โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พิชัย มอบการบ้าน 'กกร.' คิดสารพัดสูตรสู้ภาษีทรัมป์ พร้อมมาตรการรับมือ ส่ง 11 ก.ค.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 16.30 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 23.00 น.

พิชัย มอบการบ้าน ‘กกร.’ คิดสารพัดสูตรสู้ภาษีทรัมป์ พร้อมมาตรการรับมือ ส่ง 11 ก.ค.

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า ในการประชุมวันนี้ได้มีการประเมินผลกระทบในทุกสมมติฐาน และความเป็นไปได้ของแต่ละอัตราภาษี ที่จะเริ่มมีผลในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ และให้ทางภาคเอกชนกลับไปประเมิน โดยเน้นกระบวนการทำงานแบบเจาะลึกรายละเอียด เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบที่แท้จริงต่อภาคธุรกิจไทยอย่างรอบด้าน

“ขณะนี้เราเข้าสู่ช่วงสำคัญของกระบวนการเจรจา และต้องเตรียมพร้อมในทุกทางเลือก เพราะผลลัพธ์ที่ออกมาอาจมีได้หลายแบบ ทั้งกรณีที่เจรจาสำเร็จ เจรจาได้บางส่วน หรือไม่ได้เลย เราต้องประเมินให้ครบ และดูว่าผลกระทบจะตกอยู่กับใครบ้าง” นายพิชัยกล่าว

นายพิชัยกล่าวอีกว่า จากการประชุม ได้รับมอบหมายให้จัดทำการบ้าน เพื่อระบุปัญหา และผลกระทบที่ชัดเจนของแต่ละธุรกิจ รวมถึง ความต้องการในเชิงนโยบาย หรือมาตรการช่วยเหลือ โดยมีกำหนดเสนอผลการวิเคราะห์กลับมายังกระทรวงการคลังภายในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้

“เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนจากแต่ละกลุ่มธุรกิจแล้ว จะประชุมภายในเพื่อคัดกรอง ปรับมาตรการให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม โดยไม่ต้องรอการประชุมใหญ่อีกครั้ง หากยังไม่เพียงพอ ก็สามารถเรียกประชุมเพิ่มเติมได้ทันที” นายพิชัยกล่าว

นายพิชัยกล่าวต่อว่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับแต่ละภาคธุรกิจจะไม่เท่ากัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับอัตราภาษี และสัดส่วนของการใช้วัตถุดิบในประเทศของแต่ละอุตสาหกรรม มีความแตกต่างกัน ทำให้ภาระภาษีไม่เท่ากัน

“ต้องเปลี่ยนวิธีคิดว่า ผลลัพธ์มันอาจจะออกทางไหนบ้าง แล้วจะมีหลายทาง ผลลัพธ์ดี ปานกลาง เมื่อเรามีวิธีคิดแบบนี้ ต้องนั่งคิดดูว่ามันกระทบใครบ้าง ส่วนในเรื่องของการเจรจา ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการรอฟังคำตอบจากทางสหรัฐ แต่การเจรจายังคงมีอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะถึงวันที่ 1 สิงหาคม” นายพิชัยกล่าว

นายปิติ ดิษยทัต รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในการจัดงาน Monetary Policy Forum 2/2568 ว่า 3 ประเด็นหลักที่ให้ความสำคัญ คือ 1.แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในครึ่งหลังปี 2568 ถือว่าไม่ดีเลย เพราะเป็นการเติบโตต่ำกว่าศักยภาพจากความเสี่ยงของปัจจัยการปรับขึ้นภาษีสหรัฐในอัตรา 36% 2.สภาพเศรษฐกิจโดยรวมครึ่งแรกปี 2568 มีการขยายตัวอยู่ ส่วนหนึ่งมาจากไตรมาส 2 มีการเร่งส่งออกสินค้าไปสหรัฐ ทำให้ครึ่งแรกโตเฉลี่ย 3% แต่มองไปข้างหน้าภาพไม่ได้ต่างจากสำนักอื่นมองนัก คือมีความท้าทายค่อนข้างมาก และ 3.นโยบายทางการเงิน ที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มองว่าจุดยืนของนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย และช่วยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่เหมาะสม ทั้งนี้ กนง.พร้อมปรับเปลี่ยนนโยบายเพิ่มเติม หากดาวน์ไซส์ลิสต์เกิดขึ้นจริง หรือมีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
เกิดขึ้นอีก

น.ส.บัณณรี ปัณณราช ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธปท.กล่าวว่า คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2568 เดิม ธปท.ประเมินจีดีพีขยายตัว 2.3% โดยขยายตัวดีใกล้เคียง 3% ในช่วงครึ่งปีแรก และชะลอตัวรุนแรงช่วง
ครึ่งหลังปีนี้ คาดว่าจีดีพีโตเพียง 1.6% ต่อเนื่องถึงปี 2569 คาดจะขยายตัวได้เพียง 1.7% เป็นผลจากการส่งออกคาดว่าติดลบ การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวต่ำมาก รวมทั้ง การบริโภคชะลอตัว โดยเฉพาะผลกระทบของนโยบายปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐ ทำให้ส่งออกปีนี้ติดลบ 4% และปี 2569 ติดลบ 2% จะส่งผลต่อเนื่องมายังการบริโภค และการลงทุนภายในประเทศ รวมถึง รายรับภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลง จากนักท่องเที่ยวจีนที่ชะลอตัวลง แม้มีนักท่องเที่ยวระยะไกลเพิ่มขึ้น ท่องเที่ยวกระจุกใน 6 เมืองหลัก ทำให้ภาพรวมถือเป็นความท้าทายของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า ซึ่งจะเติบโตได้ต่ำกว่า 2% อย่างน้อยอีกปีครึ่ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พิชัย มอบการบ้าน ‘กกร.’ คิดสารพัดสูตรสู้ภาษีทรัมป์ พร้อมมาตรการรับมือ ส่ง 11 ก.ค.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...