โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตาแผ่นดินไหวถี่ทั่วเอเชีย ภูเขาไฟใต้น้ำเสี่ยงระเบิดหรือไม่? ไทยควรเฝ้าระวังแต่ไม่ตื่นตระหนก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 03.30 น.
ทั่วเอเชียเกิดแผ่นดินไหวถี่! ญี่ปุ่นเผชิญแรงสั่นสะเทือนเกือบ 900 ครั้งในเวลาเพียง 12 วัน ขณะที่หมู่เกาะนิโคบาร์ อินเดีย สะเทือนกว่า 50 ครั้งในสัปดาห์เดียว ด้านนักวิชาการเตือนต้องจับตาภูเขาไฟใต้น้ำ เพราะเสี่ยงเกิดสึนามิแรงใกล้ชายฝั่งไทย และด้านรัฐบาลญี่ปุ่นเร่งยกระดับมาตรการรับมือแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่อาจคร่าชีวิตหลายแสน พร้อมแนะนำประชาชนให้เตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสมโดยไม่ตื่นตระหนก

ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นกรกฎาคมนี้ เกิดเหตุแผ่นดินไหวถี่ในหลายพื้นที่ของเอเชีย ทั้งในญี่ปุ่น หมู่เกาะนิโคบาร์ของอินเดีย รวมถึงอินโดนีเซีย เมียนมา และเวียดนาม สร้างความกังวลถึงความเสี่ยงต่อเหตุแผ่นดินไหวขนาดใหญ่และผลกระทบจากภูเขาไฟใต้น้ำในภูมิภาค

ญี่ปุ่น แผ่นดินไหวเกือบ 900 ครั้งใน 12 วัน

สำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 2 กรกฎาคม เกิดแผ่นดินไหวแบบกลุ่ม (Earthquake Swarm) ในบริเวณ หมู่เกาะโทการะ ทางตอนใต้ของประเทศ รวมแล้วกว่า 877 ครั้ง โดยในวันนี้ (2 ก.ค.) เวลา 15.26 น. ตามเวลาท้องถิ่น เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.5 แมกนิจูด ความลึก 10 กิโลเมตร ส่งผลให้ หมู่บ้านโทชิมะ จังหวัดคาโงชิมะ ได้รับผลกระทบ

แม้ยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรง แต่รัฐบาลญี่ปุ่นได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก และได้เร่งปรับแผนรับมือ “แผ่นดินไหวขนาดใหญ่” ที่อาจเกิดขึ้นบริเวณ ร่องลึกนันไก (Nankai Trough) ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง

สำหรับ “ร่องลึกนันไก” เป็นแนวเปลือกโลกยาว 800 กิโลเมตร ที่มีแนวโน้มเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ทุก 100–200 ปี โดยครั้งล่าสุดเกิดเมื่อปี 2489 ล่าสุดรัฐบาลได้ปรับความน่าจะเป็นของการเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในพื้นที่นี้ภายใน 30 ปี ข้างหน้า จาก 75% เป็น 82% พร้อมออกมาตรการใหม่ด้านการเตือนภัยและอพยพประชาชน

หมู่เกาะนิโคบาร์ – อินเดีย เกิดแผ่นดินไหว 54 ครั้งในรอบสัปดาห์ เสี่ยงภูเขาไฟใต้น้ำระเบิด

ขณะเดียวกัน กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยาไทย รายงานว่า ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา (26 มิ.ย. – 2 ก.ค.) บริเวณ หมู่เกาะนิโคบาร์ ประเทศอินเดีย เกิดแผ่นดินไหวแล้วถึง 54 ครั้ง ขนาดตั้งแต่ 3.4 – 4.8 แมกนิจูด โดยเฉพาะวันที่ 26 มิถุนายน เกิดมากที่สุดถึง 24 ครั้ง ภายในเวลาไม่ถึง 21 ชั่วโมง พื้นที่นี้อยู่ห่างจากชายฝั่ง 6 จังหวัดอันดามันของไทย ได้แก่ ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง สตูล และภูเก็ต เพียง 470–480 กิโลเมตร

ด้านผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล โพสต์เตือนผ่านสื่อโซเชียลว่า มีความเป็นไปได้ที่ภูเขาไฟใต้น้ำในแนวเดียวกันจะระเบิด แต่ไม่มีใครสามารถระบุชี้ชัดได้ว่าจะเกิดเวลาใด โดยเมื่อมีแผ่นดินไหวถี่ ๆ ในบริเวณนั้นขนาด 4 ขึ้นไป อาจเกิดการเคลื่อนของแมกมาแต่ยังไม่ได้ชี้ชัดว่าจะต้องเกิดระเบิดจึงต้องจับตาใกล้ชิดต่อไป โดยล่าสุดเหตุสึนามิที่เกิดจากภูเขาไฟใต้น้ำระเบิดเมื่อปี 15 มกราคม 2565 เป็นภูเขาไฟใต้น้ำที่ตองกา ซึ่งภูเขาไฟใต้น้ำขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงในตองกาและอีกหลายประเทศ ทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิสูง 20 เมตร ส่วนภูเขาไฟใต้น้ำในอันดามัน จุดที่เกิดการไหวถี่ ๆ ห่างจากพังงา 470-480 กิโลเมตร หากเกิดการระเบิดที่จุดนั้น อาจเกิดสึนามิระดับน่าห่วงได้ เพราะน้ำค่อนข้างลึก หากระเบิดแรงจะมีมวลน้ำจำนวนมากถูกผลักออกมาให้กลายเป็นคลื่น โดยอาจสูงมากกว่าตึก 3 ชั้นและอาจสูงมากสุดถึงตึก 7-8 ชั้น เนื่องจากอยู่ใกล้ไทยมากกว่าจุดที่เคยเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิในปี 2547 คลื่นจึงอาจเข้าถึงฝั่งเร็วกว่านั้น ซึ่งในปี 2547 ประมาณ 2 ชั่วโมง ดังนั้นจึงต้องเตรียมตัวไว้ แต่ไม่ควรตื่นตระหนัก ทั้งการซ้อมเตือนภัย การซ้อมอพยพ เพื่อให้ทราบกรณีหากเกิดเหตุฉุกเฉินต้องดำเนินการอย่างไร และสามารถตรวจสอบดเส้นทางหนีภัยได้ และเตือนว่าอย่าเชื่อข่าวลือ และให้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานหรือ นักวิชาการที่เชื่อถือได้

อินโดนีเซีย-เมียนมา-เวียดนาม เกิดแผ่นดินไหวรายวัน

ในวันเดียวกัน (2 ก.ค.68) ยังมีรายงานแผ่นดินไหวอีกหลายจุดในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่

  • อินโดนีเซีย: เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.8 บริเวณหมู่เกาะสุมาตราเหนือ ลึก 56 กม.
  • เวียดนาม: แผ่นดินไหวขนาด 4.1 เวลา 01.41 น. ลึก 10 กม.
  • เมียนมา: เกิดแผ่นดินไหว 2 ครั้งต่อเนื่อง โดยรุนแรงที่สุดขนาด 4.1 เวลา 02.01 น.

เหตุการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นถึง ความเคลื่อนไหวทางธรณีวิทยาที่ถี่และต่อเนื่อง ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้

อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่มีรายงานเหตุรุนแรงในไทย แต่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะชายฝั่งอันดามัน เตรียมความพร้อมอยู่เสมอ ทั้งการฝึกซ้อมอพยพ ตรวจสอบเส้นทางหนีภัย และติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ พร้อมหลีกเลี่ยงการแชร์ข่าวลือที่ไม่มีแหล่งอ้างอิง โดยเฉพาะข่าวลือเกี่ยวกับ “คำทำนายแผ่นดินไหวจากการ์ตูนญี่ปุ่น” ที่อ้างว่าจะเกิดแผ่นดินไหวในวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 ซึ่งทางการญี่ปุ่นและนักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า ไม่สามารถทำนายวัน เวลา และขนาดของแผ่นดินไหวได้แม่นยำได้ขนาดนั้น

การเกิดแผ่นดินไหวถี่ในหลายประเทศถือเป็นสัญญาณที่ควรจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งอันดามันของไทยที่อยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางความเคลื่อนไหว ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เตรียมตัวอย่างมีสติ ไม่ตื่นตระหนก และรับข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้เท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...