โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แลกคนละหมัด! ปิดด่านชายแดนไทย-เขมร ”ฮุนมาเน็ต“ ลั่นเปิดง่ายเหมือนปอกกล้วย

INN News

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 16.39 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 09.38 น. • INN News

ไทยกัมพูชาใช้มาตรการปิดด่านชายแดนเพื่อตอบโต้กันเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาความขัด ขัดแย้งและข้อพิพาทแนวชายแดน ฮุน มาเน็ต ย้ำพร้อมเปิดด่านถ้าไทยยอมเปิดก่อน ขณะนักวิชาการ แสดงความห่วงใย ต่อมาตรการปิดด่านระหว่างสองประเทศ อาจเสียโอกาสทางด้านการค้า และหาทางออกร่วมกันอย่างสันติวิธี

สำหรับมาตรการปิดด่านชายแดน "ไทย-กัมพูชา" เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2568 เวลา 19.00 น. ไทยเริ่มใช้มาตรการควบคุมทั้งหมด ตามมติของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ถือเป็นการ "ปิด" ในเชิงการคุมเข้ม และมีการสั่งปิดบางจุดชั่วคราว เช่น จุดผ่านแดนถาวรด่านบ้านแหลมใน จ.จันทบุรี และมีการประกาศปรับลดเวลา/วันทำการของด่านอื่นๆ

โดยฝั่งไทยปรับเวลาเปิด-ปิด ด่านบ้านแหลม จ.จันทบุรี จากเดิม 06.00-22.00 น. เป็น 08.00-16.00 น. และฝั่งกัมพูชา บริเวณด่านบ้านกร็อมเรียง ก็มีการย่นเวลาเปิดด่านเร็วขึ้นจาก 16.00 น. เป็น 15.30 น.

7 มิถุนายน 2568 ด่านช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ (จุดผ่อนปรน) ถูกปรับลดเวลาเปิดเหลือ อังคาร พุธ พฤหัสบดี เวลา 09.00-12.00 น. (เป็นการจำกัดเวลา ไม่ใช่ปิดถาวรในตอนแรก)

8 มิถุนายน 2568 ที่ด่านผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเดิมทีทั้ง 2 ฝั่ง กำหนดเปิดด่าน 08.00- 16.00 น. ซึ่งไทยเปิดตามเวลา แต่มีความวุ่นวายเพราะกัมพูชาปรับเวลาเปิดด่าน จาก 08.00 น. เป็น 09.00 น. ทำให้ประชาชนทั้ง 2 ฝั่ง มารอคิวเพื่อข้ามแดนจำนวนมาก

13 มิถุนายน 2568 มีการปิดด่านชายแดนที่สำคัญคือ ด่านบ้านแหลม จ.จันทบุรี โดยกัมพูชาได้สั่งปิดประตู โดยไม่แจ้งล่วงหน้า ส่งผลให้รถขนส่งสินค้าติดค้างเป็นจำนวนมาก

19 มิถุนายน 2568 เวลา 09.17 น. กัมพูชาปิดจุดผ่อนปรนช่องอานม้า (ฝั่งกัมพูชา) ซึ่งไทยก็ปิดด่านฝั่งไทยในวันเดียวกัน

21 มิถุนายน 2568 ไทยสั่งปิดด่านช่องสายตะกู ตามคำสั่งแม่ทัพภาคที่ 2 และปัจจุบัน ไทยปิดด่านสายตะกู ตามหลังด้วยกัมพูชาสั่งปิดถาวร 2 ด่าน คือด่านบ้านจุ๊บโกกี และด่านช่องจวม (กัมพูชา)

ทำให้ตอนนี้รวมแล้วฝั่งไทยปิดไปแล้ว 2 ด่านคือ

1. ด่านช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ (ตรงข้ามด่านบ้านจุ๊บโกกี จ.อุดรมีชัย)

2. ด่านช่องอานม้า (จุดผ่อนปรน) ต.โซง อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี (ตรงข้ามด่านด่านบ้านสะเตียงกวาง จ.พระวิหาร)

ส่วนกัมพูชา จะปิดไปแล้ว 4 ด่านคือ
1. ด่านกร็อมเกียง บ้านกร็อมเรียง อ.กร็อมเรียง จ.อุดรมีชัย (ตรงข้ามด่านบ้านแหลม จ.จันทบุรี)
2. ด่านบ้านสะเตียงกวาง อ.จอมกระสาน จ.พระวิหาร (ตรงข้ามด่านช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี)
3. ด่านบ้านจุ๊บโกกี จ.อุดรมีชัย (ตรงข้ามด่านช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์)
4. ด่านช่องจวม อ.อัลลองเวง จ.อุดรมีชัย (ตรงข้ามด่านช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ)

ในหนังสือคำสั่งของ พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ที่สั่งให้ปิดจุดผ่อนปรนการค้า ช่องสายตะกู ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หลังจากเกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชา จำนวนประมาณ 30 คน เดินทางเข้ามายังบริเวณปราสาทตาควาย ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ โดยได้มีการบันทึกภาพ วิดีโอ และร่วมร้องเพลงในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายไทยได้เข้าระงับเหตุการณ์อย่างสุภาพและเหมาะสม

ขณะเดียวกัน เตรียมลงนามปิดด่านช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ และ ด่านช่องจอม จ.สุรินทร์ เนื่องจาก ฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา สั่งปิดถาวร 2 ด่าน คือ ช่องจอม-จุ๊กโกกี ทันทีหลังไทยปิดด่านช่องสายตะกู เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

ฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวเกี่ยวกับการปิดด่านไทย-กัมพูชา และความตึงเครียดระหว่างสองชาติว่า การตัดสินใจเปิดพรมแดนนั้นขึ้นอยู่กับฝ่ายไทย โดยย้ำว่ากัมพูชายังคงพร้อมตอบสนองในทันที หากไทย ไม่ว่าจะโดยรัฐบาลหรือกองทัพ ตัดสินใจเปิดพรมแดนขึ้นอีกครั้ง

ฮุนมาเนต ระบุว่า การคลี่คลายความตึงเครียดในขณะนี้จะเป็นเรื่องง่ายดาย เปรียบได้กับการปอกกล้วย หากพรมแดนถูกเปิด แต่หากไทยยังเลือกที่จะปิดพรมแดนต่อไป จะไม่มีการจัดประชุมของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) หรือคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (RBC) อีก

ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ต่างแสดงความกังวลและไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งหรือสงคราม อยากให้มีการแก้ไขโดยสันติวิธีผ่านการเจรจา แต่ก็มีการเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ในขณะที่สถานการณ์ชายแดนยังคงมีการสับเปลี่ยนกำลังของหน่วยงานความมั่นคง

ทางด้าน ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบจากการปิดด่านการค้า ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อทั้งสองประเทศ

พร้อมกับวิเคราะห์ว่า การปิดด่านส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนอย่างมาก โดยไทยสูญเสียรายได้จากการส่งออกประมาณวันละ 800 ล้านบาท และยังกระทบต่อผู้ประกอบการไทยที่พึ่งพิงตลาดกัมพูชา ในขณะเดียวกัน กัมพูชาก็จะขาดแคลนสินค้าจำเป็นหลายรายการ เช่น อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค วัสดุก่อสร้าง และน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาสินค้าและภาวะเงินเฟ้อ

นอกจากนี้ ดร.อัทธ์ ยังเตือนว่า การปิดด่านอาจทำให้ไทยเสียโอกาสทางการค้าให้กับประเทศอื่น เช่น จีน และเวียดนาม ซึ่งเป็นคู่แข่งทางการค้าที่สำคัญของไทยในตลาดกัมพูชา อย่างไรก็ตาม ดร.อัทธ์ มองว่า ไทยยังมีไพ่ในมือที่จะใช้เป็นแรงกดดันกัมพูชาได้ โดยอาจพิจารณาระงับการนำเข้าสินค้าเกษตรบางรายการจากกัมพูชา เช่น มันสำปะหลัง และมะม่วง ซึ่งไทยเป็นตลาดรับซื้อหลัก

แต่ทั้งนี้ การเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสันติวิธีเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ และหลีกเลี่ยงความเสียหายทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...