กลับมาเปลี่ยนชะตาวันสิ้นโลก
ข้อมูลเบื้องต้น
“ขอโทษนะ คุณไม่ดีพอสำหรับผม เป็นแค่คนไร้ประโยชน์ อย่าคิดมาเกาะผมให้ลำบากไปด้วย”
คำพูดของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักที่คบกันมานานหลายปีบอก ในวันที่เธอจับได้ว่ากำลังทำกิจกรรมเข้าจังหวะกับเพื่อนเพียงคนเดียวของเธอ
“มายา เธอไม่อายหรอที่ตัวเองบ้างหรอ ที่มาเกาะคิรินแบบนี้ คนที่ไร้ประโยชน์อย่างเธอแค่มีชีวิตรอดอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ดีแค่ไหนแล้ว”
เพื่อนรักที่เคยบอกว่าเราจะมีชีวิตรอดไปด้วยกันจนแก่เฒ่า กลับพูดมันออกมาโดยไม่หยุดคิดเลยสักนิด ไม่มีความลังเลในน้ำเสียง
“ทำแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว ที่ผ่านมามันคืออะไร”
เสียงแหบแห้งดังออกมาจากริมฝีปากบาง น้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเสียใจ ผิดหวัง และไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น
ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามที่พึ่งถามออกไป มีเพียงเสียงสะอื้นของคนถามเท่านั้นที่ดังอยู่ภายในห้องกว้าง นานเกือบสิบนาที
“ออกไปซะแล้วอย่ามาให้พวกเราเห็นหน้าอีก รู้ตัวบ้างไหมว่ามันน่ารำคาญ!!”
เสียงที่เคยหวานหู ชื่นชมเธอในยามที่ได้รับผลประโยชน์ คำพูดหวานหูที่เคยบอกว่ารัก ในวันนี้มันกลายเป็นน้ำเสียงเย็นชาและดูถูกราวกับว่าที่ผ่านมามันคือฝัน
ร่างเล็กบอบบางที่แทบจะปลิวไปตามลมเดินออกมาจากห้องช้า ๆ เสียงหัวเราะคิกคักและบทรักถูกบรรเลงขึ้นทันทีที่เธอหันหลังออกมา
หิมะขาวโพลนด้านนอกไม่ได้มีผลต่อหญิงสาว แม้ว่าอากาศด้านนอกจะหนาวเย็นแค่ไหนก็ไม่มีผลต่อความรู้สึกของเธอตอนนี้ ในหัวมีแต่คำเดิมซ้ำ ๆ ว่าทำไม ทำไม
“ขอบคุณนะ ที่อย่างน้อยร่างกายของฉันก็ได้ทำประโยชน์ให้พวกแก”
คำพูดสุดท้ายก่อนที่ลมหายใจจะขาดห้วงไป น้ำตาสีใสไหลออกมาอย่างช้าๆ จาดวงตาของแม่เสือขาว ก่อนที่หยดน้ำตาจะหยดลงพื้นมันได้กลายเป็นดวงไฟสีขาววิ่งเข้าหาร่างไร้ลมหายใจ
ม่านมายา หญิงสาวที่ได้โอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้งก่อนวันสิ้นโลก ในเมื่อได้กลับมา เธอขอแก้ไขชะตาชีวิตให้ดีขึ้น เธอจะไม่มีวันเอาหัวใจไปผูกที่ปลายเท้าใครอีกแล้ว
เธอไม่ขออะไรมาก ของแค่ใช้ชีวิตในวันสิ้นโลกได้อย่างสบายใจและมีความสุขก็พอ
สวัสดีค่ะ ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน
ฝากนิยายเรื่องใหม่เข้าสู่อ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ นิยายสไตล์ซอมบี้ของไรท์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 3 แล้วนะคะ
ตามคำเรียกร้องของสาววกซอมบี้ และเอาชีวิตรอด
นิยายเรื่องเน้นไร้สาระ มากกว่ามีสาระนะคะ ถอดสมองก่อนอ่านเนาะ
คอมเม้นเข้ามาพูดคุยให้กำลังใจไรท์ได้นะคะ
ด้วยรัก
เจ้าเทา
จุดเริ่มต้นของจุดจบ
ภายในประเทศ T ที่บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน เพียงแต่ความหนาวเย็นของอากาศด้านนอกไม่ได้ทำให้คนสองคนภายในห้องนอนรู้สึกถึงมัน
กิจกรรมเข้าจังหวะสุดเร้าร้อนยังคงดำเนินต่อไป น้ำเสียงครวนครางของความสุขสมดังลอดผ่านออกมาให้ได้ยิน เสียงกระแทกอย่างเป็นจังหวะ ดังขึ้นต่อเนื่องโดยไม่กลัวว่าใครจะมาได้ยิน
ด้านหน้าห้องทุกย่างก้าวของหญิงสาวร่างเล็กขยับเดินเข้าไปใกล้เต็มไปด้วยความเจ็บปวด หัวใจถูกกรีดซ้ำเป็นแผลจนอยากจะรักษา
เสียงครวนครางหอบเหนื่อยทุกวินาทีที่ได้ยิน มันเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นบีบคั้นหัวใจเธออยู่ ยิ่งบทสนทนาที่ลอดผ่านออกมาให้ได้ยิน ยิ่งเหมือนหัวใจเธอถูกกระทืบซ้ำที่รอยเดิม
“เมื่อไหร่พี่จะไล่มายาออกจากกลุ่มสักที ฉันเริ่มทนไม่ไหวแล้วนะ เวลาที่มันเข้ามาใกล้พี่ พี่ไม่รังเกียจบ้างหรอ” เสียงหวานพูดออกมาอย่างออดอ้อน หลังจากเสร็จกิจกรรม
“ใจเย็นหน่อยน่า ใครบอกว่าพี่ไม่รังเกียจ พี่แทบไม่อยากมองหน้ามันด้วยซ้ำ คนไม่มีประโยชน์แบบนั้นพี่ก็ไม่อยากเก็บไว้เหมือนกัน”
เสียงนุ่มทุ้มที่หญิงสาวหน้าห้องจำได้ดี ว่าเป็นเสียงที่คอยพูดกับเธอเวลาที่เขาได้รับอะไรบางอย่างจากเธอ ที่พยายามเลือดตาแทบกระเด็นมาให้
แต่วันนี้มันกลับพูดใส่เธออย่างดูแคล้น ทั้งยังดูถูกเธอ
“ปัง!!” ฝ่าเท้าขนาดเล็กที่ไม่รู้เอาเรงมาจากไหน ถีบเสียงบานประตูกระแทกเสียงดัง ทำให้คู่รักที่อยู่ด้านในสะดุ้งโหยงอย่างตกใจ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นแววตาตกใจเมื่อเห็นคนเปิดเข้ามา สุดท้ายแววตานั้นก็กลายเป็นรังเกียจ
“มายา เธอเข้ามาได้ยังไง ไม่มีมารยาท” หญิงสาวรูปร่างบอบบางผิวการขาวเนียนดูสะอาดสะอ้าน เนินอกอวบอิ่มที่มีเพียงผ้าห่มผืนบางปกปิดเอาไว้พูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
“เข้ามายังไงก็เปิดประตูเข้ามาไง ถ้าฉันไม่กลับมาก่อนเวลาฉันจะรู้เรื่องสกปรกที่เธอทำกับฉันหรอโซฟี หน้าไม่อาย” คำพูดแดกดันที่เต็มไปด้วยความเสียใจตอบกลับ
“มายา!! ทำไมพูดกับโซฟีแบบนี้ ไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้ มองคนผิดไปจริง ๆ” ชายหนุ่มคนเดียวในห้องพูดออกมาอย่างไม่อายปาก
คนที่ควรพูดว่ามองคนผิดไปควรจะเป็นเธอ คนที่ถูกคนรักที่คบกันมานานหลายปีสวมเขา พร้อมกับเพื่อนเพียงคนเดียวที่มี ที่ระเริงรักกับคนรักของเธออย่างมีความสุข
“กล้าพูดว่ามองคนผิดไป คนที่ควรพูดคำนั้นมันเป็นฉัน!! ชายชั่วกับนังหญิงร่าน ดูเหมาะกันดี กินกันมานานหรือยังละ หายคันกันบ้างหรือยัง”
เพี้ยะ!! เสียงฝ่ามือกระทบที่แก้มจนหน้าสะบัดไปตามแรงตบ ดังขึ้นภายในห้อง ก่อนที่จะล้มลงไปกับพื้นแข็ง
“น้ำหน้าอย่างแกมีสิทธิอะไรมาพูดแบบนี้ คนไม่มีประโยชน์อย่างแก แค่เลี้ยงไว้เฝ้าบ้านเหมือนหมา ยังมองว่าสิ้นเปลืองเลย” หญิงสาวที่เดิมทีอยู่บนที่นอนนุ่ม เดินปลี่มาตบหน้าของบุคคลที่สามอย่างแรงโดยที่ไม่สนใจว่าร่างกายของตัวเองตอนนี้จะเปลื่อยเปล่า
รอยแดงจ้ำจากกิจกรรมก่อนหน้าปรากฏออกมาให้เห็น ราวกับต้องการเย้ยหยันให้มองเห็นกับตา ในความโง่งมของอีกคน ทั้งยังไม่คิดปกปิดราวกับต้องการอวดอ้าง
“ที่ผ่านมาเธอมองฉันเป็นแบบนั้นมาตลอดเลยสินะ แล้วพี่ล่ะ ที่ผ่านมาคืออะไร” คนที่กองอยู่กับพื้นมองไปที่ชายหนุ่มที่ลุกขึ้นมาสวมใส่กางเกงช้าๆ
ร่างหน้าของเขาเดินมาสวมเสื้อคลุมให้กับอีกคนอย่างเบามือ ก่อนจะประคองกอดเอาไว้อย่างหวงแหน สายตาดูถูกปรายตามองคนที่ล้มอยู่บนพื้น
“ขอโทษนะ คุณไม่ดีพอสำหรับผม เป็นแค่คนไร้ประโยชน์ อย่าคิดมาเกาะผมให้ลำบากไปด้วย คุณอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้ก็ดีแล้ว” คำพูดของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรัก ที่คบกันมานานหลายปีบอกกับเธอ สายตาของเขาที่มองมาที่มันเต็มไปด้วยความสมเพช
“มายา เธอไม่อายตัวเองบ้างหรอ ที่มาเกาะพี่คิรินแบบนี้ อย่างที่พี่คิรินบอก คนที่ไร้ประโยชน์อย่างเธอแค่มีชีวิตรอดอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ดีแค่ไหนแล้ว”
เพื่อนรักที่เคยบอกว่าเราจะมีชีวิตรอดไปด้วยกันจนแก่เฒ่า กลับพูดมันออกมาโดยไม่หยุดคิดเลยสักนิด ไม่มีความลังเลในน้ำเสียง
“ทำแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว ที่ผ่านมามันคืออะไร” เสียงแหบแห้งดังออกมาจากริมฝีปากบาง น้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเสียใจ ผิดหวัง และไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น
ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามที่พึ่งถามออกไป มีเพียงเสียงสะอื้นของคนถามเท่านั้นที่ดังอยู่ภายในห้องกว้าง นานเกือบสิบนาที
“ออกไปซะ แล้วอย่ามาให้พวกเราเห็นหน้าอีก รู้ตัวบ้างไหมว่ามันน่ารำคาญ!! นังตัวไร้ประโยชน์” เสียงตวาดไล่เธอออกจากห้องดังขึ้น ก่อนที่คนจะถูกโยนออกมา
ความเจ็บปวดจากแรงกระแทกกับพื้น ความเจ็บซ้ำที่แก้มไม่มีผลต่อความรู้สึกในตอนนี้ หัวใจที่แหลกสลายมันทำให้ความเจ็บปวดทางกายกลายเป็นด้านชา
สองขาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนก่อนจะค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากหน้าห้อง ปล่อยให้เสียงหัวเราะคิกคัก และเสียงของความสุขสมที่บทรักของคนด้านในกำลังเริ่มกลายเป็นฉากหลัง
ทุกก้าวที่ก้าวเดินไปราวกับน้ำแข็งที่กำลังกัดกินหัวใจ หิมะขาวโพลนด้านนอก และความเจ็บปวดไม่ส่งผลอะไรกับการก้าวเดิน
ร่างเล็กเดินออกมานานเท่าไหร่ไม่รู้ ออกไปไกลแค่ไหนไม่ทราบได้ รู้แค่ว่าไม่นานเธอก็ค่อยๆ หายไปจากสายตา หายไปกับความหนาวเย็น
สวัสดีค่า นิยายเรื่องใหม่ของไรท์ฝากติดตาม ให้กำลังใจ และคอมเม้นพูดคุยกันหน่อยนะคะ เจ้าเทานักเขียนมือใหม่รายงานตัวค่า
เรื่องนี้เขียนพล็อตไว้ค่อนข้างนาน แต่ไม่ได้เปิดให้อ่านสักทีเพราะ… เพราะ.. ไรท์มีปัญหากับชื่อนางเอกและพระเอกค่า
ไม่รู้ว่าเป็นคนเรื่องมาก หรือว่าเช้นส์ในการตั้งชื่อคนติดลบ ไรท์ถึงขั้นต้องถามกูเกิ้ลกันเลยทีเดียว 555 (แหงนหน้าหัวเราะคนเดียวอย่างสะใจ)
เอาเป็นว่าใครที่เป็นคอนิยายซอมบี้ วันสิ้นโลกและใครที่ไม่ซีเรียสเรื่องชื่อ กดเพิ่มเข้าชั้นไปได้เลย นิยายเรื่องนี้เน้นนางเอกเป็นหลักนะคะ
เป้าหมายนางเอกมีไม่มาแต่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็พอ
ปอลิง ตอนนี้ไรท์ก็ยังไม่ได้ชื่อพระเอกเลยนะทุกคน แต่ว่าพระเอกเรายังค่าตัวแพงอยู่เอาไว้ทีหลังก็ได้เนาะ ตามนั้น!!
ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ
เจ้าเทา
ก่อนจะถึงจุดเปลี่ยน
เสียงสะอื้นร้องไห้ดังแว่วไปตามสายลม ความหนาวเย็นหิมะขาวด้านนอกไม่ได้ทำให้ร่างบางกอดที่ตัวเองร้องไห้รู้สึกอะไร
“ทำไมกันนะ ทำไม ” คำถามคำเดิมถูกถามซ้ำ ๆ ออกมา แต่ก็ไม่มีใครตอบคำถามให้เธอได้ และเธอเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีคนตอบคำถามนี้ได้ สุดท้ายก็ต้องหลับไปทั้งน้ำตา
“ฮื่อๆ แฮ่ๆ”
เสียงยานคาง ของบางอย่างที่ดังอยู่นอกบ้าน ช่วยปลุกคนที่กำลังหลับไหลอยู่ภายในบ้านตื่นขึ้น
“เฮือก!! พวกมันมาที่นี่ได้ยังไง” หญิงสาวสะดุ้งตื่นอย่างหวาดผวา ดวงตากวาดมองรอบด้านหาทางรอด
ปีนี้ปีที่ 3435 ปีแห่งวันสิ้นโลก วันสิ้นโลกเกิดเมื่อ 4 ปีก่อน เหตุการประหลาดเกืดขึ้นที่ประเทศ T ไม่ใช่สิ ไม่ใช่แค่ประเทศ T แต่เป็นทั่วโลกเลยต่างหาก
จุดเริ่มต้นเริ่มจากวันที่ผู้คนต่างพากันหลับไหลพร้อมกันทั่วโลก หลับไปนานถึงสามชั่วโมง ใครที่ดวงซวยที่กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ที่มันส่งผลต่อชีวิตก็เสียชีวิตในเหตการณ์นั้น
แต่ถ้าใครโชคดีอยู่ในที่ปลอดภัย สามารถหมดสติได้โดยดี ก็จะตื่นขึ้นมาในสามชั่วโมงถัดมา และเมื่อตื่นขึ้นมาบางคน บ้างกลุ่มก็จะมีสัญลักษณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับร่างกาย
สัญลักษณ์ที่คลายรอยสักที่หาที่มาไม่ได้แล้วแต่ว่าจะปรากฏที่ส่วนไหนของร่างกาย ใครที่เกิดในจุดที่มองเห็นง่ายก็จะลำบากหน่อย อย่างเช่นใบหน้า ต้นคอ หรือหลังมือ
ส่วนเธอ ม่านมายา หญิงสาวอายุ 23 ปี ไม่มีรอยประหลาดเกิดขึ้น ในวันนั้นเธอคิดว่าเธอโชคดีที่ไม่มีสิ่งนั้นเกิดขึ้นกับร่างกาย เชื่อเถอะ เธอไม่ได้เป็นคนเดียวที่ดีใจกับมัน หลายคนก็ดีใจเช่นเดียวกัน
แต่ว่า….หลังจากนั้นมันกลายเป็นความเสียใจ
สองวันต่อมาหลังจากที่ผู้คนพากันหมดสติ ท้องฟ้าก็ปรากฏสีแดงฉานไปทั่วท้องฟ้า ไม่ว่ามองจากมุมไหนก็สามารถมองเห็นมันได้
เด็กหรือคนที่ขวัญอ่อนหน่อย มองท้องฟางสีแดงอย่างหวาดกลัว เด็กบางคนเพียงแค่มองเห็นก็ร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสารต้องขังตัวเองเอาไว้ในห้องไม่ให้มองเห็นท้องฟ้า
ภายใต้ท้องฟ้าสีแดง ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น ไอสีแดง หรือที่เรียกว่ากลุ่มควันลอยลงมาจากฟ้า ซึมเข้าสู่ร่างที่ไร้วิญาณ แล้วร่างนั้นก็กลายเป็นสิ่งที่น่ากลัว
สิ่งที่เกิดไม่ได้เป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ที่เกิดความวุ่นวาย มันยังมีอีกหลายที่ ที่เป็นแบบเดียวกัน ทั้งในประเทศนี้และต่างประเทศ ทั่วทั้งโลกเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันทั้งหมด
ความวุ่นวายเกิดขึ้นทั่วทุกที่ จากหนึ่ง เพิ่มเป็นสอง จากสองเพิ่มเป็นสิบ กลายเป็นร้อย แสน และล้านของผู้คนที่เกิดเห็นการณ์นี้
คนที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้เรียกสิ่งที่เคยเป็นคนพวกนั้นว่า “ซอมบี้” และเหตุการณ์ที่เกิดเรียกว่า “วันสิ้นโลก”
มายาเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่รอบชีวิตมาได้จากเหตุการณ์นองเลือด เธอขังตัวเองอยู่ภายในบ้านหลังจากที่สองวันก่อนเธอเดินทางไปหาหมอที่โรงพยาบาลแล้วต้องกลับมารักษาตัว เธอจึงรอด
แล้วหลังจากมีซอมบี้ไล่ฆ่าคน ความจริงเรื่องรอยสักหรือสัญลักษณ์ที่เกิดบนร่างกายของผู้คนก็ปรากฏ คนที่เกิดร่องรอยต่าง ๆ เกิดขึ้นในร่างการ จู่ ๆ ก็มีความรู้มหาศาลหลั่งไหลเข้าไปในหัวสมอง
ความรู้เรื่องการใช้พลังในสิ่งที่ได้มา บางคนได้เพียงหนึ่ง บางคนได้รับมากถึงสอง ทุกคนแชร์ประสบการณ์ที่ได้พบเจอลงบนโลกอินเตอร์เน็ต
กลายเป็นว่า โลกสร้างซอมบี้และวันสิ้นโลกมา โลกก็สร้างเหล่าผู้วิวัฒนาการมาเช่นกัน นับว่าเป็นการต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ
ส่วนคนที่ไม่มีรอยสักล่ะ?
คนกลุ่มนี้ก็เป็นได้เพียงคนธรรมดาที่ไม่สามารถต่อกรกับพวกซอมบี้ได้ยังไงล่ะ แต่ก็อาจจะได้แต่คุณต้องเก่งจริง ทั้งต่อสู้และใช้อาวุธ
สำหรับคนอื่นก็น่าจะใช้ แต่สำหรับเธอไม่ใช่ เธอเป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาที่ต่อสู้ไม่ได้ ทำได้เพียงวิ่งหนี หลบซ่อนและให้คนอื่นช่วย
ในเรื่องร้าย ๆ เธอคิดว่าเธอโชคดี เพราะคนรักและเพื่อนสนิทของเธอกลับเป็นผู้มีพลังทั้งสองคน เธอได้รับความช่วยเหลือจากทั้งสองคนจึงสามารถมีชีวิรอดมาได้
แรก ๆทุกอย่างก็ดี แต่พอนานวันเข้าเธอกลายเป็นส่วนเกิน เธอไร้พลัง แม้กระทั้งสู้กับซอมบี้ระดับหนึ่งก็ยังไม่ได้ ทั้งที่มีอาวุธในมือ
ซอมบี้ระดับหนึ่งที่ทำได้เพียงเดินตามเสียง มองไม่เห็น กระโดดไม่ได้ เธอก็ยังไม่มีแรงจะฆ่ามัน ความสัมพันธ์ที่เคยว่าดีก็เริ่มเปลี่ยน
เธอกลายเป็นคนนอก ถูกกันออกมาอยู่ด้านหลังเสมอไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม สุดท้ายคนที่เรารักร้ายที่สุด เธอกลายเป็น “ขยะ”
ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ
เจ้าเทา
ความเจ็บปวดที่แสนยินดี
เสียงขูดขีด และกระแทกภายนอกทำให้เธอได้สติ สายตาสอดส่องมองหาทางรอดที่พอจะทำให้เธอไม่ต้องตายภายใต้ฝูงซอมบี้ที่หิวโหย
ร่างบางออกวิ่งสุดแรงเท่าที่เธอจะมี คนที่ไม่ได้กินอิ่ม ร่างกายเจ็บป่วยจากอากาศหนาวจะวิ่งได้เร็วสักเท่าไหร่ แต่เหมือนเธอยังซวยไม่พอ
ร่างบางรู้สึกดิ่งวูบตกลงมาจากที่สูง เสียงกรีดร้องที่แหบแห้งอย่างหวาดกลัวดังออกมาจากร่างที่กำลังร่วงหล่นลงไปจากหน้าผา
“ตุ้บ!! อั้ก!! กร๊อบ?” หิมะสีขาวถูกย้อมด้วยสีแดง มันคงจะสวยงามถ้าสีแดงตัดกับขาวเป็นดอกไม้ แต่มันไม่ใช่
ดวงตาของมายามองภาพท้องฟ้าอย่างไม่มีจุดหมาย ทั้วทั้งร่างของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดจนเข้ากระดูกดำ ก่อนจะค่อย ๆกลายเป็นความด้านชา
“อึก ฉันมันคงไร้ประโยชน์จริง ๆสินะ” เสียงที่ไร้พลังและโรยแรงถูกเปล่งออกมาจากปากบาง
สวบ!! สาบ!! เสียงบางอย่างเกิดขึ้นดึงความสนใจไปจากเธอ ที่กำลังโทษฟ้าและด่าความไร้ค่าของตัวเอง ก่อนที่ดวงตากลอมโตที่ไร้ชีวิตชีวาจะเบิดตากว้าง
เสือขาวสองตัวที่คาดว่าเป็นแม่ลูกเดินออกมาจากพุ่มไม้ ดวงตาสีเทาอ่อนออกฟ้าจับจ้องมาที่ก้อนเนื้อตรงหน้าอย่างพิจารณา กลิ่นเลือดที่คละคลุ้งบ่งบอกได้ว่าก้อนเนื้อก้อนนี้คืออาหารของมัน
เสือสองตัวน้อยใหญ่เดินมาดมที่ร่างกายบิดเบี้ยวของเธอ ก่อนจะสะดุ้งถอยหลังเมื่อเธอหันหน้าไปหาพวกมัน เธอมองภาพตรงหน้าดวงความปลง
“ในเมื่อฉันมันไม่มีประโยชน์ แต่ฉันก็หวังว่าฉันจะสามารถทำประโยชน์อะไรได้บ้าง” ร่างบางพูดออกมาอย่างอ่อนแรง ก่อนจะกระอักเลือดออกมากองโต
“หวังว่าร่างกายของฉันจะสามารถทำประโยชน์ให้กับพวกแกได้ อย่างน้อยพวกแกสองตัวก็ไม่ต้องหิวโหย” ความเจ็บปวดทำให้เสียงที่พูดออกมาเริ่มแผ่วเบาลงเรื่อยๆ
“…..” เสือขาวสองตัวนั่งลงด้านข้างของก้อนเนื้อตรงหน้า คล้ายกำลังรอฟังคำพูดของเธอ
“ขอบคุณนะ ที่ให้ฉันได้ทำประโยชน์ในนาทีสุดท้าย ขอบคุณ” รอยยิ้มงดงามปรากกฏบนใบหน้า ก่อนที่ดวงตาจะเม่อมองไปด้านหน้าอย่างไร้จุดหมาย
ประกายแสงแห่งชีวิตภายในดวงตาเริ่มมอดดับลงช้า ๆ พร้อมกับลมหายใจที่ค่อย ๆ หยุดลง ทุกอย่างนิ่งสงบ
น้ำสีใสเอ่อคลอภายในดวงตาสีเทาของเสือขาวที่จับจ้องมาที่ร่างไร้ลมหายใจของมายา ก่อนที่หยดน้ำตาจะกลิ้งออกมาแล้วค่อย ๆหยดลงพื้น
แทนที่หยดน้ำตาหยดนั้นจะหล่นลงพื้น มันกลับกลายเป็นประกาย ส่องแสงจ้าแสบตาไปทั่วก้นหน้าผา แสงนั้นพุ่งตรงไปยังร่างไร้วิญญาณก่อนจะหายไป
ทุกอย่างเริ่มย้อนกลับเหมือนกลับภาพวีดีโอที่มีคนกดย้อนกลับด้วยความเร็ว และสุดท้ายมันก็หยุดลง ในค่ำคืนนึง
“เฮือก!!! แฮ่ก ๆ ”
“มายา เป็นอะไรหรือเปล่า มายา ๆ ได้ยินไหม” เสียงหวานใสดังที่เรียกเธอที่ข้างหู ดึงสติให้เธอหันกลับไปมองเจ้าของเสียงที่เรียกเธอพอยู่
“โซฟี!!” มายาอุทานออกมาอย่างตกใจ ร่างกายถอยห่างออกมาอย่างอัตโนมัติก่อนจะมองรอบกายอย่างตื่นตะหนก
“ก็ใช่ไง เธอเป็นอะไร กินอิ่มเกินไปแล้วฝันร้ายหรอ?” โซฟีถามอย่างสงสัย ดวงหน้าหวานเอียงคอมองเพื่อนสาวอย่างสงสัย
ภายในใจเกิดความรำคาญขึ้นมาสายหนึ่ง แต่ก็เก็บเอาไว้ ก่อนจะมองเพื่อนสาวอย่างเป็นห่วง
วันนี้โซฟีและมายาออกมาทานอาหารกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ที่โซฟีอยากไปกินนานแล้ว ร้านนี้เป็นร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ เพราะงั้นทั้งสองเลยกินอย่างเต็มที่
แล้วระหว่างที่นั่งรถแท็กซี่กลับบ้าน มายาก็เผลอหลับไป จนเมื่อถึงจุดหมายที่เป็นห้องเช่าของมายาโซฟีจึงปลุกเธอ
“ปะ ป่าวหรอก แค่ตกใจนะ ไม่มีอะไร” มายาตอบออกไป พยายามควบคุมสติของตัวเอง
“แล้วไป ถึงห้องแล้ว เธอลงไปสิ หรือว่าอยากจะไปไหนอีก” โซฟีพูดอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะไล่เธอลงจากรถ น้ำเสียงของเธอดูออกว่ารำคาญมายาเต้มทน
“ห่ะ!! อ้อไม่ ๆไม่ได้ไปไหน งั้นฉันไปก่อนนะ ถึงบ้านแล้วทักบอกด้วย” มายาพูดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะลงจากรถมองตามหลังแท็กซี่ที่ขับออกไปอย่างไม่วางตา
ดวงตามองกวาดสำรวจรอบด้านอย่างสงสัย มันเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างเหมือนเดิมทุกอย่าง โลกใบเดิมของเธอ ไม่มีซอมบี้ ไม่มีตึกร้าง
ไม่มีกองซากศพกองพะเนินกองใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้อ่อน ๆ นี่มันคืออะไร เสียงหัวเราะที่ดังแว่วมาตามลม เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่
มายาตั้งสติหันหลังกลับเข้าไปในห้องเช้าของเธอที่เธอพัก เปิดประตูเข้าห้องไปพบทุกอย่างเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน
“มีนา ค.ศ.3430 นะนี่!!!” วัน เดือนและปีที่บอกบนหน้าจอมือถือ ทำหัวใจของมายาเต้นแรงจนมันแทบจะหลุดออกมาจากอก
หนึ่งปีก่อนวันสิ้นโลก วันสิ้นโลกเกิดในวันที่ 20 เมษายน ค.ศ.3431 เธอย้อนกลับมาก่อนวันสิ้นโลก นี่มัน ยิ่งกว่าความฝัน เธอตายไปแล้ว เธอจำทุกอย่างได้ จำได้ทุกความเจ็บปวดที่เธอได้รับ
จำความเคียดแค้นและรังเกียจได้ และเธอยังจำได้สายตาคู่นั้นของเสือขาวสองตัวที่มองมาที่เธอ เธอจำได้ดี ดวงตาสีเทาที่ดูน่ากลัวแต่สวยงามในเวลาเดียวกันได้
“ฮึก ฮื่อๆ ๆ” มายาทรุดลงกับพื้นกอดเข่าตัวเองเอาไว้แน่น ก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่ได้ เสียงร้องไห้ดังก้องภายในห้อง
ดีใจ เสียใจ ตกใจ ทุกอย่างปะปนกันจนเธอตั้งตัวไม่ถูก ทุกอย่างมันอัดอั้นอยู่ภายในอก มีเพียงการร้องไห้ออกมาสุดเสียงเท่านั้นที่มันจะพอบรรเทาอารมณ์ของเธอได้ในตอนนี้
ความอัดอั้นถูกระบายออกมาเป็นน้ำตา เสียงร้องไห้ที่แสนเจ็บปวดถูกระบายออกมา เป็นระยะ
เธอกลับมา!!.. เธอกลับมา เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
ม่านมายา ยินดีต้อนรับสู่การเริ่มใหม่ เธอจะไม่ไร้ค่าอีกแล้วนะ
ยังไม่ได้ตรวจคำผิดนะคะ
เจ้าเทา