โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาจารย์ มธ.วิเคราะห์แถลงข่าว ‘JBC’ สะท้อนชั้นเชิงไทย เจรจาได้เปรียบคู่เจรจา

เดลินิวส์

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 17.16 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 09.58 น. • เดลินิวส์
อาจารย์ มธ. ชวนสังเกตชั้นเชิงการเจรจาของฝ่ายไทยในเวที

จากกรณีไทยและกัมพูชาประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ที่กรุงพนมเปญ 14–15 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีความคืบหน้าด้านเทคนิค และเตรียมประชุมพิเศษเดือนกันยายน แต่จุดสำคัญ คือ ไทยสามารถแนบท่าทีตอบโต้ในเอกสาร “Agreed Minutes” ซึ่งมีผลผูกพันตามหลักทูต ทำให้กัมพูชายอมรับโดยปริยาย ทั้งในเรื่องสิทธิการป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ และการหยุดเจรจาใน 4 พื้นที่ อีกทั้งประเทศไทยยังย้ำไม่มีการหารือเรื่องศาลโลกหรือแผนที่ 1:200,000 พร้อมเดินหน้าทวิภาคีโดยใช้ความอดกลั้นเป็นหลัก ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
‘นายกฯแพทองธาร’ ขอบคุณทีมเจรจา JBC มั่นใจ หาทางออกที่ดีที่สุด
ไทยสวนกลับกัมพูชา ยันเวทีเจบีซีไร้หารือปมแผนที่ 1:200,000

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "ดร.ภัทรพงษ์ แสงไกร" อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์วิเคราะห์ถึงประเด็นการแถลงข่าว "JBC" ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว "Phil Saengkrai" ที่สะท้อนชั้นเชิงไทย ที่เจรจาแนบเนียนได้เปรียบคู่เจรจา

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า"หลายท่านอาจจะไม่พอใจที่ฝ่ายไทยสื่อสารกับประชาชนล่าช้า ผมเข้าใจ แต่ผมอยากจะชวนให้สังเกตชั้นเชิงการเจรจาของฝั่งไทยในแถลงข่าวฉบับนี้ แถลงข่าวกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า "ประธานฝ่ายไทยได้ย้ำท่าทีไทยตอบโต้ทุกประเด็นที่ถูกกล่าวหา" และ "บันทึกแนบไว้ในเอกสารผลลัพธ์ Agreed Minutes ของการประชุมครั้งนี้"

อีกทั้ง "อย่างหลังนี่แหละครับที่มีนัยสำคัญ เพราะ agreed minutes เป็นความตกลงร่วมกันระหว่างไทยกับกัมพูชา มีผลผูกพันทั้งสองฝ่าย การที่ไทยสามารถนำท่าทีของฝ่ายไทยไปแนบเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกการประชุมนี้ได้ ก็เท่ากับว่ากัมพูชายอมรับและผูกพันตามเนื้อหาในเอกสารแนบนี้ด้วย"

โดย ดร.ภัทรพงษ์ ได้ออกมาวิเคราห์ 4 ข้อหลักๆ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 กัมพูชารับรู้และยอมรับว่า การดำเนินการของทหารเป็นไปตามหลักการป้องกันตนเอง และเป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ (เท่าที่เห็นจากข่าว กัมพูชาไม่ได้โต้แย้งในประเด็นนี้ในแถลงการณ์ด้วย ยิ่งตอกย้ำว่า กัมพูชายอมรับว่าไทยทำโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว)
ข้อ 2 กัมพูชารับรู้ว่า"ไทยแสดงความผิดหวังที่ฝ่ายกัมพูชาเลือกที่จะปิดประตูการเจรจาอย่างสันติใน 4 พื้นที่" อ่านตรงนี้ดีๆ นะครับ กัมพูชากำลังยอมรับว่า เป็นฝ่ายที่เลิกการเจรจาไปเอง พูดง่ายๆ หากกระบวนการเจรจาในส่วนพื้นที่พิพาทสี่แห่งไม่เดินหน้า ก็เป็นความผิดของฝ่ายกัมพูชาเอง ที่ "เลือกที่จะปิดประตูการเจรจา"
ข้อ 3 และข้อ 4 อธิบายหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายที่ผูกพันต่อกันซึ่งเพิ่มขึ้นมาจาก MOU 2543 คือ"ต้องใช้ความอดกลั้น" (คีย์เวิร์ดของฝ่ายไทยที่ใช้มาตลอด) และ"ต้องหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่จะนำไปสู่ความเข้าใจผิด" สองข้อนี้ผูกพันทั้งสองฝ่าย ดังนั้น หากเจ้าหน้าที่ของรัฐกัมพูชาเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ทำให้เข้าใจผิด เท่ากับว่าทำผิดความตกลงที่ทำขึ้นเมื่อวาน แต่กลับเป็นฝ่ายที่เดินหน้าไปฟ้องศาลโลก เช่นนี้แล้วการฟ้องคดีชอบธรรมหรือไม่

อย่างไรก็ตาม "ผมไม่ได้เห็นเอกสารตัวจริง แต่หากเป็นไปตามที่กระทรวงฯ แถลง การใส่เอกสารแนบเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกประชุมที่ตกลงกันสองฝ่าย "agreed minutes" นี้ เป็นกลวิธีที่แยบคายและทำให้ไทยได้เปรียบมากครับ" ดร.ภัทรพงษ์ กล่าว

ขอบคุณข้อมูล : Phil Saengkrai

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...