โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักวิทย์ฯ ตะลึง ค้นพบฟอสซิล เทอโรซอร์ สายพันธุ์ใหม่ กว่า 200 ล้านปี

Thaiger

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 16.33 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 01.30 น. • Thaiger ข่าวไทย

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบฟอสซิลกราม เทอโรซอร์ สายพันธุ์ใหม่ ในแอริโซนา สหรัฐฯ ซึ่งเป็นเทอโรซอร์ที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกาเหนือ มีอายุถึง 209 ล้านปี เผยรายละเอียดชีวิตสัตว์เลื้อยคลานบินได้ยุคไทรแอสซิก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันสมิธโซเนียน ได้ประกาศการค้นพบครั้งสำคัญทางบรรพชีวินวิทยา โดยยืนยันว่าซากฟอสซิลกรามชิ้นหนึ่งที่ถูกขุดพบในอุทยานแห่งชาติป่ากลายเป็นหิน รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2554 แท้จริงแล้วเป็นของ เทอโรซอร์ (Pterosaur) หรือสัตว์เลื้อยคลานบินได้สายพันธุ์ใหม่ของโลก การค้นพบนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เราได้รู้จักสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ที่มีอายุถึง 209 ล้านปี แต่ยังถือเป็นเทอโรซอร์ที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบในทวีปอเมริกาเหนืออีกด้วย

ทีมวิจัยได้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ให้แก่เทอโรซอร์สายพันธุ์ใหม่นี้ว่า Eotephradactylus mcintireae ซึ่งมีความหมายว่า เทพีแห่งรุ่งอรุณผู้มีปีกจากเถ้าถ่าน เพื่อเป็นเกียรติแก่เถ้าถ่านจากภูเขาไฟที่ช่วยรักษาสภาพฟอสซิลชิ้นนี้ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ในท้องแม่น้ำโบราณ

ภาพจาก: Smithsonian Magazine

ดร.คลิกแมน ผู้นำทีมวิจัยอธิบายว่า การค้นพบครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง กระดูกของเทอโรซอร์ในยุคไทรแอสซิกนั้นมีขนาดเล็ก บาง และมักจะกลวง ทำให้มันถูกทำลายได้ง่ายก่อนที่จะกลายเป็นฟอสซิล

แหล่งฟอสซิลที่ค้นพบนี้อยู่ในอุทยานแห่งชาติป่ากลายเป็นหิน ซึ่งเมื่อกว่า 200 ล้านปีก่อนเคยเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำขนาดใหญ่ใจกลางมหาทวีป แพนเจีย (Pangaea) ซึ่งเป็นแผ่นดินผืนเดียวของโลกในยุคนั้น ชั้นตะกอนจากแม่น้ำและเถ้าภูเขาไฟได้ค่อย ๆ ทับถมและรักษาสภาพของสิ่งมีชีวิตในยุคนั้นไว้ได้อย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นกระดูก ฟัน เกล็ดปลา หรือแม้แต่อุจจาระที่กลายเป็นหิน

การวิเคราะห์ฟันของเทอโรซอร์ชนิดนี้ยังเผยให้เห็นถึงอาหารของมัน ดร.คลิกแมน อธิบายว่า ปลายฟันของมันมีการสึกกร่อนในระดับที่สูงมากอย่างผิดปกติ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสัตว์เลื้อยคลานบินได้ขนาดเท่านกนางนวลชนิดนี้ น่าจะกินเหยื่อที่มีส่วนประกอบของร่างกายที่แข็ง เช่น ปลาโบราณที่มีเกล็ดแข็งเหมือนชุดเกราะ

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า แหล่งฟอสซิลแห่งนี้เปรียบเสมือนภาพถ่ายของระบบนิเวศเมื่อ 200 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทางวิวัฒนาการ

ดร.คลิกแมน กล่าวว่า เราเห็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่จะรุ่งเรืองในยุคต่อมา อาศัยอยู่เคียงข้างกับสัตว์ยุคเก่าที่ไม่สามารถผ่านพ้นยุคไทรแอสซิกไปได้ แหล่งฟอสซิลเช่นนี้ทำให้เรายืนยันได้ว่า สัตว์เหล่านี้เคยอาศัยอยู่ร่วมกันจริง ๆ ซึ่งในแหล่งเดียวกันนี้มีการค้นพบทั้งสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วอย่างสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำขนาดยักษ์และญาติของจระเข้หุ้มเกราะโบราณ อาศัยอยู่ร่วมกับสัตว์ที่เรายังคงคุ้นเคยในปัจจุบัน เช่น กบและเต่า

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...