โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ชาร์ป’ แบ่งขายโรงงาน LCD หวังพลิกธุรกิจหน้าจอกลับมากำไร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 15 พ.ค. 2568 เวลา 12.21 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 01.44 น.

คอลัมน์ : Market Move

แม้ปัจจุบันทีวีอาจจะไม่ใช่สินค้าเด่นของชาร์ป (Sharp) แต่ยักษ์อุตสาหกรรมยังเดินหน้าพลิกฟื้นธุรกิจจอแอลซีดีต่อเนื่อง หวังให้สามารถกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง หลังหลายปีที่ผ่านมาต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงของตลาด จนทำให้ธุรกิจนี้ประสบปัญหามาอย่างยาวนาน

สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า ชาร์ป หนึ่งในยักษ์อุตสาหกรรมสัญชาติญี่ปุ่น ตัดสินใจขายส่วนหนึ่งของโรงงานผลิตจอแอลซีดี (LCD) ที่ตั้งอยู่ในเมืองคาเมะยามะ ทางตะวันตกของจังหวัดมิเอะ ให้กับฟอกซ์คอน (Foxconn) ยักษ์เทคโนโลยีจากไต้หวัน ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของชาร์ป

โดยโรงงานจอแอลซีดี ในเมืองคาเมะยามะนี้ เปิดดำเนินงานเมื่อปี 2004 ประกอบด้วย อาคารผลิต 2 แห่ง แม้ปัจจุบันเป็นฐานผลิตจอแอลซีดีไซซ์เล็กและกลางสำหรับใช้ในสมาร์ทโฟน แท็บเลตและจอคอมพิวเตอร์ แต่ในอดีตเคยเป็นฐานผลิตหน้าจอแอลซีดี และประกอบทีวีที่ทันสมัยระดับแนวหน้าของโลก สำหรับใช้ในทีวีหลากหลายขนาด รวมถึงรุ่น “Kameyama Model” ซึ่งโด่งดังในตลาดประเทศญี่ปุ่นด้วย

อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของคู่แข่งสัญชาติจีนที่มีกำลังผลิตสูง ทำให้ราคาจอแอลซีดีมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาร์ปต้องปรับลดกำลังผลิตของโรงงานแห่งนี้ลงอย่างต่อเนื่อง โดย ณ เดือนมิถุนายน 2024 กำลังผลิตของโรงงานคาเมะยามะลดลงมาอยู่ที่ 80% ของกำลังผลิตในยุคเฟื่องฟู รวมถึงประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่องนานหลายปี

นอกจากนี้ ตามรายงานผลประกอบการของชาร์ป เมื่อช่วง 2 ปีงบประมาณ ซึ่งสิ้นสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2024 นั้น บริษัทขาดทุนสะสม 4.1 แสนล้านเยน หรือประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนหนึ่งมาจากผลงานที่ไม่สู้ดีของธุรกิจจอแอลซีดี นำไปสู่การตัดสินใจยุติการผลิตจอแอลซีดีขนาดใหญ่ สำหรับใช้ในทีวีของโรงงานในเมืองซาไค จังหวัดโอซากา เมื่อเดือนสิงหาคม 2024

แต่แม้จะปิดสายการผลิตจอแอลซีดีในโรงงานเมืองซาไคไปแล้ว ผลประกอบการธุรกิจจอแอลซีดีของชาร์ปยังไม่กระเตื้องขึ้น โดยในไตรมาสตุลาคม-ธันวาคม 2024 ธุรกิจนี้ขาดทุนจากการดำเนินงานที่ 4.8 พันล้านเยน

สถานการณ์ดังกล่าว นำมาสู่ดีลการขายโรงงานในครั้งนี้ ซึ่งชาร์ปตัดสินใจขายอาคารผลิตแห่งที่ 2 ของโรงงานในเมืองคาเมะยามะ ที่มีอัตราการใช้งานต่ำกว่าออกไป เพื่อลดขนาดธุรกิจผลิตจอแอลซีดีลง และเพิ่มศักยภาพด้านการเงินของบริษัท

พร้อมกับพยายามเพิ่มผลกำไรจากธุรกิจจอแอลซีดีให้หลุดจากภาวะขาดทุน และกลับมามีกำไรอีกครั้ง

โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 “มาซาฮิโระ โอคิสึ” ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของชาร์ป ระบุว่า ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าธุรกิจจอแอลซีดีจะสามารถกลับมาทำกำไรได้อีกเมื่อใด

ทั้งนี้ การตัดสินใจขายอาคารผลิตที่ 2 ของโรงงานคาเมะยามะนี้ นับเป็นการลดทรัพย์สินในธุรกิจจอแอลซีดีครั้งล่าสุดของชาร์ป หลังเมื่อปลายปี 2024 ยักษ์อุตสาหกรรมตัดสินใจขายโรงงานผลิตจอแอลซีดี สำหรับทีวีในเมืองซาไค จังหวัดโอซากา ให้กับซอฟต์แบงก์ (SoftBank) ยักษ์ธุรกิจสื่อสารสัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าเป็นดีลมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านเยน หรือประมาณ 636 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น

ด้านซอฟต์แบงก์วางแผนใช้พื้นที่โรงงานแห่งนี้ มาสร้างศูนย์ข้อมูลหรือดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับสนับสนุนการทำงานของ AI ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าการลงทุนรวมการจัดหาชิปประมวลผลจากบริษัทเอ็นวิเดียร์ (Nvidia) สูงระดับหลายแสนล้านเยน

ขณะเดียวกันนอกจากการพยายามพลิกฟื้นธุรกิจจอแอลซีดีแล้ว เมื่อเดือนกันยายน 2024 ภายในงาน Sharp Tech-Day ชาร์ปยังเผยแนวทางรุกธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าหรือ EV ภายในอีก 3-4 ปีข้างหน้าด้วยความร่วมมือกับบริษัทแม่อย่าง ฮอน ไฮ พรีซิชั่น อินดัสทรี หรือฟ็อกซ์คอนน์ เพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของแวลูเชนของอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ไฟฟ้า โดยอาจต่อยอดเทคโนโลยีที่บริษัทมีอยู่ อย่าง เซนเซอร์, AI, จอแอลซีดี และอื่น ๆ

หลังจากนี้ต้องจับตาดูว่า การลดภาระด้านทรัพย์สินด้วยการขายส่วนหนึ่งของโรงงานผลิตจอแอลซีดีออกไปในครั้งนี้ จะสามารถช่วยให้ชาร์ปสามารถพลิกฟื้นธุรกิจจอแอลซีดีให้กลับมามีกำไรได้อีกครั้งหรือไม่ และฟอกซ์คอนมีแผนจะต่อยอดอาคารผลิตที่ได้มานี้อย่างไร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ชาร์ป’ แบ่งขายโรงงาน LCD หวังพลิกธุรกิจหน้าจอกลับมากำไร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...