โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

บุกทลายรังคอลเซ็นเตอร์แก๊งจิงโจ้ ตุ๋นข้ามทวีปโกยแสนล้าน-เหยื่อนับหมื่น

เดลินิวส์

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 17.24 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 10.11 น. • เดลินิวส์
สอบสวนกลาง เปิดปฏิบัติการ Firestorm ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ จับสมาชิกชาวออสซี่ บริติช แคนาดา แอฟริกาใต้ ตุ๋นข้ามทวีปโกยเงิน 4.45 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เหยื่อนับหมื่น แอบดอดมาตั้งฐานในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พร้อมด้วย น.ส.คริสตี้ ลี เครสซี่ เจ้าหน้าที่อาวุโส สำนักงานตำรวจออสเตรเลีย พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท. ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ Firestorm ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จับกุมผู้ต้องหาสัญชาติออสเตรเลีย 5 ราย, บริติช 6 ราย, แคนนาดา 1 ราย และแอฟริกาใต้ 1 ราย พร้อมของกลางเครื่อง คอมพิวเตอร์, อุปกรณ์เน็ตเวิร์ก, โน้ตบุ๊ก, สคริปต์การพูดชักชวนลงทุน และโทรศัพท์มือถือรวม 58 รายการ โดยจับกุมได้ที่บ้านพัก หมู่ 9 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

พล.ต.ท.จิรภพ เปิดเผยว่า ตำรวจออสเตรเลียประสานตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ให้ช่วยจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่โทรศัพท์ไปหลอกลวงประชาชนในประเทศออสเตรเลีย หลังสืบทราบว่าได้ย้ายฐานมาปักหลักตั้งสำนักงานอยู่ในประเทศไทย ชุดสืบสวนจึงเร่งแกะรอยจนพบกลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้ามาอยู่ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ตั้งแต่ต้นปี 2567 ก่อนย้ายมาอยู่ กทม. โดยแต่ละวันจะทยอยกันขับรถเข้าไปในบ้านพักต้องสงสัยหลังหนึ่ง หมู่ 9 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. และจะขับรถออกไปเวลาประมาณ 15.30 น. ตรงกับเวลาทำงานที่เมืองซิดนีย์ ออสเตรเลีย ซึ่งเมื่อรถทุกคันขับเข้าไปถึงโรงจอดในบริเวณบ้านที่มีการติดตั้งม่านไว้ เพื่อต้องการบังสายตาของคนภายนอก ก็จะมีคนมาคอยเปิด-ปิดม่านในลักษณะส่อพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงนำหมายศาลอาญาเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว

พล.ต.ต.วิทยา กล่าวว่า จากการบุกเข้าตรวจค้นตำรวจกองปราบฯ พบชั้น 1 ของบ้านเป็นโถง มีแผงกั้นระหว่างบุคคลเป็นสำนักงาน และมีกลุ่มชาวต่างชาติดังกล่าว กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ และกำลังโทรศัพท์พูดคุยอยู่กับคนปลายสาย ขณะที่แต่ละโต๊ะทำงานมีเอกสารข้อความต่างๆ, สคริปต์การพูดคุย, เอกสารที่ปรากฏข้อความเกี่ยวกับข้อมูลบริษัทฯ และพันธบัตรที่ขบวนการดังกล่าวใช้แอบอ้างหลอกชักชวนผู้ลงทุน เบื้องต้นกลุ่มผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ พร้อมอ้างว่าตั้งใจมาทำงานโทรฯ ชักชวนลูกค้าให้มาร่วมลงทุนกับบริษัท ได้เงินเดือนประมาณ 3,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และมีค่าคอมมิชชั่นร้อยละ 2.5 จากการทำงานด้วย เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาอั้งยี่, เป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวประกอบอาชีพหรือรับจ้างทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน นำตัวส่ง พงส. ดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป

ด้าน น.ส.คริสตี้ กล่าวว่า สำหรับพฤติกรรมของคนร้ายกลุ่มนี้ จะโทรศัพท์ไปหลอกให้เหยื่อร่วมลงทุนในรูปแบบต่างๆ จากนั้นก็เชิดเงินและปิดช่องทางการสื่อสารหลบหนีไป ที่ผ่านมามีผู้เสียหายในประเทศจำนวนมาก แค่ระยะเวลา 4 ปี ก็มีมูลค่าความเสียหายกว่า 4.45 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย คิดเป็นเงินไทย 93,450,000,000 บาท และมีการฟอกเงินผ่านช่องทางคริปโตเคอร์เรนซีด้วย ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ของกลางที่ตำรวจกองปราบฯ ยึดมานั้น ตรวจสอบเบื้องต้นพบมีข้อมูลรายชื่อชาวออสเตรเลียกว่า 14,000 ราย โดยมีรายชื่อผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่ออยู่จำนวนมาก เฉพาะส่วนนี้ก็พบความเสียหายมากกว่า 1.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือกว่า 31 ล้านบาท.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...