โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครูบำนาญขอแฉก่อนตาย! ทำป้ายติดหน้าบ้าน เดินหน้าเปิดโปงพฤติกรรมอดีต ผอ.โรงเรียนดัง

เชียงใหม่นิวส์

อัพเดต 04 ส.ค. 2568 เวลา 13.22 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2568 เวลา 06.22 น. • Chiang Mai News

ครูบำนาญขอแฉก่อนตาย! ทำป้ายติดหน้าบ้าน เดินหน้าเปิดโปงพฤติกรรมอดีต ผอ.โรงเรียนดัง จัดซื้อจัดจ้างไม่โปร่งใสและสารพัดการทุจริต

วันที่ 4 ส.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านหลังหนึ่งในชุมชนหนองบัว ม.12 ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ได้มีเจ้าของบ้านนำป้ายไวนิลมาติดที่รั้วบ้าน โดยหนึ่งในป้ายดังกล่าวมีข้อความว่า “พร้อม!! แฉก่อนตาย อดีต ผอ.ดังทุจริตวินาศสันตะโร มันเป็นความวิบัติที่สุดในองค์กรบุคลากรทางการศึกษาไทยที่รวมหัวกันปล้นเงินแผ่นดินอย่างมหาศาล” ในขณะที่อีกป้ายได้ยกเอาพระราชดำรัสของในหลวง ร.9 ใจความว่า “ถ้าทุจริต แม้แต่นิดเดียว ขอแช่งให้มีอันเป็นไป” พร้อมข้อความว่า “มันคือความเจ็บปวดที่สุดของครอบครัวผม และพี่น้องคนไทยทุกคน โดยเฉพาะ พ่อแม่ พี่น้อง ชาวเชียงราย” ซึ่งทั้ง 2 ป้าย ได้มีการระบุชื่อและเบอร์มือถือของผู้จัดทำเอาไว้ด้วย

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าว เพื่อสอบถามรายละเอียด โดยนายบุญธัน อายุ 62 ปี เจ้าของป้าย เล่าว่า ตนเป็นอดีตข้าราชการครู เกษียณอายุราชการมาได้ 2 ปี ก่อนหน้านี้เคยป่วยหนักด้วยโรคเนื้องอกในสมอง ขณะป่วยอยู่ก็รู้สึกว่ามีเรื่องที่ยังค้างคาอยู่ในใจ คิดว่าจะต้องออกมาเปิดโปงให้สังคมได้รับรู้ถึงพฤติกรรมการทุจริตของอดีต ผอ.โรงเรียนดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.เชียงราย เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะตายวันตายพรุ่ง เมื่อรักษาตัวจนอาการดีขึ้นตนจึงรวบรวมหลักฐานขึ้นเครื่องบินไป กทม. เพื่อร้องเรียนทั้ง ปปช. ปปท. และ รมว.มหาดไทย แต่จนถึงตอนนี้ทาง ผอ.คนดังกล่าวก็ได้ลาออกจากโรงเรียนไปแล้ว แต่เรื่องร้องเรียนยังไม่ไปถึงไหน ตนจึงตัดสินใจทำป้ายมาติดไว้หน้าบ้าน เพื่ออยากจะขอให้ทางสื่อมวลชนช่วยกระจายข่าวให้สังคมได้รับรู้อีกช่องทางหนึ่ง

นายบุญธัน อดีตครู กล่าวอีกว่า เมื่อครั้งยังอยู่ในตำแหน่ง ผอ.คนดังกล่าวได้ให้คนรู้จักไปเปิดร้านเพื่อนำมาทำสัญญาซื้อขายครุภัณฑ์กับทางโรงเรียน ซึ่งตนได้ไปหาร้านดังกล่าวตามที่อยู่ที่ระบุในเอกสาร พบว่าร้านที่ถูกนำที่อยู่มาอ้างว่าเป็นร้ายจำหน่ายครุภัณฑ์ ในความเป็นจริงคือร้านซ่อมรถที่เปิดดำเนินการมากว่า 10 ปี โดยตนได้สอบถามกับทางผู้ใหญ่บ้านซึ่งก็ได้ยืนยันกับตนว่าไม่เคยมีร้านจำหน่ายครุภัณฑ์ในพื้นที่แต่อย่างได และร้านค้าที่ยื่นเสนอราคากับโรงเรียนซึ่งมีทั้งหมด 3 ร้าน ต่างก็ใช้เบอร์ติดต่อเบอร์เดียวกันทั้งหมดอีกด้วย

และการทุจริตอีกอย่างก็คือในโรงเรียนมีนักเรียนผี ซึ่งก็คือนักเรียนที่มีแค่ชื่อแต่ตัวนักเรียนไม่ได้เรียนอยู่ในสถานศึกษาดังกล่าว โดยรายชื่อนักเรียนเหล่านี้ได้มาจากตอนที่นักเรียนมาสมัครเรียน ทางโรงเรียนก็ได้เก็บเอาหลักฐานการสมัครเรียนของคนที่มายื่นเรียนเอาไว้ แต่ในเวลาต่อมามีนักเรียนบางส่วนที่เลือกไปเรียนโรงเรียนอื่น แต่ทางโรงเรียนยังคงเอารายชื่อนักเรียนที่ไม่มีอยู่จริงเหล่านี้ไปตั้งเบิกงบประมาณรายหัวต่อเนื่องมาหลายปี นับว่ามีความผิดตั้งแต่ตัว ผอ. และบุคลากรที่รู้เห็นร่วมกัน จนกระทั่งเมื่อปี 2564 ที่มีวิกฤตโควิด-19 ซึ่งตอนนั้นทางรัฐบาลจะมีงบช่วยเหลือมาให้ โดยจะจ่ายหัวละ 2,000 บาท ซึ่งต้องนำเอาเลขประจำตัวประชาชนไปคีย์เข้าระบบ ปรากฏว่ามีรายชื่อนักเรียนผีเกินมากว่า 173 คน การแก้ปัญหาของทางโรงเรียนก็คือการจำหน่ายชื่อนักเรียนออกจากระบบของทางโรงเรียน ซึ่งในความเป็นจริงการจำหน่ายชื่อนักเรียนจะต้องทำทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน เช่น นักเรียนลาออก ถูกไล่ออก เสียชีวิต ย้ายโรงเรียน เป็นต้น แต่ในปี 64 มีการจำหน่ายรายชื่อนักเรียนออกจากระบบภายในวันเดียว 173 คน ซึ่งถือเป็นความผิดปกติส่อไปในทางทุจริต แล้วการตั้งเบิกที่ผ่านก็ต้องถือว่าผิดไปด้วยเช่นกัน ซึ่งก็ไม่ทราบว่าแต่ละปีจะมีงบประมาณที่ได้เกินจากรายชื่อนักเรียนผีเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน

นายบุญธัน กล่าวอีกว่า เมื่อช่วงก่อนปิดงบประมาณปีที่ผ่านมา มันมีงบประมาณเหลือ แต่ทางโรงเรียนไม่อยากส่งคืนคลัง จึงออกเช็คสั่งจ่ายให้ครูในโรงเรียน จำนวน 24 คน ในวันที่ 28 ก.ย. โดยให้ครูนำเช็คไปขึ้นเงินและนำเงินสดมาคืนให้กับการเงินโรงเรียน ซึ่งเงินที่นำมาคืนนั้นจะถูกนำไปใช้อย่างไรต่อนั้นตนก็ไม่รู้ แต่ตนมองว่าการทำแบบนั้นมันไม่ถูก เพราะงบประมาณเหล่านี้เป็นเงินภาษีของประชาชน โดยเฉพาะชาวเชียงราย ซึ่งการทุจริตดังกล่าวเป็นเรื่องที่ตนทนไม่ได้ ตนจึงต้องร้องเรียนขอความเป็นธรรมดังกล่าวก่อนตัวเองจะตาย

นอกจากนี้ นายบุญธันยังเผยอีกว่านอกจากการทุจริตตามที่กล่าวมาข้างต้น ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้กล่าวถึง ทั้งกรณีที่ครูประจำชั้นยักยอกเงินออมทรัพย์สหกรณ์นักเรียน การก่อสร้างในโรงเรียน ฯลฯ ซึ่งหลังจากตนได้ไปร้องเรียนและมีหน่วยงานต่างๆได้เข้าไปตรวจสอบ ก็มีครูหลายคนที่ไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อนำเงินมาคืน บางส่วนก็ทำเรื่องย้ายไปทำงานที่อื่น แต่ความผิดมันสำเร็จไปแล้ว หากมีหน่วยงานไหนที่ต้องการข้อมูลหรือรายละเอียดเพิ่มเติมก็ยินดีจะให้ข้อมูล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...