ส.ภัตตาคาร ชี้หยุดวันพระใหญ่ คนไทยเขียมหนีกินอาหารริมทางคึกคัก
ส.ภัตตาคาร ระบุคนไทยเขียม หยุดยาววันพระใหญ่หนีจากกินอาหารร้านดัง แวะร้านจานเดียวริมทางคึกคัก ยอมรับปมสีกาศึกพระมีผลฉุดแรงศรัทธาคนไทย
วันที่ 11 ก.ค. 2568 นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย ( ส.ภัตตาคาร ) เปิดเผยว่า ธุรกิจร้านอาหารปี 2568 ถือว่าเหนื่อยมาก ต้องยอมรับกันจริงๆ ทั้งร้านใหม่ที่เข้ามา และร้านดั่งเดิมที่เริ่มไปต่อไม่ไหวแล้ว อย่างล่าสุดได้ข่าวมาว่ามีร้านอาหารที่หัวหิน เปิดมากว่า 70 ปีแล้วกำลังจะปิดตัวในเร็วๆ นี้ สะท้อนภาพรวมของธุรกิจ ที่ไม่ได้ดีมากเหมือนช่วงหลังโควิด-19 ปี 2564-2565 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ บรรยากาศช่วงหยุดยาววันพระใหญ่ต่อเนื่องเข้าพรรษา ถือว่าดีกว่าที่คาดไว้ เพราะพอมีหยุดยาวก็ทำให้คนออกเดินทางท่องเที่ยวไปต่างจังหวัดกันมากขึ้น ส่งผลต่อแหล่งท่องเที่ยว ร้านค้า ร้านอาหารในเชิงบวก ซึ่งหากมองในมุมผู้ประกอบการในกรุงเทพฯ อาจเห็นว่าลูกค้าหายไปในช่วงหยุดยาว แต่ในต่างจังหวัดตามแหล่งท่องเที่ยวจะเห็นคนเยอะขึ้น
จึงมองว่าหยุดยาวมีผลจริงๆ ต่อการเดินทาง แต่หากเทียบกับปี 2567 บรรยากาศการเดินทางปีนี้ค่อนข้างเงียบเหงากว่าที่ผ่านมา ในต่างจังหวัดไม่ว่าจะเป็นเมืองหลักหรือเมืองรอง เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมเยือนมากขึ้น ชีวิตชีวาของพื้นที่ก็ถูกปลุกขึ้นมาเลย ยกตัวอย่างโรงแรมที่ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ที่ไปเที่ยวมา
ซึ่งรู้จักกับเจ้าของโรงแรมก็ให้ข้อมูลว่าเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นเดือนวิกฤตของชะอำเลย แทบจะหาเงินเดือนจ่ายพนักงานไม่ไหวแล้วแต่ก็ยังอยากจะรักษาพนักงานไว้ จากตอนแรกที่รอโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง ลุ้นว่าจะสามารถปลุกกระแสเดินทางและสร้างแรงบวกให้กับธุรกิจได้หรือไม่ ก็ปรากฏว่ามีปิดลงทะเบียนชั่วคราว และติดปัญหาในระบบจึงจองเที่ยวยาก
ผู้ประกอบการก็เลยเปลี่ยนใช้วิธีการไลฟ์สดผ่านช่องทางโรงแรมของตัวเอง และทำโปรโมชั่นส่วนลด 50% ให้เอง ซึ่งถือว่าได้รับการตอบรับดีมาก สะท้อนถึงตัวเที่ยวไทยคนละครึ่ง หากไม่มีข้อผิดพลาดของระบบจะดันให้ประชาชนใช้ออกเดินทางได้อย่างดี
“ตอนนี้ผู้ประกอบการต้องตัดแขนตัดขา รักษาชีวิตไว้ก่อน เพราะรัฐบาลช่วยเที่ยวไทยคนละครึ่งออกมา ใช้ในห้องพักลดได้สูงสุด 3,000 บาทต่อคืน เทียบกับคนใกล้ตัว เพื่อนหรือลูกเพื่อนที่คุยมาได้ข้อมูลว่า ส่วนใหญ่อยากจะไปใช้โรงแรมระดับ 5 ดาว คืนละ 7,000-8,000 เพื่อให้ได้ส่วนลดแบบเต็มที่ตามที่รัฐกำหนดไว้ ถือเป็นโอกาสของคนที่ยังพอมีกำลังใช้จ่ายในการเดินทาง
ทำให้ห้องพักปกติไม่กี่ดาว ราคา 1000-2000 บาท ไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้น โรงแรมเล็กจึงไม่ค่อยได้ผลเชิงบวกจากโครงการนี้ รวมถึงร้านอาหารด้วย เพราะการเข้าร่วมโครงการต้องรอรอบเบิกจ่ายจากภาครัฐ ซึ่งร้านอาหารที่ไม่มีทุน หรือสายป่านไม่ยาวพอ การเข้าร่วมโครงการก็ไม่ได้คุ้มมากนัก ทำให้วิกฤตร้านอาหารที่เกิดขึ้นในปีนี้เทียบช่วงโควิด ตอนนั้นยังดีกว่าอีก”
นางฐนิวรรณ กล่าวว่า ทุกการเดินทางจะมีการแวะจุดพักรถ หรือแวะพักข้างทาง ทำให้ร้านอาหารได้แรงบวกมากขึ้น แต่ก็เห็นเลยว่า ทุกคนประหยัดกันมากๆ อย่างที่ไปเที่ยวปกติจะแวะร้านอาหารเจ้าเด่นดังตามที่เที่ยวนั้นๆ แต่ตอนนี้เป็นร้านอาหารจานเดียวที่เห็นคนเยอะมากๆ เป็นหลักรวมถึงการเดินทางไปเที่ยวบางพื้นที่ยังมีข้อจำกัดด้านการคมนาคมอีก
อาทิ ถนนพระราม 2 ที่มีข่าวเกิดอุบัติเหตุซ้ำๆ ทำให้คนเลี่ยงไปเที่ยวในจุดที่ต้องผ่านเส้นทางเหล่านี้
ความกังวลคือยอดขายที่เราบอกว่าลดไป 50% เฉพาะในกรุงเทพฯ หรือเมืองหลัก แต่เอาจริงๆ ต่างจังหวัดลดลงไปหนักๆ ก็ 80-90% ถือว่ามีผลที่น่ากลัวมาก ซึ่งหากพูดกันตามจริง เดือนพ.ค.-ส.ค. ผู้ประกอบการร้านอาหารส่วนใหญ่รู้อยู่แล้วว่าทุกปีจะช่วงนี้จะเงียบเหงามาก
เพียงแต่ปีนี้ค่อนข้างรุนแรงเป็นพิเศษเท่านั้นเอง จึงขอฝากถึงรัฐบาลอย่ามัวแต่ตีกันเอง ช่วยหันมาสนใจประชาชนและผู้ประกอบการบ้าง เพราะเราก็ช่วยเหลือตัวเองกันอยู่แล้ว แต่รัฐบาลสามารถเป็นแรงผลักให้เราเพิ่มขึ้นได้
สำหรับกรณีวงการพระสงฆ์และสีกา ทำให้มีพระชั้นผู้ใหญ่หลายองค์ต้องลาสิกขาไปนั้น มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวสายศรัทธา ที่กระตุ้นให้ออกเดินทางเที่ยววัดทำบุญของประชาชนชาวพุทธบ้าง โดยเฉพาะเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นคาบเกี่ยวในวันพระใหญ่ที่เป็นเทศกาลทำบุญเลย ยกตัวอย่างตอนนี้ใกล้จะมีพระสงฆ์บวชใหม่สำหรับพระ-เณร ที่จะบวชใหม่ 800 รูป ซึ่งปกติจะมีการบริจาคสิ่งของที่เกี่ยวข้องหรือเงินทุนเข้ามาแล้ว แต่ปีนี้ยังไม่มีเข้ามาเลย ซึ่งกระทบกับพระ-เณร และผู้ที่เลื่อมใสพระธรรมคำสอนมาก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส.ภัตตาคาร ชี้หยุดวันพระใหญ่ คนไทยเขียมหนีกินอาหารริมทางคึกคัก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th