โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สภาผู้แทนฯ ไฟเขียวถกร่างกม.ทรัมป์แบบหืดจับ หลังรีพับลิกันเสียงแตกเกือบทำล่ม

ฮั่วเซ่งเฮง

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 16.59 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 16.59 น.

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก มีมติวันนี้ (3 ก.ค.) ด้วยคะแนนเสียงฉิวเฉียด 219 ต่อ 213 เสียง ให้เดินหน้าพิจารณาร่างกฎหมายด้านภาษีและการคลังของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดตลอดคืนที่ผ่านมา ซึ่งเกือบต้องล่มลงจากเสียงของสมาชิกพรรครีพับลิกันเองที่โหวตสวนมติพรรค

การลงมติดังกล่าวถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของกลุ่มแกนนำพรรครีพับลิกันที่พยายามผลักดันนโยบายหลักในวาระการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของปธน.ทรัมป์ให้เป็นผลสำเร็จ

การลงมติเต็มไปด้วยความวุ่นวายและต้องใช้เวลาเจรจาต่อรองนานหลายชั่วโมงกว่าที่พรรครีพับลิกันจะสามารถรวบรวมเสียงข้างมากที่มีอยู่อย่างปริ่มน้ำ และสยบเสียงคัดค้านจากภายในพรรคได้สำเร็จในที่สุด โดยประธานสภาฯ ไมค์ จอห์นสัน สามารถผลักดันร่างกฎหมายไปต่อได้ โดยมีสมาชิกโหวตสวนเพียงไม่กี่คน

สำหรับร่างกฎหมายฉบับสุดท้ายนี้ มีสาระสำคัญคือการขยายเวลามาตรการลดหย่อนภาษีปี 2560 เพิ่มงบประมาณสำหรับความมั่นคงชายแดน แต่ขณะเดียวกันก็จะมีการตัดลดงบประมาณประกันสุขภาพและโครงการโภชนาการสำหรับผู้มีรายได้น้อย

หลังจากนี้ สภาผู้แทนฯ จะอภิปรายและลงมติในตัวร่างกฎหมายอีกครั้ง ก่อนจะส่งต่อไปยังโต๊ะของปธน.ทรัมป์เพื่อลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ สภาผู้แทนฯ ได้รับร่างกฎหมายฉบับแก้ไขมาจากวุฒิสภาเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (1 ก.ค.) หลังจากที่ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการอนุมัติจากวุฒิสภามาได้อย่างหวุดหวิด 51 ต่อ 50 โดยต้องอาศัยคะแนนเสียงชี้ขาดจากเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ

การเปลี่ยนแปลงสำคัญที่วุฒิสภาเพิ่มเข้ามา คือการตัดลดงบประมาณโครงการเมดิเคด (Medicaid) มากขึ้น และการขยายเพดานหนี้สาธารณะถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าร่างของสภาผู้แทนฯ ที่เสนอไว้ที่ 4 ล้านล้านดอลลาร์ และเป็นสาเหตุที่ทำให้สมาชิกพรรครีพับลิกันจำนวนมากแสดงความกังวล

อย่างไรก็ดี กลุ่มแกนนำพรรคฯ ปฏิเสธที่จะแก้ไขร่างกฎหมายดังกล่าวอีก เนื่องจากไม่ต้องการให้กระบวนการล่าช้าออกไป

ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...