MOODY: สัตว์เลี้ยงสอนให้รู้ว่า ‘เราสมควรได้รับความรัก’ ชวนรู้จักตัวเองมากขึ้น ผ่าน 3 รูปแบบความสัมพันธ์ ระหว่างเรากับสัตว์เลี้ยง
เมื่อรักใครเรามักเห็นตัวเองมากขึ้นผ่านความสัมพันธ์นั้นๆ แต่รู้ไหมว่าการเลี้ยงสัตว์ก็ทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้นได้เหมือนกัน
เคย์ที กิลลิส (Kaytee Gillis) นักจิตวิทยาเจ้าของบทความ ‘3 Types of Pet Parents’ เขียนเล่าไว้ว่า ในงานทอล์กของเธอ เมื่อมีคนกล่าวแนะนำตัวเธอกับผู้ฟังว่า “และเธอยังเป็นทาสแมวอีกด้วย” บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปทันที ผู้คนหัวเราะ ยิ้ม และจู่ๆ ก็รู้สึกว่าเธอเป็น ‘พวกเดียวกัน’ กับพวกเขา เรื่องเล็กน้อยอย่างการเลี้ยงแมว ทำให้ผู้คนรู้สึกเชื่อมโยงกันได้อย่างน่าประหลาด
บางที เราทุกคนต่างโหยหาใครสักคนหรือบางสิ่งที่ทำให้เรารู้สึก ‘เป็นพวกเดียวกัน’ แบบไม่ต้องอธิบาย ไม่ต้องพิสูจน์ให้เหนื่อย และสัตว์เลี้ยงของเราก็อาจเป็นหนึ่งในนั้น
ในงานวิจัยของเอเลน แมคคอนเนลล์ (Allen R. McConnell) พบว่าการมีสัตว์เลี้ยงช่วยเพิ่มระดับความสุข ความมั่นใจในตัวเอง และความรู้สึกว่าชีวิตเรามีความหมายมากขึ้น ที่สำคัญกว่านั้นคือ มันช่วยเติมเต็มความต้องการด้านความสัมพันธ์ของมนุษย์ แม้ว่าอีกฝั่งของความสัมพันธ์จะเป็นสิ่งมีชีวิตที่พูดไม่ได้ก็ตาม
ถ้าเราลองสำรวจตัวเองดีๆ เราอาจเห็นว่าเรากับสัตว์เลี้ยงกำลังมี ‘รูปแบบความสัมพันธ์’ ที่สะท้อนอะไรบางอย่างในตัวเราก็ได้นะ MOODY ชวนดู 3 รูปแบบความสัมพันธ์ ระหว่างเรากับสัตว์เลี้ยง
1 – ความสัมพันธ์แบบ ‘เพื่อนบ้านที่แสนดี’ ต่างคนต่างใช้ชีวิต แค่กลับมากินข้าววันละมื้อก็พอใจแล้ว ความสัมพันธ์แบบนี้อาจดูห่างเหิน แต่ก็เปี่ยมด้วยความเคารพ และไม่ผูกมัดกันเกินไป เหมือนคนที่เคยเรียนรู้ว่า ความรักไม่จำเป็นต้องใกล้ชิดตลอดเวลา แค่ไม่หายไปไหนก็เพียงพอแล้ว
2 – ความสัมพันธ์แบบ ‘คู่ชีวิตที่แสนอบอุ่น’ คือการที่เราจัดเตียงเล็กๆ ให้ มีขนมประจำเดือน มีเสื้อกันหนาวให้ตอนอากาศเย็น และมีรูปคู่กันในมือถือเป็นร้อย ความสัมพันธ์แบบนี้อาจสะท้อนว่า เราเรียนรู้ที่จะดูแลสิ่งมีชีวิตอีกชีวิตอย่างใส่ใจ และพบความสุขจากการให้ โดยไม่ต้องคาดหวังการตอบแทนอะไรเลย
3 – ความสัมพันธ์แบบ ‘พ่อแม่เต็มตัว’ ที่พร้อมจัดวันเกิด จ้างช่างภาพ ทำขนมคลีน ให้ลูกขนฟู พวกเขาอาจวางตารางชีวิตรอบเวลาหาหมอของสัตว์เลี้ยง รู้สึกผิดทุกครั้งที่ต้องเดินทางไกล หรือแม้กระทั่งเขียนชื่อสัตว์ลงในไบโอไอจี ความผูกพันลึกซึ้งระดับนี้อาจดูเกินจริงในสายตาคนอื่น แต่สำหรับคนบางคน มันคือกลไกการเยียวยาบาดแผลในใจ ที่ไม่เคยได้รับการดูแลในอดีต
เคย์ทียกตัวอย่างเรื่องราวของคอรี (Cory) ที่แม้จะมีเพื่อนบ้านดูแลแมวให้ตอนเขาไปเที่ยว แต่ก็ยังรู้สึกเหมือน ‘ทอดทิ้งลูกไว้ที่บ้าน’ ความรู้สึกผิดนั้นไม่ใช่เรื่องตลก เพราะสำหรับเขา ความผูกพันกับแมวตัวนี้คือพื้นที่เดียวที่เขาได้สัมผัสกับความรักที่ปลอดภัย หลังจากต้องเติบโตมากับความกลัว การสูญเสีย และความไม่แน่นอน
ในฐานะมนุษย์ เราอาจมีแผลจากความรักที่ไม่สมบูรณ์ ความสัมพันธ์ที่ทำให้เรากลัว หรือคำพูดที่ทิ้งรอยแผลลึกในใจ และในโลกแบบนั้น การมีสัตว์เลี้ยงที่แค่มองหน้าเราโดยไม่ตัดสิน ไม่ทวงถามอะไร อาจเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เรากลับมาเชื่อว่า ‘เราสมควรได้รับความรัก’
ความสัมพันธ์กับสัตว์เลี้ยงจึงเป็นอะไรที่มากกว่าความน่ารัก หรือหน้าที่ของเจ้าของ มันคือการเรียนรู้ใหม่อีกครั้ง ว่าเรารักได้ ดูแลได้ เชื่อใจได้ และสมควรถูกรักได้เช่นกัน
ไม่ว่าคุณจะเป็นพ่อแม่สัตว์เลี้ยงแบบไหน ไม่ว่าจะห่างๆ เหมือนเพื่อนร่วมบ้าน ใกล้ชิดเหมือนคู่ชีวิต หรือทุ่มเทแบบพ่อแม่มือใหม่ ลองใช้โอกาสนี้กลับมามองตัวเองอย่างอ่อนโยนว่า ความรักที่คุณมีให้กับพวกเขา กำลังพูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับหัวใจของคุณอยู่หรือเปล่า
บางที ความรักที่คุณเคยตามหามาทั้งชีวิต อาจคือตัวขนปุยสี่ขาที่อยู่ข้างๆ โดยที่คุณเองอาจไม่รู้ตัวเลยก็ได้