โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ดันยอดเดินทางในประเทศครึ่งหลังกระเตื้อง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 22.46 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 05.46 น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งหลังของปี 68 คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศน่าจะยังเติบโตได้ แต่ชะลอลงมาอยู่ที่ 1.4% (YoY) โดยตลาดมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการเดินทางท่องเที่ยวที่มีอยู่ และโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ซึ่งรัฐบาลช่วยจ่ายค่าโรงแรม และที่พัก รวมถึงคูปองดิจิทัลเพื่อใช้จ่ายในร้านค้าที่กำหนด

ทั้งนี้ อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมของตลาดยังมีปัจจัยลบมากขึ้น ประกอบด้วย

  • เศรษฐกิจไทยมีทิศทางชะลอตัว และปัจจัยการเมืองในประเทศ ฉุดความเชื่อมั่น และรายได้ของผู้บริโภค

  • สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน อาจกระทบการเดินทางท่องเที่ยว

  • คนไทยนิยมเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ส่วนหนึ่งมาจากการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศที่สะดวกขึ้นจากมาตรการวีซ่าฟรี รวมถึงการทำตลาดของบริษัทนำเที่ยว ที่ทำให้การท่องเที่ยวไปยังบางประเทศคุ้มค่าเมื่อเทียบกับการเที่ยวในประเทศ เช่น แพคเกจท่องเที่ยว หรือโปรไฟไหม้ไปเกาหลีใต้ 4 วัน 2 คืน ราคาต่ำสุดเฉลี่ย 6,000 บาท หรือไปเวียดนาม ราคาต่ำสุดเฉลี่ย 7,000 บาท

“เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ดันยอดเดินทางในประเทศครึ่งหลังกระเตื้อง

อย่างไรก็ดี ทั้งปี 68 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า คนไทยเดินทางเที่ยวในประเทศ จะมีจำนวน 205 ล้านคน-ครั้ง หรือเติบโต 2.2% จากปีก่อน แต่เป็นการเติบโตที่ไม่เท่ากันในแต่ละพื้นที่ โดยจังหวัดท่องเที่ยวรอง (เมืองน่าเที่ยว) ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไทยมากขึ้น

ขณะที่เทรนด์คนไทยเที่ยวเมืองรองหรือเมืองน่าเที่ยว มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งมาจากหลายปัจจัย เช่น ความต้องการหลีกเลี่ยงความแออัดของสถานที่ท่องเที่ยว การมองหาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ การรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวจากสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงศาสนา

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุอีกว่า สัดส่วนคนไทยเที่ยวเมืองรองในปี 68 จะเพิ่มขึ้นเป็น 41.4% จากในช่วง 5 เดือนแรกปี 68 ซึ่งคนไทยเที่ยวเมืองรองมีสัดส่วนอยู่ที่ 41.3% และโตเร่งขึ้นกว่า 32.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 62 ก่อนโควิด-19

อย่างไรก็ดี พบว่าในหลายจังหวัดเมืองรอง มีจำนวนนักท่องเที่ยวไทยสูงกว่า 2 ล้านคน เช่น สุพรรณบุรี เชียงราย สมุทรสงคราม อุบลราชธานี ซึ่งสูงกว่าหลายจังหวัดท่องเที่ยวหลัก เช่น สงขลา คนไทยเดินทางไปท่องเที่ยว มีจำนวนประมาณ 1.4 ล้านคน ขณะที่พังงา คนไทยเดินทางไปเที่ยวมีจำนวนเพียง 6.5 แสนคน

อย่างไรก็ตาม สัดส่วนรายได้ท่องเที่ยวเมืองรองยังน้อย โดยอยู่ที่ประมาณ 28% เมื่อเทียบกับรายได้จากเมืองท่องเที่ยวหลัก ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 72% ของรายได้จากไทยเที่ยวไทยทั้งหมด

สำหรับการใช้จ่ายของคนไทยเที่ยวในประเทศ คาดว่า ในปี 68 จะมีมูลค่า 1.14 ล้านล้านบาท ขยายตัว 2% จากปีที่ผ่านมา โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4,100 บาท/คน/ครั้ง ยังต่ำกว่าปี 2562 (ก่อนโควิด-19)

การใช้จ่ายต่อคนต่อครั้งที่ยังไม่ฟื้นตัว เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กระทบการใช้จ่ายระหว่างเดินทางท่องเที่ยว ประกอบกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยเปลี่ยนไป โดยคนไทยมากกว่าครึ่ง หรือประมาณ 51% ของจำนวนผู้เยี่ยมเยือนคนไทยเที่ยวในประเทศทั้งหมดนิยมเดินทางแบบไปเช้า-เย็นกลับ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เพิ่มขึ้น

รวมถึงคนไทยเที่ยวเมืองรองมีสัดส่วนมากขึ้น แต่การใช้จ่ายในเมืองท่องเที่ยวรองเฉลี่ยอยู่ที่ 2,800 บาท/คน/ครั้ง ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายในเมืองท่องเที่ยวหลักที่เฉลี่ยที่ประมาณ 5,000 บาท/คน/ครั้ง โดยค่าใช้จ่ายในเมืองท่องเที่ยวรองที่ต่ำ ส่วนหนึ่งมาจากราคาค่าบริการท่องเที่ยวที่ไม่สูง อาทิ ค่าบริการที่พักระดับ 4 ดาว เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,850 บาทต่อคืน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างกรุงเทพฯ หรือภูเก็ตอยู่ที่ประมาณ 3,500 บาทต่อคืน รวมถึงค่าบริการอาหาร และของที่ระลึกที่เฉลี่ยถูกกว่า

ส่วนครึ่งแรกของปี 68 การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทย โตชะลอลง คาดว่าจะมีจำนวน 101 ล้านคน-ครั้ง หรือโตประมาณ 2.3% (YoY) ขณะที่รายได้ท่องเที่ยวจากคนไทยเที่ยวในประเทศ มีมูลค่า 574,426 ล้านบาท เติบโต 3.5% (YoY) เนื่องจากตลาดเผชิญปัจจัยลบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว คนไทยเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ และกำลังซื้อของผู้บริโภคบางกลุ่มยังอ่อนแอ โดยบางจังหวัด พบว่าคนไทยเดินทางท่องเที่ยวลดลง เช่น กรุงเทพฯ กระบี่ อยุธยา และจันทบุรี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...