัญหาสงครามการค้าที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ยังคงมีโอกาสบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญหลักที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง คือ ดัชนีสถานการณ์ทางการเมืองที่ต่ำสุดในรอบ 28-29 เดือน ซึ่งในช่วงที่หอการค้าไทยทำการสำรวจ นายกรัฐมนตรียังไม่ได้ถูกสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ แต่ทุกคนมองปัจจัยจากเรื่องความขัดแย้งไทย-กัมพูชา และการถอนตัวออกจากรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย อย่างไรก็ดี ในช่วงที่สำรวจนี้ยังไม่รวมเรื่องที่สหรัฐฯ ประกาศคงภาษีไทยที่อัตรา 36% ซึ่งแรงกระแทกของสงครามการค้าน่าจะอยู่ในการสำรวจครั้งหน้า เนื่องจากสหรัฐฯ จะเก็บภาษีในวันที่ 1 ส.ค.

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค มาจากการที่ประชาชนมองว่า การหางานทำได้ยากขึ้น และเศรษฐกิจไม่ดี และยังมองภาพในอนาคต 6 เดือนข้างหน้า ว่าเศรษฐกิจจะไม่ฟื้น สะท้อนว่าทิศทางเศรษฐกิจจากตอนนี้ไปถึงไตรมาส 4/68 ยังไม่มีสัญญาณดี และรายได้ในกระเป๋าจะลดน้อยลง ดังนั้น ประชาชนจะมีการซื้อสินค้าคงทนถาวรลดน้อยลง ทั้งรถและบ้าน รวมทั้งการท่องเที่ยวน่าจะลดลงด้วย ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท ก็ยังไม่ลงในระบบเศรษฐกิจเต็มที่

"คนมองว่า เงินที่หาได้ในกระเป๋าจะไม่เท่าค่าครองชีพ สะท้อนจากดัชนีค่าครองชีพต่ำสุดในรอบ 30 เดือน ทำให้คนมีการระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย สัญญาณความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังไม่เห็นสัญญาณฟื้น โดยความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดในรอบ 28 เดือน และความเชื่อมั่นหอการค้าไทยต่ำสุดในรอบ 30 เดือน หรือเกือบ 3 ปี" นายธนวรรธน์ กล่าว

นายธนวรรธน์ กล่าวถึงปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทยมีอยู่ 2 ปัจจัย คือ

1. สงครามการค้า

สำหรับประเด็นเรื่องสงครามการค้า ยังไม่รู้จะจบอย่างไร ไทยจะเสียภาษีเท่าไร แต่สิ่งสำคัญคือนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีความตั้งใจที่จะเปิดช่องทางเจรจากับไทยให้ถึงที่สุด เพราะถ้าเขาต้องการเก็บภาษีตามเดิมก็คงจะไม่เลื่อนเป็นวันที่ 1 ส.ค.

ดังนั้น ถ้ามองเชิงบวกคือในการเจรจารอบแรกของไทย เขาเห็นประเด็นว่า ไทยสามารถพัฒนาการเจรจาในทางที่สหรัฐฯ ได้ประโยชน์ และไทยก็ได้ประโยชน์ที่จะไม่ต้องเสียภาษีในอัตราสูง แต่อาจเสียประโยชน์ในเรื่องการค้า เพื่อทำให้ไทยเกินดุลกับสหรัฐฯ น้อยลง

ทั้งนี้ มองว่าโอกาสที่ทีมไทยแลนด์จะเจรจาให้ภาษีการค้าต่ำลง น่าจะมีโอกาสมากกว่าเสียภาษี 36% และยังมองว่ามีโอกาสที่ไทยจะเจรจาได้เท่าเวียดนามที่ 20% และสิ่งสำคัญคือกระทรวงการคลังและทีมไทยแลนด์ ระบุว่า เราน่าจะมีการลดอัตราภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ หลายรายการ เพื่อเป็นการเปิดตลาดให้สหรัฐฯ เข้ามาได้ง่ายขึ้น โดยสินค้าที่ไทยนำเข้าจากสหรัฐฯ โดยหลัก ๆ มี 20 รายการ ที่มีวงเงินสูง

อย่างไรก็ดี ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการที่ไทยลดภาษีนำเข้า คือ 1. สินค้านั้นจะมีการทดแทน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าวัตถุดิบ และเครื่องจักร ซึ่งสหรัฐฯ จะเข้ามาแข่งกับประเทศที่เรานำเข้าอย่างจีนและญี่ปุ่น เป็นการทดแทนตลาด 2. ต้องมองว่าอาจมีบางสินค้าที่เข้ามาทดแทนสินค้าไทย ซึ่งเป็นความกังวลของผู้ประกอบการ อาทิ สินค้าเกษตร อุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งจะทำให้มีการแข่งขันมากขึ้น ในส่วนนี้ทีมไทยแลนด์ต้องมีการพูดคุยกับภาคเอกชนด้วย

"หอการค้าไทย รอดูว่าอัตราภาษีจะเป็นอย่างไร ผลกระทบทางตรงคือเราส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ลดน้อยลงเท่าไรจากการขึ้นภาษี ส่วนผลกระทบทางอ้อม คือประเทศอื่น ๆ จะโดนเก็บภาษีเท่าไร ซึ่งเชื่อว่าน่าจะได้รู้พร้อมกันในวันที่ 1 ส.ค. นี้ ทำให้สามารถคำนวณได้ว่าประเทศอื่น ๆ ถ้าส่งสินค้าไปสหรัฐฯ ได้น้อยลง ไทยที่อยู่ในซัพพลายเชนจะได้รับผลกระทบเท่าไร" นายธนวรรธน์ กล่าว

ทั้งนี้ หอการค้าไทย ได้มีการประเมินในระดับหนึ่ง ซึ่งล่าสุดประเมินเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 1.7% คือกรณีที่ไทยโดนภาษี 25-36% ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องจับตาคือตัวเลขส่งออกในเดือนมิ.ย. 68 ถ้าประกาศออกมาว่าน้อยลงจะประเมินได้ชัดขึ้น รวมถึงตัวเลขส่งออกในเดือนก.ค. ด้วย

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า ในกรณีที่ไทยเสียภาษี 25-36% ประเมินว่าจะกระทบเศรษฐกิจเรื่องการส่งออกประมาณ 2 แสนล้านบาท ประกอบกับเงื่อนไขที่การเมืองไม่นิ่ง และการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่เร็วพอ จะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวลดลง 1% หรือเศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวต่ำกว่า 1% ในปีนี้ ดังนั้น ในภาพรวมถ้าไทยเสียภาษี 25-36% อาจจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยประมาณปีละ 4-6 แสนล้านบาท

2. สถานการณ์ทางการเมือง

หากเงื่อนไขการเมือง เป็นไปตามนี้ 1. รัฐบาลมีอำนาจเต็มในการเจรจา 2. งบประมาณแผ่นดินดำเนินการจนผ่านวาระ 3 และ 3. ไม่มีการยุบสภา จะทำให้รัฐบาลสามารถดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ และสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/68 ได้

"ในกรณีดังกล่าว จะมีงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท ซึ่งก็ต้องดูอีกว่าเงินจะเข้าไปสู่ระบบเศรษฐกิจได้เร็วเท่าไร เพราะวงเงินที่หายไปจากการเจอภาษี งบกระตุ้นเศรษฐกิจแค่เข้าไปชดเชย ซึ่งถ้าชดเชยน้อย เศรษฐกิจไทยจะค่อย ๆ ซึมลง โอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะโตต่ำกว่า 1.5% จะเกิดขึ้น ถ้าการเบิกจ่าย 1.57 แสนล้านบาททำได้ช้า และน้อยต่ำกว่า 30-35% ในไตรมาส 3/68 อย่างไรก้ดี ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลน่าจะเบิกจ่ายหมด 75-100% ซึ่งจากข้อเสนอแนะของภาคเอกชนก็มองว่าอยากให้รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเช่นกัน" นายธนวรรธน์ กล่าว

ส่วนความเสี่ยงอื่น ๆ ไม่น่าจะมีประเด็นมาก เช่น สงครามยูเครน-รัสเซีย อิสราเอลและฉนวนกาซา หรือความเสี่ยงเรื่องภัยพิบัติธรรมชาติ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถประเมินได้

"เรื่องนักท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้น มองว่ายังมีโอกาสที่จะมีนักท่องเที่ยว 35 ล้านคน เพราะครึ่งปีแรก 16 ล้านคน แต่ก็เป็นความเสี่ยงที่ทำให้เศรษฐกิจไทยโตไม่เด่น และทรุดตัว ถ้านักท่องเที่ยวจีนยังไม่กลับมา และถ้าทั้งโลกเจอสงครามการค้าในวันที่ 1 ส.ค. จะทำให้นักท่องเที่ยวลดลงในไตรมาส 4/68 ดังนั้น ฝากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกระทรวงต่างประเทศที่จะช่วยโปรโมทต่อไป ทั้งนี้ ยังคงคาดว่าเศรษฐกิจไทยโตที่ 1.7%" นายธนวรรธน์ กล่าว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...