โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ส่งทีมสัตวแพทย์ตรวจสอบ "พลายเบี่ยงเล็ก" ช้างป่าเขาใหญ่ หลังพบรอยแผลคล้ายถูกยิง

สวพ.FM91

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 11.40 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 11.40 น.

อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งส่งทีมสัตวแพทย์ตรวจสอบ "พลายเบี่ยงเล็ก" ช้างป่าเขาใหญ่ หลังพบรอยแผลคล้ายถูกยิง หากพบเป็นรอยกระสุนปืนให้เอาผิดถึงที่สุด!

วันที่ 23 มิถุนายน 2568 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สั่งการให้ทีมสัตวแพทย์เร่งตรวจสอบร่องรอยที่พบบนตัวของ "เบี่ยงเล็ก" หรือ "งวงทอง" ช้างป่าที่หากินในพื้นที่บ้านหนองมะกรูด อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา หลังจากกลุ่มอาสาผลักดันช้างป่าเพื่อช้างเขาใหญ่ ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดจากกระสุนปืน ซึ่งหากผลการตรวจสอบยืนยันพบเป็นรอยกระสุนจริง ให้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างเต็มที่

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 เวลาประมาณ 17.00 น. ขณะที่กลุ่มอาสาฯ กำลังผลักดันช้างป่า "เบี่ยงเล็ก" บริเวณหมู่ 5 บ้านหนองมะกรูด ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง ได้พบกับเจ้าของพื้นที่ที่ช้างป่าเดินหากินอยู่ โดยบุคคลดังกล่าวได้ใช้ปืนลูกซองยิงขึ้นฟ้าและลงดินหลายนัดเพื่อไล่ช้างป่า ซึ่งกลุ่มอาสาฯ ได้ทำการบันทึกภาพและเก็บปลอกกระสุนไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมากลุ่มอาสาฯ ได้สังเกตเห็นรอยรู 2 รู บริเวณบั้นท้ายของช้าง "เบี่ยงเล็ก" จึงสันนิษฐานว่าอาจถูกกระสุนปืน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และทีมสัตวแพทย์จึงได้เร่งลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบบาดแผลดังกล่าวอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของรอยปริศนาที่พบ

นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์กำลังดำเนินการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดตามสั่งการของอธิบดีกรมอุทยานฯ คาดว่าจะทราบผลการพิสูจน์ได้ภายในวันนี้ ทั้งนี้ หากพบว่าร่องรอยดังกล่าวเกิดจากกระสุนปืนจริง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่กระทำความผิดต่อไป เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและเป็นอันตรายต่อสัตว์ป่า ซึ่งช้างป่าถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย

และขอแจ้งประชาชน หากพบเห็นช้างป่าออกนอกพื้นที่ป่า ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ หรือโทรสายด่วน 1362 ทันที และหลีกเลี่ยงการผลักดันหรือทำร้ายช้างป่าเด็ดขาด เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อทั้งคนและช้างป่า รวมถึงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ มีมาตรการชดเชยความเสียหายที่เกิดจากสัตว์ป่าทำลายพืชผลทางการเกษตรหรือทรัพย์สินของประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...