โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบ สาวเจ้ากรมข่าวลือ โพสต์ยั่วยุปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 00.33 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 07.32 น.

9 มิ.ย. 2568 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2, พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.3 และ พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ผบก.ตอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตำรวจไซเบอร์รวบสาวเจ้ากรมข่าวลือ โพสต์เฟคนิวส์ใส่ไฟกรณีพิพาทไทย-เขมร

หลังจากที่ กก.2 บก.สอท.3 ตรวจพบผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อ “Lucky Farm” โพตส์ข้อความเกี่ยวกับปัญหาแนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา โดยมีข้อความบางส่วนเป็นข้อมูลที่ไม่เกิดขึ้นจริง ที่อาจทำให้ประชาชนหลงเชื่อแตกตื่นได้ อาทิ "เกิดเหตุระเบิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จนทำให้มีทหารเสียชีวิตหลายราย" , "มีการสั่งให้อพยพประชาชนบริเวณชายแดน" และโพสต์ข้อความอื่นๆ อีกหลายครั้ง จนมีบัญชีเฟซบุ๊กของคนทั่วไปเข้ามากดไลค์โพสต์ดังกล่าวจำนวนหลายราย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาล ออกหมายจับผู้กระทำดังกล่าวและหมายค้นพื้นที่เป้าหมาย

ต่อมา วันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.อรุณณพันธ์ วานิช์ชานันท์ ผกก.2 บก.สอท.3 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสนธิกำลังร่วมกับ พ.ต.อ.ชาญชัย อินนรา ผกก.สส.ภ.จว.อุบลราชธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ในสังกัด เข้าจับกุม น.ส.ภิรัญญาฯ อายุ 32 ปี ชาวอุบลราชธานี ภายในบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี พร้อมตรวจยึดของกลางเป็น โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

เบื้องต้น ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ปัจจุบันตนเองไม่ได้ประกอบอาชีพ แต่เคยทำธุรกิจคอกควายแล้วเจ๊ง ปัจจุบันสามีทำงาน ที่เกาหลีแล้วส่งเงินมาให้ใช้ ที่ตนเองทำไปเพราะได้รับข้อมูลข่าวสารจากสื่อโซเชียลต่าง ๆ ซึ่งตนเองไม่ทราบว่า เป็นข้อมูลที่จริงหรือไม่ อีกทั้ง ตนเองมีอคติเกี่ยวกับกรณีพิพาทระหว่างประเทศไทย-กัมพูชาอยู่แล้ว จึงได้คิดข้อความและโพสต์ลงในสื่อโซเชียลของตนเอง โดยที่โพสต์ไปไม่ได้ทำเพื่อสร้างรายได้

จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.สอท.3 ดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหา นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิด ความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศฯ

ขณะที่ตำรวจไซเบอร์ไม่ได้มีเจตนาจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่มีหน้าที่ในการปกป้องสังคม จาก “ข้อมูลเท็จที่สร้างผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ” โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ไม่ประสงค์ดีพยายามใช้ “ข้อมูลเท็จปลอมเป็นข่าว” เพื่อบิดเบือน หรือสร้างความเข้าใจผิดในวงกว้างผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย

การดำเนินการในกรณีนี้ เป็นไปเพื่อมุ่งปกป้องสิทธิของประชาชนที่มีต่อข่าวสารที่ถูกต้อง และ ไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของข้อมูลที่ถูกจัดทำขึ้น โดยมีเป้าหมายอื่นแอบแฝง ดังนั้นการใช้สิทธิเสรีภาพควรมาพร้อมกับความรับผิดชอบ เพราะข่าวปลอมเพียงโพสต์เดียวอาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดเป็นวงกว้าง เกิดความตื่นตระหนก สร้างความเสียหายทั้งต่อบุคคลและสาธารณะได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...