โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อื้ออึง! “จอร์จ โซรอส” รวมหัวธิงแทงก์สหรัฐฯชื่อดังจับตา “ศาลรัฐธรรมนูญ” สั่ง “แพทองธาร” หยุดปฎิบัติหน้าที่ปัญหาพิพาท “สามเหลี่ยมมรกต” อาจเกิดรัฐประหาร “กูเกิล แมพ” โชว์หรา “ปราสาทตาเมือนธม” อยู่ในฝั่งเขมร

Manager Online

เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 18.15 น. • MGR Online

เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ - Crisis Grop ของ จอร์จ โซรอส ที่เคยทำให้ค่าเงินบาทล่มในวิกฤตต้มยำกุ้งรายงานวันที่ 1 ก.ค ถึงสถานการณ์พิพาทพรมแดนไทย-กัมพูชานำมาสู่ศาลรัฐธรรมนูญไทยออกคำสั่งให้นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร หยุดปฎิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค เป็นต้นไป

ธิงแทงก์ชื่อดัง Council on Foreign Relations หรือ CFR ชี้เมื่อวันที่ 30 มิ.ย ว่า บรรยากาศในเวลานี้ซึ่งเป็นอีกครั้งที่กองทัพออกมาชี้อย่างเปิดกว้างว่า รัฐบาลพลเรือนไทยปัจจุบันกำลังอ่อนแอ และนายกรัฐมนตรีนั้นไร้เดียงสาด้อยประสบการณ์ที่บรรดาผู้นำพลเรือนไม่สามารถรับมือวิกฤตนี้ได้

การพิพาททางพรมแดนเกี่ยวข้องกับ ปัญหา ช่องบก หรือ สามเหลี่ยมมรกต จ.อุบลราชธานี หรือ mon bai ตามการเรียกของกัมพูชา มีพื้นที่ราว 12 กิโลเมตรถือเป็นจุดยุทธศาสตรทางการทหารจากการที่มีพื้นที่ติดต่อ 3 ประเทศ ไทย-ลาว-กัมพูชา ที่มีปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และ ปราสาทตาควาย

อ้างอิงจากสื่อไทยได้รายงานเมื่อวันที่ 30 พ.คถึงความสำคัญของ 'ช่องบก' ว่า ทหารไทยเคยขับไล่กองทัพเวียดนามจนสละชีพมาแล้ว 109 นายเมื่อระหว่างปี 2528 - ปี 2530

และไทยยัง้องประสบปัญหาล่าสุดเมื่อกูเกิล แมพ (Google Maps)ของบริษัท อัลฟาเบทซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิลของสหรัฐฯได้แสดงที่ตั้งของปราสาทาตาเมือนธมให้ไปอยู่ในฝั่งของกัมพูชา สื่อไทยภาคภาษาอังกฤษรายงานวันที่ 2 ก.ค ว่า อย่างไรก็ตาม กองทัพไทยออกมาอ้างว่า ไม่ให้ความสำคัญจากที่ 'ไม่มีน้ำหนักทางกฎหมาย' และไทยยังคงอำนาจอธิปไตยเหนือพื้นที่ปราสาทดังกล่าว

Crisis Grop กล่าวว่า มีผู้สังเกตการณ์หลายคนต่างพยายามคาดเดาว่า เหตุใดอดีตผู้นำกัมพูชา ฮุน เซน ถึงเลือกช่วงเวลานี้ในการเผาสะพานเชื่อมระหว่างเขาและอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นบิดาของนายกรัฐมนตรีไทยคนปัจจุบัน แพทองธาร

โดยมีการตั้งทฤษฎีต่างๆที่มีบางส่วนชี้ไปว่า ฮุน เซน วิตกต่อการกวาดล้างของไทยต่ออาชญากรรมข้ามประเทศที่มีหลักฐานแสดงว่ามีชนชั้นนำของเขมรร่วมอยู่ในศูนย์โกงทางออนไลน์

Crisis Group กล่าวไปถึงข้อพิพาทดินแดนที่ฮุน เซนประกาศจะยื่นต่อศาลโลก ICJ โดยวิเคราะห์ว่า หากแม้ว่าศาล ICJ ตัดสินใจเข้าแทรก แต่ทางฝ่ายไทยจะไม่ยอมรับและต่อต้านต่อคำพิพากษา ทำให้การแก้ปัญหาที่แท้จริงจะยังคงต้องอยู่ในระดับทวิภาคี 2 ประเทศต่อไป

การปะทะทางทหารครั้งใหญ่ระหว่าง 2 ชาติครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นระหว่างปี 2008 – ปี 2011 ที่มีการสู้รบและยิงปืนใหญ่ทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 34 คนและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก และทำให้ประชาชนพลัดถิ่นอีกมากมาย

Crisis Group ของโซรอสชี้ไปว่า ผลจากปัญหาคลิปเสียงรั่วกลายเป็นบาดแผลทางการเมืองให้กับนายกรัฐมนตรีมือใหม่ แพทองธาร ชินวัตร และยังเปิดความลับให้เห็นถึงการไม่ไว้ใจระหว่างกันระหว่างพรรครัฐบาลเพื่อไทยและกองทัพ

ในสายตาคนไทยเป็นจำนวนมาก คลิปเสียงโทรศัพท์ที่ผู้นำกัมพูชา ฮุน เซน ปฎิเสธว่าไม่ได้เป็นคนปล่อยออกมานี้กลายเป็นหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาจากฝ่ายตรงข้ามตระกูลชินวัตรที่ว่า “สามารถขายประเทศเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว”

ปัญหาไทย-กัมพูชาและแพทองธารถูกสั่งหยุดปฎิบัติหน้าที่นี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากทั้งธิงแทงก์ชื่อดังของอเมริกาตั้งแต่ Crisis Grop ของมหาเศรษฐี จอร์จ โซรอส และธิงแทงก์ Council on Foreign Relations ที่มีฐานอยู่ในเมืองนิวยอร์ก ซิตี สื่อดิพโพลแมท และหนังสือพิมพ์ Christian Science Monitor ต่างออกมาวิเคราะห์ไปในแนวทางว่า ปัญหาพรมแดนอาจนำมาสู่การเกิดรัฐประหารครั้งใหม่ในไทย

The Christian Science Monitor ของสหรัฐฯ รายงานถึงการปรากฎตัวของกลุ่มต่อต้านที่นำโดย สนธิ ลิ้มทองกุล , จตุพร พรหมพันธุ์ และ ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ภายใต้คณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยออกมากดดันรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตรเมื่อวันที่ 28 มิ.ย ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิสร้างความหวั่นไหวให้กับรัฐบาลเพื่อไทยและสังคมไทยโดยรวม

The Christian Science Monitor ในวันอังคาร(1)รายงานคำปราศรัยของผู้ก่อตั้งและเจ้าของหนังสือพิมพ์ในเครือผู้จัดการและเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในการเมืองไทย สนธิ ลิ้มทองกุล กลางเวทีซึ่งออกมาจุดประกายรัฐประหาร แต่ในตอนท้ายพบว่าเขา

ใช้น้ำเสียงอย่างระมัดระวังมากขึ้น เตือนบรรดาผู้ประท้วงว่า สมควรต้องให้ความสำคัญกับผู้นำพลเรือนมากกว่า

โดยส่งวาทะประโยคทิ้งท้ายว่า “แต่ขอให้เลือกนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับสาธารณะ…อย่านำพวกนายพลเหล่านั้นกลับมา”

ส่งผลให้ในวันถัดมา(วันอาทิตย์) พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ประณามถึงความพยายามใดๆในการแสดงความชอบธรรมต่อการรัฐประหาร

สื่อสหรัฐฯชื่อดังรายงานว่า ประเทศไทยมีรัฐประหารมาแล้ว 22 ครั้ง และอาจกำลังเดินหน้าสู่ครั้งที่ 23 เหมือนที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เป็นส่วนหนึ่งของ “วัฒนธรรมรัฐประหาร” หรือ coup culture ในไทย

เหมือนที่เคยในประเทศไทย กองทัพที่รู้สึกถึงความแข็งแกร่งมากขึ้น ผู้นำพลเรือนอ่อนแอ และการผงาดขึ้นมาของกระแสชาตินิยมสร้างความวิตกอย่างแท้จริงของการเกิดรัฐประหารซึ่งไทยขึ้นชื่ออย่างอื้อฉาว เป็นการรายงานจากสื่อดิพโพลแมทเมื่อวันที่ 11 มิ.ย ที่แสดงความกังวลว่า หรือไทยกำลังถึงจุดหักมุมใกล้ที่จะเกิดการรัฐประหารรอบใหม่

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...