โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

พลิกแฟ้มคดี โทโมโกะ เหยื่อปาดคอ จ.สุโขทัย แกะรอย 17 ปี ใครคือฆาตกร

Thaiger

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 16.26 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 09.30 น. • Thaiger ข่าวไทย

ย้อนรอยคดีฆาตกรรม โทโมโกะ คาวาชิตะ เหยื่อฆาตกรรมปาดคอ จังหวัดสุโขทัย กับ 17 ปีที่ยังจับคนร้ายไม่ได้ ล่าสุด DSI ประกาศรางวัล 2 ล้าน ตามหาพยานชาวฝรั่งเศสปากสำคัญ

ท่ามกลางความมืดมิดของคดีที่ยืดเยื้อมานานกว่า 17 ปี แสงสว่างแห่งความหวังได้ส่องประกายขึ้นอีกครั้ง เมื่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ประกาศเดิมพันครั้งใหญ่ด้วยเงินรางวัล 2 ล้านบาท เพื่อตามหาพยานปากสำคัญชาวฝรั่งเศสในคดีฆาตกรรม “โทโมโกะ” การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงปลุกคดีที่เกือบจะถูกลืมให้กลับมามีชีวิต แต่ยังกระตุ้นให้ทีมข่าวสืบสวน The Thaiger ต้องย้อนกลับไปพลิกแฟ้มคดีสะเทือนขวัญนี้อีกครั้ง เพื่อสำรวจทุกร่องรอยและตอบคำถามว่า เหตุใดฆาตกรจึงยังคงซ่อนตัวอยู่ในเงามืดได้นานถึงเพียงนี้

ย้อนรอย คดีฆาตกรรมปริศนา โทโมโกะ คาวาชิตะ

“คนไทยมีแต่คนดี ๆ !” (タイ人めっちゃいい人ばっかり!) คือหนึ่งในข้อความสุดท้ายที่ น.ส.โทโมโกะ คาวาชิตะ นักแสดงละครเวทีชาวญี่ปุ่น ได้บันทึกไว้ในบล็อกส่วนตัวระหว่างการท่องเที่ยวในประเทศไทย แต่โชคร้ายที่ความรู้สึกดี ๆ ของเธอต้องจบลงด้วยโศกนาฏกรรม เมื่อโทโมโกะถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมในดินแดนที่เธอหลงรักและใฝ่ฝันถึง

เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นในเช้าวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 (ค.ศ. 2007) หลังจากที่โทโมโกะได้เข้าร่วมงานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟในคืนก่อนหน้า (24 พ.ย. 50)

เช้าวันนั้น โทโมโกะ ได้เช่าจักรยานเพื่อปั่นชมความงดงามของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และได้เดินทางขึ้นไปสักการะพระอจนะที่วัดสะพานหิน แต่ระหว่างทางขึ้นเขานั้นเอง เธอก็ถูกคนร้ายซุ่มโจมตีและใช้มีดปาดคอจนเสียชีวิต คาดการณ์ว่าช่วงเวลาที่ก่อเหตุ อยู่ประมาณ 09.00 น. – 10.30 น

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ในเวลานั้น พบว่าคนร้ายได้ขโมยกระเป๋าที่เธอห้อยคอ ซึ่งภายในมีหนังสือเดินทางและกล้องดิจิทัล แต่กลับทิ้งเงินสดจำนวน 2,877 บาท ไว้ไม่แตะต้อง ทำให้แรงจูงใจในการก่อเหตุยังคงเป็นปริศนาที่ซับซ้อน

สิ่งที่น่าสะเทือนใจที่สุดคือความรักที่เธอมีต่อประเทศไทย ก่อนเกิดเหตุเพียงไม่นาน โทโมโกะยังได้เขียนบรรยายความรู้สึกประทับใจผ่านบล็อกของเธอว่า ประเทศไทย เป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยม!!”** (めっちゃいいとこ!!)

สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ของ นายยาซูอากิ คาวาชิตะ บิดาของเธอ ที่เล่าทั้งความเสียใจว่า ลูกสาวของเขาใฝ่ฝันที่จะมาเที่ยวเมืองไทยมาตลอด 6 ปี แต่สุดท้ายความฝันนั้นกลับกลายเป็นฝันร้ายที่พรากชีวิตของเธอไปตลอดกาล ทิ้งไว้เพียงคดีปริศนาที่ครอบครัวและสังคมยังคงรอคอยคำตอบมานานถึง 17 ปี

ภาพจาก : Wikipedia

หลักฐานแรก “เนื้อเยื้อ” ในซอกเล็บ

ในช่วงแรก คดีนี้อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย ซึ่งการทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง เนื่องจากคนร้ายแทบไม่ทิ้งหลักฐานใด ๆ ไว้ในที่เกิดเหตุเลย ยกเว้นเพียงเศษเนื้อเยื่อในซอกเล็บของโทโมโกะที่บ่งชี้ถึงการต่อสู้

จนกระทั่งในปี 2556 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้รับโอนคดีมาเป็นคดีพิเศษ และพยายามทุกวิถีทาง รวมถึงการประกาศรับซื้อกล้องดิจิทัลรุ่นเดียวกับของโทโมโกะที่หายไป แต่ก็ยังคงคว้าน้ำเหลว

ความหวังในการไขคดีถูกจุดขึ้นมาอีกครั้งในปี 2562 ในยุคของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งได้สั่งการให้รื้อฟื้นคดีอย่างเต็มกำลัง มีการจำกัดวงค้นหาผู้ต้องสงสัยในรัศมี 200 เมตรจากจุดเกิดเหตุ และเก็บตัวอย่าง DNA ของประชาชนไปแล้วกว่า 400 คน แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเป็นศูนย์

แม้กระทั่งเบาะแสสำคัญที่ว่ามีบุคคลในฟาร์มหมูเคยพูดถึงการใช้มีดแทงคน ก็กลายเป็นทางตัน เมื่อผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวได้เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี 2553 และผลตรวจ DNA ก็ไม่ตรงกัน

จุดพลิกผันที่สำคัญที่สุดของคดีเกิดขึ้นเมื่อผลการตรวจ DNA ที่พบบนขอบกางเกงของโทโมโกะ กลับไม่ตรงกับ DNA ของคนไทยที่เก็บตัวอย่างไปเลยแม้แต่คนเดียว แต่กลับมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มประชากรในหลายเชื้อชาติ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และอื่น ๆ ซึ่งเบาะแสนี้ได้เปลี่ยนทิศทางการสืบสวนไปอย่างสิ้นเชิง และนำไปสู่การประสานงานกับตำรวจสากลเพื่อติดตามผู้ต้องสงสัยชาวญี่ปุ่นรายหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือ

เส้นทางการสืบสวนตลอด 17 ปี จึงเต็มไปด้วยความยากลำบากและซับซ้อน หลักฐานที่เคยคิดว่าชัดเจนกลับนำไปสู่ทางตันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ DSI ก็ยังคงไม่หมดหวัง และการประกาศตามหาพยานชาวฝรั่งเศสในครั้งล่าสุดนี้ คือความหวังครั้งใหม่ที่จะนำไปสู่การปิดฉากโศกนาฏกรรมที่ยืดเยื้อมาเกือบสองทศวรรษ

ภาพจาก : Wikipedia

DSI ปล่อยเบาะแสใหม่ ล่าตัวพยาน คดีโทโมโกะ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 เวลา 13.48 น. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ยกระดับการตามล่าหาพยานปากสำคัญในคดีฆาตกรรม น.ส.โทโมโกะ คาวาชิตะ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเมื่อ 17 ปีก่อน โดยได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกชุดใหม่ พร้อมตั้งเงินรางวัลนำจับสูงถึง 2 ล้านบาท สำหรับผู้ที่สามารถให้เบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมคนร้ายตัวจริงได้

DSI ยังคงมุ่งเป้าไปที่การตามหา ชายชาวฝรั่งเศส ที่เชื่อว่าอยู่ในช่วงเวลาและสถานที่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ ซึ่งอาจมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับคนร้าย โดยมีรูปพรรณเป็นชายยุโรป รูปร่างสูงผอม ผมสั้นสกินเฮด และพูดภาษาอังกฤษสำเนียงฝรั่งเศส เขาได้เช่ารถจักรยานยนต์ Honda Click สีฟ้าลายดำ จากร้าน Coffee Club ในตัวเมืองสุโขทัย ในช่วงเช้าของวันที่ 25 พฤศจิกายน 2550 เวลาประมาณ 07.00 – 08.00 น.

เปิดรูปพรรณพยานสำคัญ ชายชาวฝรั่งเศส

  • ชายชาวยุโรป ผิวขาว รูปร่างสูงผอม (ประมาณ 170-180 ซม.)
  • อายุ (ในขณะนั้น) ประมาณ 35-40 ปี (ปัจจุบัน 53-58 ปี)
  • ใบหน้า รูปวงรี ผมสั้นสกินเฮดสีดำหรือน้ำตาลเข้ม โหนกแก้มชัด จมูกโด่ง มีเคราสีดำ
  • การแต่งกาย เสื้อยืดคอกลมสีดำ กางเกงขาสั้นผ้าร่มสีดำ
  • สำเนียง พูดภาษาอังกฤษสำเนียงฝรั่งเศส
ภาพจาก : กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

ข้อมูลล่าสุดที่ DSI เปิดเผยเพิ่มเติมคือ ชายชาวฝรั่งเศสรายนี้อาจไม่ได้เดินทางคนเดียว แต่อาจมาพร้อมกับ หญิงชาวยุโรปผมสีทอง ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ ผมยาวเป็นลอน สวมเสื้อกล้ามสายเดี่ยวสีขาวและกระโปรงยาวสีเหลืองคล้ายผ้ามัดย้อม

นอกจากนี้ การสืบสวนยังชี้เป้าไปยังที่พักที่ทั้งคู่อาจเคยเข้าพัก คือ “Old City Guesthouse” หรือ “Witoon Guesthouse” ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณเมืองเก่าสุโขทัย และคาดว่าทั้งสองคนได้เดินทางออกจากจังหวัดสุโขทัยมุ่งหน้าไปยังจังหวัดเชียงใหม่ด้วยรถโดยสารประจำทาง ในวันที่ 25 หรือ 26 พฤศจิกายน 2550

ภาพจาก : กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

DSI จึงขอความร่วมมือจากประชาชน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการเกสต์เฮาส์, บริษัทรถทัวร์, หรือนักท่องเที่ยวที่เคยอยู่ในพื้นที่สุโขทัยและเชียงใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าว หากผู้ใดมีข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลทั้งสอง หรือมีเบาะแสอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อคดี โปรดแจ้งข้อมูลได้ที่ นายสุวพิชญ์ มโนภาส หัวหน้าคณะพนักงานสืบสวน โทรศัพท์ 02-831-9888 ต่อ 50413 หรืออีเมล pind.wg.dsi@gmail.com

ภาพจาก : กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

ญี่ปุ่นบี้คดี โทโมโกะ พ่อหวั่น หมดอายุความ 20 ปี

ตลอดระยะเวลา 17 ปี ที่ผ่านมา คดีฆาตกรรม น.ส.โทโมโกะ คาวาชิตะ ไม่เพียงแต่เป็นฝันร้ายของครอบครัว แต่ยังเป็นเรื่องที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้ความสำคัญและติดตามทวงถามความยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง ผ่านช่องทางการทูตในหลายระดับ

ที่ผ่านมา นายโอซามุ อิซาวะ อัครราชทูตที่ปรึกษาทางการเมืองของสถานทูตญี่ปุ่นฯ ได้เคยเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุที่วัดสะพานหิน เพื่อวางช่อดอกไม้แสดงความอาลัย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าทางการญี่ปุ่นไม่เคยลืมเลือนโศกนาฏกรรมครั้งนี้

นอกจากการแสดงความอาลัย ยังมีการทวงถามความคืบหน้าอย่างเป็นทางการ โดย นายชิโร ซาโดชิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยในขณะนั้น ได้นำบิดาของโทโมโกะเข้าพบ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ซึ่งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เพื่อสอบถามและกำชับให้ทางการไทยเร่งรัดการดำเนินคดี

ประเด็นที่น่ากังวลใจที่สุดซึ่งบิดาของโทโมโกะได้หยิบยกขึ้นมาในวันนั้น คือเรื่อง “อายุความ” ของคดี ซึ่งตามกฎหมายไทยมีกำหนด 20 ปี และกำลังจะหมดลงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เขากล่าวว่านี่คือเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง เมื่อเทียบกับกฎหมายของประเทศญี่ปุ่นที่ไม่มีการกำหนดอายุความสำหรับคดีประเภทนี้ ทำให้ฆาตกรสามารถถูกนำตัวมาลงโทษได้ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

ความกังวลของครอบครัวและแรงผลักดันจากรัฐบาลญี่ปุ่น จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ DSI ต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อเร่งคลี่คลายคดีนี้ให้ได้ ก่อนที่ความยุติธรรมจะเลือนหายไปพร้อมกับกาลเวลา

หมายเหตุ : ย้ำว่าบุคคลทั้งสองในประกาศเป็นเพียง พยานสำคัญ ที่ DSI ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อคลี่คลายคดี ไม่ได้เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีแต่อย่างใด

ประวัติ โทโมโกะ คาวาชิตะ

โทโมโกะ เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2523 ที่ประเทศญี่ปุ่น เธอคือหญิงสาวผู้มีความฝันและโลดแล่นอยู่ในแวดวงศิลปะการแสดงในฐานะ นักแสดงละครเวที

ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยความหวังและความสดใส โดยมีนายยาซูอากิ และนางเอโกะ คาวาชิตะ เป็นบิดาและมารดาผู้ให้การสนับสนุน

แต่แล้วการเดินทางมายังประเทศไทยที่เธอรัก ก็ได้กลายเป็นเส้นทางสุดท้ายของชีวิต เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 โทโมโกะในวัยเพียง 27 ปี ได้ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมบริเวณทางขึ้นวัดสะพานหิน ในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

ผลชันสูตรระบุว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะช็อกจากการสูญเสียเลือดปริมาณมาก ทิ้งไว้เพียงความโศกเศร้าของครอบครัวและปริศนาคาใจคนไทยมานานถึง 17 ปี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิง : asahi, DSI, Wikipedia, Drama-addict

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...