โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ทีมความมั่นคงอยู่ไหน? ‘รศ.ดร.ปณิธาน’ แนะข้อเสนอด้านความมั่นคง เติมเต็มความได้เปรียบในการเจรจาลดภาษีตอบโต้สหรัฐ

The Structure

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 14.32 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 07.04 น. • The Structure

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง โพสต์ข้อความกล่าวถึงข้อเสนอของไทย ที่ควรจะเสนอต่อสหรัฐ เพื่อขอลดภาษีตอบโต้ที่สหรัฐประกาศขึ้นภาษีจากไทยถึง 36% โดยมีข้อความว่า

ทีมความมั่นคงอยู่ไหน?

ทีมเศรษฐกิจกำลังขยันจัดประชุม ทีมเยียวยาก็กำลังมาแล้ว แต่ทีมความมั่นคง & การต่างประเทศอยู่ไหน พร้อมคุยเรื่องยาก ๆ ที่ปธน.ทรัมป์ต้องการแบบสายตรงเมื่อไร

  • หลายคนคงไม่ทราบว่าไทยได้ช่วยเหลือและยังร่วมมือกับสหรัฐฯ ในเรื่องความมั่นคงทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผยหลาย ๆ เรื่องตลอดเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา เช่น เรื่องการต่อต้านการก่อการร้าย การส่งผู้ร้ายข้ามแดน การซื้ออาวุธยุโธปกรณ์ การซ่อมบำรุง การซ้อมรบ การช่วยรบหรือการปฏิบัติการด้านการทหารต่าง ๆ ในภูมิภาค รวมทั้งด้านไซเบอร์ หรือการต่อต้านยาเสพติด ฯลฯ ทั้งนี้ไม่นับความร่วมมือที่ดีในอดีต เช่น เรื่องสงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม สงครามในลาวและกัมพูชา สงครามในตะวันออกกลาง เป็นต้น
  • ข้อเสนอทางด้านความมั่นคงหลายอย่างนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณเพิ่ม หรือถ้าเพิ่มก็ไม่มาก หรือบางเรื่อง เช่นเรื่องอาวุธที่ซื้อกันอยู่แล้ว ก็อาจจะใช้เงินกู้ FMS (Foreign Military Sales) ของอเมริกันถ้ายังมีที่ปลอดดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยต่ำมาใช้ หรือจะใช้สถานะพันธมิตรพิเศษ Major Non-NATO Ally (MNNA) กับสหรัฐฯ มาใช้ประโยชน์อย่างจริงจังในการเจรจาก็คงจะมีอะไรเสียไปมากกว่านี้

บางเรื่องไทยก็ทำให้สหรัฐฯ อยู่แล้ว เช่น การอำนวยความสะดวกด้านความมั่นคงต่าง ๆ การดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับผลประโยชน์ของอเมริกันในไทยและในภูมิภาค หรือการให้ใช้ฐานทัพแบบจำกัด ก็เคยทำมาแล้ว (หรือจะให้เช่าก็ยังได้ตามข่าวที่เพิ่งจะออกมาในช่วงนี้ว่าปธน.ทรัมป์สนใจ) หรือจะลด “การอำนวยความสะดวก” เหล่านี้ลง เพื่อกดดันในการเจรจาก็ยังได้ (ถ้ากล้าทำ)

  • หากประกอบทีมด้านมั่นคงขึ้นมาได้จริง ก็น่าจะเป็นการช่วยเติมความได้เปรียบกับทีมเศรษฐกิจ ซึ่งก็จะช่วยในการเจรจาให้ดีขึ้นอย่างที่หลายคนไม่ได้นึกมาก่อน

แต่ทีมความมั่นคงของไทยก็มีจุดอ่อนหลายอย่าง เช่น มีปัญหาในการทำงานกับนาย Marco Rubio รมต.ต่างประเทศของสหรัฐฯ จากกรณีการส่งชาวอุยกูร์กลับจีน และบางคนก็คงอยู่ในบัญชีรายชื่อห้ามเข้าประเทศสหรัฐฯ ด้วย

ที่สำคัญ ทีมความมั่นคงส่วนใหญ่ทำงานแบบตั้งรับได้ดีก็จริง โดยเฉพาะด้านการทหารหรือการทูตแบบ military diplomacy แต่ส่วนใหญ่มาจากสายกำลังหรือสายปฏิบัติหรือไม่ก็เกษียณอายุแล้วมาช่วยฝ่ายการเมือง ซึ่งก็มักจะระมัดระวังและทำงานตามแบบเดิม ๆ ที่เคยทำ

ดังนั้น ถ้าจะให้ฝ่ายความมั่นคงทำงานเชิงรุกหรือล่วงหน้าแบบที่พูดกันว่า “ตั้งแต่เมื่อวาน” แล้ว จะต้องเป็นฝ่ายการเมืองที่ต้อง “สั่งการ” และ “วางเป้าหมาย” ให้

ตัวอย่างเช่น กรณียกเลิกการซื้อเครื่องบินขับไล่ F-18 ในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง (ซึ่งตอนนั้นฝ่ายกองทัพบอกว่าทำไม่ได้เพราะเจรจากับสหรัฐฯ เองแล้วไม่สำเร็จ) หรือการส่งทหารไทยไปรักษาสันติภาพให้สหประชาชาติที่ติมอร์ตะวันออก (ซึ่งตอนนั้นคนต่อต้านกันมากรวมทั้งกองทัพก็ไม่เห็นด้วย บอกว่าไม่พร้อม ไม่มีงบประมาณ ฯลฯ)

หรือแม้แต่การปรับลดกำลังลงกว่า 80,000 คน ลดอัตรานายพลลงให้ต่ำกว่า 1,000 นายในช่วงที่มีวิกฤตเศรษฐกิจก็ไม่ค่อยอยากจะทำ เพราะจะไปกระทบกับอนาคตหรืออื่น ๆ ของตนหรือของ “น้อง ๆ” ในกองทัพ

หรือในช่วงหลัง ๆ ที่กองกำลังของประเทศอาเซียนกับสหรัฐฯ มีความห่างเหินกันเพราะมีปัญหากับจีน ไทยก็เสนอให้มีการพบกันนอกรอบเป็นประจำ เป็นต้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ไม่ได้เป็นข้อเสนอของฝ่ายความมั่นคงตั้งแต่ต้น แต่มาจากฝ่ายการเมืองและฝ่ายการต่างประเทศเป็นหลัก

  • ขอเอาใจช่วยทุกทีมให้เจรจากับสหรัฐฯ และกับปธน.ทรัมป์เป็นผลสำเร็จก่อนที่จะถึง deadline ในต้นเดือนสิงหาคมนี้ครับ

#TheStructure
#TheStructureNews
#สงครามการค้า #สหรัฐ

#ปณิธานวัฒนายากร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...