โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

กลับมาเปลี่ยนชะตาวันสิ้นโลก

นิยาย Dek-D

อัพเดต 03 ต.ค. 2568 เวลา 08.42 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 01.59 น. • เจ้าเทา
เพราะเชื่อใจคนผิดจึงต้องตายอย่างเจ็บปวดและโดดเดี่ยว เมื่อได้โอกาสกลับมาอีกครั้งขอไม่เดินเส้นทางเดิม ชีวิตใหม่ไฉไลกว่าเดิม เพิ่มเติมเอาชายคนนี้ออกไปจากฉันที

ข้อมูลเบื้องต้น

“ขอโทษนะ คุณไม่ดีพอสำหรับผม เป็นแค่คนไร้ประโยชน์ อย่าคิดมาเกาะผมให้ลำบากไปด้วย”

คำพูดของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักที่คบกันมานานหลายปีบอก ในวันที่เธอจับได้ว่ากำลังทำกิจกรรมเข้าจังหวะกับเพื่อนเพียงคนเดียวของเธอ

“มายา เธอไม่อายหรอที่ตัวเองบ้างหรอ ที่มาเกาะคิรินแบบนี้ คนที่ไร้ประโยชน์อย่างเธอแค่มีชีวิตรอดอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ดีแค่ไหนแล้ว”

เพื่อนรักที่เคยบอกว่าเราจะมีชีวิตรอดไปด้วยกันจนแก่เฒ่า กลับพูดมันออกมาโดยไม่หยุดคิดเลยสักนิด ไม่มีความลังเลในน้ำเสียง

“ทำแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว ที่ผ่านมามันคืออะไร”

เสียงแหบแห้งดังออกมาจากริมฝีปากบาง น้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเสียใจ ผิดหวัง และไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น

ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามที่พึ่งถามออกไป มีเพียงเสียงสะอื้นของคนถามเท่านั้นที่ดังอยู่ภายในห้องกว้าง นานเกือบสิบนาที

“ออกไปซะแล้วอย่ามาให้พวกเราเห็นหน้าอีก รู้ตัวบ้างไหมว่ามันน่ารำคาญ!!”

เสียงที่เคยหวานหู ชื่นชมเธอในยามที่ได้รับผลประโยชน์ คำพูดหวานหูที่เคยบอกว่ารัก ในวันนี้มันกลายเป็นน้ำเสียงเย็นชาและดูถูกราวกับว่าที่ผ่านมามันคือฝัน

ร่างเล็กบอบบางที่แทบจะปลิวไปตามลมเดินออกมาจากห้องช้า ๆ เสียงหัวเราะคิกคักและบทรักถูกบรรเลงขึ้นทันทีที่เธอหันหลังออกมา

หิมะขาวโพลนด้านนอกไม่ได้มีผลต่อหญิงสาว แม้ว่าอากาศด้านนอกจะหนาวเย็นแค่ไหนก็ไม่มีผลต่อความรู้สึกของเธอตอนนี้ ในหัวมีแต่คำเดิมซ้ำ ๆ ว่าทำไม ทำไม

“ขอบคุณนะ ที่อย่างน้อยร่างกายของฉันก็ได้ทำประโยชน์ให้พวกแก”

คำพูดสุดท้ายก่อนที่ลมหายใจจะขาดห้วงไป น้ำตาสีใสไหลออกมาอย่างช้าๆ จาดวงตาของแม่เสือขาว ก่อนที่หยดน้ำตาจะหยดลงพื้นมันได้กลายเป็นดวงไฟสีขาววิ่งเข้าหาร่างไร้ลมหายใจ

ม่านมายา หญิงสาวที่ได้โอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้งก่อนวันสิ้นโลก ในเมื่อได้กลับมา เธอขอแก้ไขชะตาชีวิตให้ดีขึ้น เธอจะไม่มีวันเอาหัวใจไปผูกที่ปลายเท้าใครอีกแล้ว

เธอไม่ขออะไรมาก ของแค่ใช้ชีวิตในวันสิ้นโลกได้อย่างสบายใจและมีความสุขก็พอ

สวัสดีค่ะ ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน

ฝากนิยายเรื่องใหม่เข้าสู่อ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ นิยายสไตล์ซอมบี้ของไรท์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 3 แล้วนะคะ

ตามคำเรียกร้องของสาววกซอมบี้ และเอาชีวิตรอด

นิยายเรื่องเน้นไร้สาระ มากกว่ามีสาระนะคะ ถอดสมองก่อนอ่านเนาะ

คอมเม้นเข้ามาพูดคุยให้กำลังใจไรท์ได้นะคะ

ด้วยรัก

เจ้าเทา

จุดเริ่มต้นของจุดจบ

ภายในประเทศ T ที่บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน เพียงแต่ความหนาวเย็นของอากาศด้านนอกไม่ได้ทำให้คนสองคนภายในห้องนอนรู้สึกถึงมัน

กิจกรรมเข้าจังหวะสุดเร้าร้อนยังคงดำเนินต่อไป น้ำเสียงครวนครางของความสุขสมดังลอดผ่านออกมาให้ได้ยิน เสียงกระแทกอย่างเป็นจังหวะ ดังขึ้นต่อเนื่องโดยไม่กลัวว่าใครจะมาได้ยิน

ด้านหน้าห้องทุกย่างก้าวของหญิงสาวร่างเล็กขยับเดินเข้าไปใกล้เต็มไปด้วยความเจ็บปวด หัวใจถูกกรีดซ้ำเป็นแผลจนอยากจะรักษา

เสียงครวนครางหอบเหนื่อยทุกวินาทีที่ได้ยิน มันเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นบีบคั้นหัวใจเธออยู่ ยิ่งบทสนทนาที่ลอดผ่านออกมาให้ได้ยิน ยิ่งเหมือนหัวใจเธอถูกกระทืบซ้ำที่รอยเดิม

“เมื่อไหร่พี่จะไล่มายาออกจากกลุ่มสักที ฉันเริ่มทนไม่ไหวแล้วนะ เวลาที่มันเข้ามาใกล้พี่ พี่ไม่รังเกียจบ้างหรอ” เสียงหวานพูดออกมาอย่างออดอ้อน หลังจากเสร็จกิจกรรม

“ใจเย็นหน่อยน่า ใครบอกว่าพี่ไม่รังเกียจ พี่แทบไม่อยากมองหน้ามันด้วยซ้ำ คนไม่มีประโยชน์แบบนั้นพี่ก็ไม่อยากเก็บไว้เหมือนกัน”

เสียงนุ่มทุ้มที่หญิงสาวหน้าห้องจำได้ดี ว่าเป็นเสียงที่คอยพูดกับเธอเวลาที่เขาได้รับอะไรบางอย่างจากเธอ ที่พยายามเลือดตาแทบกระเด็นมาให้

แต่วันนี้มันกลับพูดใส่เธออย่างดูแคล้น ทั้งยังดูถูกเธอ

“ปัง!!” ฝ่าเท้าขนาดเล็กที่ไม่รู้เอาเรงมาจากไหน ถีบเสียงบานประตูกระแทกเสียงดัง ทำให้คู่รักที่อยู่ด้านในสะดุ้งโหยงอย่างตกใจ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นแววตาตกใจเมื่อเห็นคนเปิดเข้ามา สุดท้ายแววตานั้นก็กลายเป็นรังเกียจ

“มายา เธอเข้ามาได้ยังไง ไม่มีมารยาท” หญิงสาวรูปร่างบอบบางผิวการขาวเนียนดูสะอาดสะอ้าน เนินอกอวบอิ่มที่มีเพียงผ้าห่มผืนบางปกปิดเอาไว้พูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์

“เข้ามายังไงก็เปิดประตูเข้ามาไง ถ้าฉันไม่กลับมาก่อนเวลาฉันจะรู้เรื่องสกปรกที่เธอทำกับฉันหรอโซฟี หน้าไม่อาย” คำพูดแดกดันที่เต็มไปด้วยความเสียใจตอบกลับ

“มายา!! ทำไมพูดกับโซฟีแบบนี้ ไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้ มองคนผิดไปจริง ๆ” ชายหนุ่มคนเดียวในห้องพูดออกมาอย่างไม่อายปาก

คนที่ควรพูดว่ามองคนผิดไปควรจะเป็นเธอ คนที่ถูกคนรักที่คบกันมานานหลายปีสวมเขา พร้อมกับเพื่อนเพียงคนเดียวที่มี ที่ระเริงรักกับคนรักของเธออย่างมีความสุข

“กล้าพูดว่ามองคนผิดไป คนที่ควรพูดคำนั้นมันเป็นฉัน!! ชายชั่วกับนังหญิงร่าน ดูเหมาะกันดี กินกันมานานหรือยังละ หายคันกันบ้างหรือยัง”

เพี้ยะ!! เสียงฝ่ามือกระทบที่แก้มจนหน้าสะบัดไปตามแรงตบ ดังขึ้นภายในห้อง ก่อนที่จะล้มลงไปกับพื้นแข็ง

“น้ำหน้าอย่างแกมีสิทธิอะไรมาพูดแบบนี้ คนไม่มีประโยชน์อย่างแก แค่เลี้ยงไว้เฝ้าบ้านเหมือนหมา ยังมองว่าสิ้นเปลืองเลย” หญิงสาวที่เดิมทีอยู่บนที่นอนนุ่ม เดินปลี่มาตบหน้าของบุคคลที่สามอย่างแรงโดยที่ไม่สนใจว่าร่างกายของตัวเองตอนนี้จะเปลื่อยเปล่า

รอยแดงจ้ำจากกิจกรรมก่อนหน้าปรากฏออกมาให้เห็น ราวกับต้องการเย้ยหยันให้มองเห็นกับตา ในความโง่งมของอีกคน ทั้งยังไม่คิดปกปิดราวกับต้องการอวดอ้าง

“ที่ผ่านมาเธอมองฉันเป็นแบบนั้นมาตลอดเลยสินะ แล้วพี่ล่ะ ที่ผ่านมาคืออะไร” คนที่กองอยู่กับพื้นมองไปที่ชายหนุ่มที่ลุกขึ้นมาสวมใส่กางเกงช้าๆ

ร่างหน้าของเขาเดินมาสวมเสื้อคลุมให้กับอีกคนอย่างเบามือ ก่อนจะประคองกอดเอาไว้อย่างหวงแหน สายตาดูถูกปรายตามองคนที่ล้มอยู่บนพื้น

“ขอโทษนะ คุณไม่ดีพอสำหรับผม เป็นแค่คนไร้ประโยชน์ อย่าคิดมาเกาะผมให้ลำบากไปด้วย คุณอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้ก็ดีแล้ว” คำพูดของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรัก ที่คบกันมานานหลายปีบอกกับเธอ สายตาของเขาที่มองมาที่มันเต็มไปด้วยความสมเพช

“มายา เธอไม่อายตัวเองบ้างหรอ ที่มาเกาะพี่คิรินแบบนี้ อย่างที่พี่คิรินบอก คนที่ไร้ประโยชน์อย่างเธอแค่มีชีวิตรอดอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ดีแค่ไหนแล้ว”

เพื่อนรักที่เคยบอกว่าเราจะมีชีวิตรอดไปด้วยกันจนแก่เฒ่า กลับพูดมันออกมาโดยไม่หยุดคิดเลยสักนิด ไม่มีความลังเลในน้ำเสียง

“ทำแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว ที่ผ่านมามันคืออะไร” เสียงแหบแห้งดังออกมาจากริมฝีปากบาง น้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเสียใจ ผิดหวัง และไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น

ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามที่พึ่งถามออกไป มีเพียงเสียงสะอื้นของคนถามเท่านั้นที่ดังอยู่ภายในห้องกว้าง นานเกือบสิบนาที

“ออกไปซะ แล้วอย่ามาให้พวกเราเห็นหน้าอีก รู้ตัวบ้างไหมว่ามันน่ารำคาญ!! นังตัวไร้ประโยชน์” เสียงตวาดไล่เธอออกจากห้องดังขึ้น ก่อนที่คนจะถูกโยนออกมา

ความเจ็บปวดจากแรงกระแทกกับพื้น ความเจ็บซ้ำที่แก้มไม่มีผลต่อความรู้สึกในตอนนี้ หัวใจที่แหลกสลายมันทำให้ความเจ็บปวดทางกายกลายเป็นด้านชา

สองขาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนก่อนจะค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากหน้าห้อง ปล่อยให้เสียงหัวเราะคิกคัก และเสียงของความสุขสมที่บทรักของคนด้านในกำลังเริ่มกลายเป็นฉากหลัง

ทุกก้าวที่ก้าวเดินไปราวกับน้ำแข็งที่กำลังกัดกินหัวใจ หิมะขาวโพลนด้านนอก และความเจ็บปวดไม่ส่งผลอะไรกับการก้าวเดิน

ร่างเล็กเดินออกมานานเท่าไหร่ไม่รู้ ออกไปไกลแค่ไหนไม่ทราบได้ รู้แค่ว่าไม่นานเธอก็ค่อยๆ หายไปจากสายตา หายไปกับความหนาวเย็น

สวัสดีค่า นิยายเรื่องใหม่ของไรท์ฝากติดตาม ให้กำลังใจ และคอมเม้นพูดคุยกันหน่อยนะคะ เจ้าเทานักเขียนมือใหม่รายงานตัวค่า

เรื่องนี้เขียนพล็อตไว้ค่อนข้างนาน แต่ไม่ได้เปิดให้อ่านสักทีเพราะ… เพราะ.. ไรท์มีปัญหากับชื่อนางเอกและพระเอกค่า

ไม่รู้ว่าเป็นคนเรื่องมาก หรือว่าเช้นส์ในการตั้งชื่อคนติดลบ ไรท์ถึงขั้นต้องถามกูเกิ้ลกันเลยทีเดียว 555 (แหงนหน้าหัวเราะคนเดียวอย่างสะใจ)

เอาเป็นว่าใครที่เป็นคอนิยายซอมบี้ วันสิ้นโลกและใครที่ไม่ซีเรียสเรื่องชื่อ กดเพิ่มเข้าชั้นไปได้เลย นิยายเรื่องนี้เน้นนางเอกเป็นหลักนะคะ

เป้าหมายนางเอกมีไม่มาแต่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็พอ

ปอลิง ตอนนี้ไรท์ก็ยังไม่ได้ชื่อพระเอกเลยนะทุกคน แต่ว่าพระเอกเรายังค่าตัวแพงอยู่เอาไว้ทีหลังก็ได้เนาะ ตามนั้น!!

ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ

เจ้าเทา

ก่อนจะถึงจุดเปลี่ยน

เสียงสะอื้นร้องไห้ดังแว่วไปตามสายลม ความหนาวเย็นหิมะขาวด้านนอกไม่ได้ทำให้ร่างบางกอดที่ตัวเองร้องไห้รู้สึกอะไร

“ทำไมกันนะ ทำไม ” คำถามคำเดิมถูกถามซ้ำ ๆ ออกมา แต่ก็ไม่มีใครตอบคำถามให้เธอได้ และเธอเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีคนตอบคำถามนี้ได้ สุดท้ายก็ต้องหลับไปทั้งน้ำตา

“ฮื่อๆ แฮ่ๆ”

เสียงยานคาง ของบางอย่างที่ดังอยู่นอกบ้าน ช่วยปลุกคนที่กำลังหลับไหลอยู่ภายในบ้านตื่นขึ้น

“เฮือก!! พวกมันมาที่นี่ได้ยังไง” หญิงสาวสะดุ้งตื่นอย่างหวาดผวา ดวงตากวาดมองรอบด้านหาทางรอด

ปีนี้ปีที่ 3435 ปีแห่งวันสิ้นโลก วันสิ้นโลกเกิดเมื่อ 4 ปีก่อน เหตุการประหลาดเกืดขึ้นที่ประเทศ T ไม่ใช่สิ ไม่ใช่แค่ประเทศ T แต่เป็นทั่วโลกเลยต่างหาก

จุดเริ่มต้นเริ่มจากวันที่ผู้คนต่างพากันหลับไหลพร้อมกันทั่วโลก หลับไปนานถึงสามชั่วโมง ใครที่ดวงซวยที่กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ที่มันส่งผลต่อชีวิตก็เสียชีวิตในเหตการณ์นั้น

แต่ถ้าใครโชคดีอยู่ในที่ปลอดภัย สามารถหมดสติได้โดยดี ก็จะตื่นขึ้นมาในสามชั่วโมงถัดมา และเมื่อตื่นขึ้นมาบางคน บ้างกลุ่มก็จะมีสัญลักษณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับร่างกาย

สัญลักษณ์ที่คลายรอยสักที่หาที่มาไม่ได้แล้วแต่ว่าจะปรากฏที่ส่วนไหนของร่างกาย ใครที่เกิดในจุดที่มองเห็นง่ายก็จะลำบากหน่อย อย่างเช่นใบหน้า ต้นคอ หรือหลังมือ

ส่วนเธอ ม่านมายา หญิงสาวอายุ 23 ปี ไม่มีรอยประหลาดเกิดขึ้น ในวันนั้นเธอคิดว่าเธอโชคดีที่ไม่มีสิ่งนั้นเกิดขึ้นกับร่างกาย เชื่อเถอะ เธอไม่ได้เป็นคนเดียวที่ดีใจกับมัน หลายคนก็ดีใจเช่นเดียวกัน

แต่ว่า….หลังจากนั้นมันกลายเป็นความเสียใจ

สองวันต่อมาหลังจากที่ผู้คนพากันหมดสติ ท้องฟ้าก็ปรากฏสีแดงฉานไปทั่วท้องฟ้า ไม่ว่ามองจากมุมไหนก็สามารถมองเห็นมันได้

เด็กหรือคนที่ขวัญอ่อนหน่อย มองท้องฟางสีแดงอย่างหวาดกลัว เด็กบางคนเพียงแค่มองเห็นก็ร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสารต้องขังตัวเองเอาไว้ในห้องไม่ให้มองเห็นท้องฟ้า

ภายใต้ท้องฟ้าสีแดง ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น ไอสีแดง หรือที่เรียกว่ากลุ่มควันลอยลงมาจากฟ้า ซึมเข้าสู่ร่างที่ไร้วิญาณ แล้วร่างนั้นก็กลายเป็นสิ่งที่น่ากลัว

สิ่งที่เกิดไม่ได้เป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ที่เกิดความวุ่นวาย มันยังมีอีกหลายที่ ที่เป็นแบบเดียวกัน ทั้งในประเทศนี้และต่างประเทศ ทั่วทั้งโลกเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันทั้งหมด

ความวุ่นวายเกิดขึ้นทั่วทุกที่ จากหนึ่ง เพิ่มเป็นสอง จากสองเพิ่มเป็นสิบ กลายเป็นร้อย แสน และล้านของผู้คนที่เกิดเห็นการณ์นี้

คนที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้เรียกสิ่งที่เคยเป็นคนพวกนั้นว่า “ซอมบี้” และเหตุการณ์ที่เกิดเรียกว่า “วันสิ้นโลก”

มายาเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่รอบชีวิตมาได้จากเหตุการณ์นองเลือด เธอขังตัวเองอยู่ภายในบ้านหลังจากที่สองวันก่อนเธอเดินทางไปหาหมอที่โรงพยาบาลแล้วต้องกลับมารักษาตัว เธอจึงรอด

แล้วหลังจากมีซอมบี้ไล่ฆ่าคน ความจริงเรื่องรอยสักหรือสัญลักษณ์ที่เกิดบนร่างกายของผู้คนก็ปรากฏ คนที่เกิดร่องรอยต่าง ๆ เกิดขึ้นในร่างการ จู่ ๆ ก็มีความรู้มหาศาลหลั่งไหลเข้าไปในหัวสมอง

ความรู้เรื่องการใช้พลังในสิ่งที่ได้มา บางคนได้เพียงหนึ่ง บางคนได้รับมากถึงสอง ทุกคนแชร์ประสบการณ์ที่ได้พบเจอลงบนโลกอินเตอร์เน็ต

กลายเป็นว่า โลกสร้างซอมบี้และวันสิ้นโลกมา โลกก็สร้างเหล่าผู้วิวัฒนาการมาเช่นกัน นับว่าเป็นการต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ

ส่วนคนที่ไม่มีรอยสักล่ะ?

คนกลุ่มนี้ก็เป็นได้เพียงคนธรรมดาที่ไม่สามารถต่อกรกับพวกซอมบี้ได้ยังไงล่ะ แต่ก็อาจจะได้แต่คุณต้องเก่งจริง ทั้งต่อสู้และใช้อาวุธ

สำหรับคนอื่นก็น่าจะใช้ แต่สำหรับเธอไม่ใช่ เธอเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาที่ต่อสู้ไม่ได้ ทำได้เพียงวิ่งหนี หลบซ่อนและให้คนอื่นช่วย

ในเรื่องร้าย ๆ เธอคิดว่าเธอโชคดี เพราะคนรักและเพื่อนสนิทของเธอกลับเป็นผู้มีพลังทั้งสองคน เธอได้รับความช่วยเหลือจากทั้งสองคนจึงสามารถมีชีวิรอดมาได้

แรก ๆทุกอย่างก็ดี แต่พอนานวันเข้าเธอกลายเป็นส่วนเกิน เธอไร้พลัง แม้กระทั้งสู้กับซอมบี้ระดับหนึ่งก็ยังไม่ได้ ทั้งที่มีอาวุธในมือ

ซอมบี้ระดับหนึ่งที่ทำได้เพียงเดินตามเสียง มองไม่เห็น กระโดดไม่ได้ เธอก็ยังไม่มีแรงจะฆ่ามัน ความสัมพันธ์ที่เคยว่าดีก็เริ่มเปลี่ยน

เธอกลายเป็นคนนอก ถูกกันออกมาอยู่ด้านหลังเสมอไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม สุดท้ายคนที่เรารักร้ายที่สุด เธอกลายเป็น “ขยะ”

ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ

เจ้าเทา

ความเจ็บปวดที่แสนยินดี

เสียงขูดขีด และกระแทกภายนอกทำให้เธอได้สติ สายตาสอดส่องมองหาทางรอดที่พอจะทำให้เธอไม่ต้องตายภายใต้ฝูงซอมบี้ที่หิวโหย

ร่างบางออกวิ่งสุดแรงเท่าที่เธอจะมี คนที่ไม่ได้กินอิ่ม ร่างกายเจ็บป่วยจากอากาศหนาวจะวิ่งได้เร็วสักเท่าไหร่ แต่เหมือนเธอยังซวยไม่พอ

ร่างบางรู้สึกดิ่งวูบตกลงมาจากที่สูง เสียงกรีดร้องที่แหบแห้งอย่างหวาดกลัวดังออกมาจากร่างที่กำลังร่วงหล่นลงไปจากหน้าผา

“ตุ้บ!! อั้ก!! กร๊อบ?” หิมะสีขาวถูกย้อมด้วยสีแดง มันคงจะสวยงามถ้าสีแดงตัดกับขาวเป็นดอกไม้ แต่มันไม่ใช่

ดวงตาของมายามองภาพท้องฟ้าอย่างไม่มีจุดหมาย ทั้วทั้งร่างของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจนเข้ากระดูกดำ ก่อนจะค่อย ๆกลายเป็นความด้านชา

“อึก ฉันมันคงไร้ประโยชน์จริง ๆสินะ” เสียงที่ไร้พลังและโรยแรงถูกเปล่งออกมาจากปากบาง

สวบ!! สาบ!! เสียงบางอย่างเกิดขึ้นดึงความสนใจไปจากเธอ ที่กำลังโทษฟ้าและด่าความไร้ค่าของตัวเอง ก่อนที่ดวงตากลอมโตที่ไร้ชีวิตชีวาจะเบิดตากว้าง

เสือขาวสองตัวที่คาดว่าเป็นแม่ลูกเดินออกมาจากพุ่มไม้ ดวงตาสีเทาอ่อนออกฟ้าจับจ้องมาที่ก้อนเนื้อตรงหน้าอย่างพิจารณา กลิ่นเลือดที่คละคลุ้งบ่งบอกได้ว่าก้อนเนื้อก้อนนี้คืออาหารของมัน

เสือสองตัวน้อยใหญ่เดินมาดมที่ร่างกายบิดเบี้ยวของเธอ ก่อนจะสะดุ้งถอยหลังเมื่อเธอหันหน้าไปหาพวกมัน เธอมองภาพตรงหน้าดวงความปลง

“ในเมื่อฉันมันไม่มีประโยชน์ แต่ฉันก็หวังว่าฉันจะสามารถทำประโยชน์อะไรได้บ้าง” ร่างบางพูดออกมาอย่างอ่อนแรง ก่อนจะกระอักเลือดออกมากองโต

“หวังว่าร่างกายของฉันจะสามารถทำประโยชน์ให้กับพวกแกได้ อย่างน้อยพวกแกสองตัวก็ไม่ต้องหิวโหย” ความเจ็บปวดทำให้เสียงที่พูดออกมาเริ่มแผ่วเบาลงเรื่อยๆ

“…..” เสือขาวสองตัวนั่งลงด้านข้างของก้อนเนื้อตรงหน้า คล้ายกำลังรอฟังคำพูดของเธอ

“ขอบคุณนะ ที่ให้ฉันได้ทำประโยชน์ในนาทีสุดท้าย ขอบคุณ” รอยยิ้มงดงามปรากกฏบนใบหน้า ก่อนที่ดวงตาจะเม่อมองไปด้านหน้าอย่างไร้จุดหมาย

ประกายแสงแห่งชีวิตภายในดวงตาเริ่มมอดดับลงช้า ๆ พร้อมกับลมหายใจที่ค่อย ๆ หยุดลง ทุกอย่างนิ่งสงบ

น้ำสีใสเอ่อคลอภายในดวงตาสีเทาของเสือขาวที่จับจ้องมาที่ร่างไร้ลมหายใจของมายา ก่อนที่หยดน้ำตาจะกลิ้งออกมาแล้วค่อย ๆหยดลงพื้น

แทนที่หยดน้ำตาหยดนั้นจะหล่นลงพื้น มันกลับกลายเป็นประกาย ส่องแสงจ้าแสบตาไปทั่วก้นหน้าผา แสงนั้นพุ่งตรงไปยังร่างไร้วิญญาณก่อนจะหายไป

ทุกอย่างเริ่มย้อนกลับเหมือนกลับภาพวีดีโอที่มีคนกดย้อนกลับด้วยความเร็ว และสุดท้ายมันก็หยุดลง ในค่ำคืนนึง

“เฮือก!!! แฮ่ก ๆ ”

“มายา เป็นอะไรหรือเปล่า มายา ๆ ได้ยินไหม” เสียงหวานใสดังที่เรียกเธอที่ข้างหู ดึงสติให้เธอหันกลับไปมองเจ้าของเสียงที่เรียกเธอพอยู่

“โซฟี!!” มายาอุทานออกมาอย่างตกใจ ร่างกายถอยห่างออกมาอย่างอัตโนมัติก่อนจะมองรอบกายอย่างตื่นตะหนก

“ก็ใช่ไง เธอเป็นอะไร กินอิ่มเกินไปแล้วฝันร้ายหรอ?” โซฟีถามอย่างสงสัย ดวงหน้าหวานเอียงคอมองเพื่อนสาวอย่างสงสัย

ภายในใจเกิดความรำคาญขึ้นมาสายหนึ่ง แต่ก็เก็บเอาไว้ ก่อนจะมองเพื่อนสาวอย่างเป็นห่วง

วันนี้โซฟีและมายาออกมาทานอาหารกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่โซฟีอยากไปกินนานแล้ว ร้านนี้เป็นร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ เพราะงั้นทั้งสองเลยกินอย่างเต็มที่

แล้วระหว่างที่นั่งรถแท็กซี่กลับบ้าน มายาก็เผลอหลับไป จนเมื่อถึงจุดหมายที่เป็นห้องเช่าของมายาโซฟีจึงปลุกเธอ

“ปะ ป่าวหรอก แค่ตกใจนะ ไม่มีอะไร” มายาตอบออกไป พยายามควบคุมสติของตัวเอง

“แล้วไป ถึงห้องแล้ว เธอลงไปสิ หรือว่าอยากจะไปไหนอีก” โซฟีพูดอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะไล่เธอลงจากรถ น้ำเสียงของเธอดูออกว่ารำคาญมายาเต้มทน

“ห่ะ!! อ้อไม่ ๆไม่ได้ไปไหน งั้นฉันไปก่อนนะ ถึงบ้านแล้วทักบอกด้วย” มายาพูดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะลงจากรถมองตามหลังแท็กซี่ที่ขับออกไปอย่างไม่วางตา

ดวงตามองกวาดสำรวจรอบด้านอย่างสงสัย มันเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างเหมือนเดิมทุกอย่าง โลกใบเดิมของเธอ ไม่มีซอมบี้ ไม่มีตึกร้าง

ไม่มีกองซากศพกองพะเนินกองใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้อ่อน ๆ นี่มันคืออะไร เสียงหัวเราะที่ดังแว่วมาตามลม เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่

มายาตั้งสติหันหลังกลับเข้าไปในห้องเช้าของเธอที่เธอพัก เปิดประตูเข้าห้องไปพบทุกอย่างเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน

“มีนา ค.ศ.3430 นะนี่!!!” วัน เดือนและปีที่บอกบนหน้าจอมือถือ ทำหัวใจของมายาเต้นแรงจนมันแทบจะหลุดออกมาจากอก

หนึ่งปีก่อนวันสิ้นโลก วันสิ้นโลกเกิดในวันที่ 20 เมษายน ค.ศ.3431 เธอย้อนกลับมาก่อนวันสิ้นโลก นี่มัน ยิ่งกว่าความฝัน เธอตายไปแล้ว เธอจำทุกอย่างได้ จำได้ทุกความเจ็บปวดที่เธอได้รับ

จำความเคียดแค้นและรังเกียจได้ และเธอยังจำได้สายตาคู่นั้นของเสือขาวสองตัวที่มองมาที่เธอ เธอจำได้ดี ดวงตาสีเทาที่ดูน่ากลัวแต่สวยงามในเวลาเดียวกันได้

“ฮึก ฮื่อๆ ๆ” มายาทรุดลงกับพื้นกอดเข่าตัวเองเอาไว้แน่น ก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่ได้ เสียงร้องไห้ดังก้องภายในห้อง

ดีใจ เสียใจ ตกใจ ทุกอย่างปะปนกันจนเธอตั้งตัวไม่ถูก ทุกอย่างมันอัดอั้นอยู่ภายในอก มีเพียงการร้องไห้ออกมาสุดเสียงเท่านั้นที่มันจะพอบรรเทาอารมณ์ของเธอได้ในตอนนี้

ความอัดอั้นถูกระบายออกมาเป็นน้ำตา เสียงร้องไห้ที่แสนเจ็บปวดถูกระบายออกมา เป็นระยะ

เธอกลับมา!!.. เธอกลับมา เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

ม่านมายา ยินดีต้อนรับสู่การเริ่มใหม่ เธอจะไม่ไร้ค่าอีกแล้วนะ

ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ

เจ้าเทา

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...