โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตำรวจไซเบอร์ยังไม่พบหลักฐานโยงบริษัทฮุยวันในกัมพูชาฟอกเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่ประสานข้อมูลสหรัฐฯ ใกล้ชิด

THE STANDARD

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 05.34 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 05.34 น. • thestandard.co
ตำรวจไซเบอร์ยังไม่พบหลักฐานโยงบริษัทฮุยวันในกัมพูชาฟอกเงินแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่ประสานข้อมูลสหรัฐฯ ใกล้ชิด

วันนี้ (17 มิถุนายน) พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเส้นทางการเงินเว็บพนันออนไลน์เชื่อมโยงกับบริษัทรับแลกเงินคริปโตในกัมพูชา ‘ฮุยวัน’ ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าบริษัทดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยตรงหรือไม่

พล.ต.ท. ไตรรงค์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าบริษัทฮุยวันเป็นบริษัทแลกเปลี่ยนเงินคริปโตที่มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือบริษัทต่างๆ ใช้บริการแลกเปลี่ยนเงิน

อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุได้ว่าบริษัทฮุยวันรับรู้หรือเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการฟอกเงิน แต่ทาง บช.สอท. เคยขอข้อมูลจากบริษัทนี้ ซึ่งนำไปสู่การออกหมายจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้หลายราย

ผบช.สอท. เน้นย้ำว่า การจะดำเนินคดีกับบริษัทฮุยวันในข้อหามีส่วนร่วมกับอาชญากรรมข้ามชาติ จะต้องมีพยานหลักฐานที่หนักแน่นกว่านี้

สำหรับกรณีที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศขึ้นบัญชีดำบริษัทฮุยวันว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินให้อาชญากรรมข้ามชาติหรือแฮกเกอร์ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันว่ามีการประสานข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ อยู่แล้ว แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องจับตาเป็นพิเศษ

ในประเด็นภาพถ่ายระหว่าง หวังอี้เฉิง นักธุรกิจที่มีส่วนร่วมในเครือข่ายบริษัทฮุยวัน กับ พล.ต.ต. ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 หรือผู้การแจ้ นั้น พล.ต.ท. ไตรรงค์ ได้ชี้แจงว่า ได้สอบถามจาก พล.ต.ต. ชัชปัณฑกาณฑ์ โดยตรงแล้ว เจ้าตัวยืนยันว่าภาพดังกล่าวถ่ายเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ในขณะที่ยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งในกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์

“เป็นการรับดอกไม้แสดงความยินดีตามวิถีตำรวจอินฟลูเอนเซอร์” พล.ต.ท. ไตรรงค์ ระบุ

โดยกล่าวว่าดอกไม้ดังกล่าวมีมูลค่าไม่ถึง 3,000 บาท ตามระเบียบ ป.ป.ช. และผู้การแจ้ไม่ได้มีการติดต่อกับบุคคลดังกล่าวอีกเลย รวมถึงจำบุคคลดังกล่าวไม่ได้ เนื่องจากผู้การแจ้เป็นตำรวจที่มีอัธยาศัยดี มีคนมาขอถ่ายรูปเยอะ ยืนยันหากพบว่ามีตำรวจไซเบอร์เข้าไปเกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดไม่มีละเว้น

ส่วนประเด็นที่ว่ารายได้หลักของกัมพูชามาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์และธุรกิจสีเทา ซึ่งการปราบปรามของไทยจะถือเป็นการตัดเส้นเลือดใหญ่ของกัมพูชาหรือไม่นั้น พล.ต.ท. ไตรรงค์ กล่าวว่า เรื่องของรายได้หลักเป็นเพียงข้อมูลข่าวสารที่มีในโลกออนไลน์ ยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะใช้ดำเนินคดี จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ จริงหรือไม่ แต่ประเทศไทยยืนยันนโยบาย ไม่จบไม่เลิกในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม และจะเดินหน้าปราบปรามอย่างเต็มที่

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินคดีกับนักการเมืองหรือผู้บริหารประเทศกัมพูชาที่มีส่วนเกี่ยวข้องเหมือนกรณีการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมา พล.ต.ท. ไตรรงค์ กล่าวว่า จากข้อมูลการสืบสวนสอบสวนในปัจจุบันยังไม่มีพยานหลักฐานมากพอที่จะดำเนินคดีในลักษณะนั้นได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...