‘ชาร์ป’ แบ่งขายโรงงาน LCD หวังพลิกธุรกิจหน้าจอกลับมากำไร
คอลัมน์ : Market Move
แม้ปัจจุบันทีวีอาจจะไม่ใช่สินค้าเด่นของชาร์ป (Sharp) แต่ยักษ์อุตสาหกรรมยังเดินหน้าพลิกฟื้นธุรกิจจอแอลซีดีต่อเนื่อง หวังให้สามารถกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง หลังหลายปีที่ผ่านมาต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงของตลาด จนทำให้ธุรกิจนี้ประสบปัญหามาอย่างยาวนาน
สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า ชาร์ป หนึ่งในยักษ์อุตสาหกรรมสัญชาติญี่ปุ่น ตัดสินใจขายส่วนหนึ่งของโรงงานผลิตจอแอลซีดี (LCD) ที่ตั้งอยู่ในเมืองคาเมะยามะ ทางตะวันตกของจังหวัดมิเอะ ให้กับฟอกซ์คอน (Foxconn) ยักษ์เทคโนโลยีจากไต้หวัน ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของชาร์ป
โดยโรงงานจอแอลซีดี ในเมืองคาเมะยามะนี้ เปิดดำเนินงานเมื่อปี 2004 ประกอบด้วย อาคารผลิต 2 แห่ง แม้ปัจจุบันเป็นฐานผลิตจอแอลซีดีไซซ์เล็กและกลางสำหรับใช้ในสมาร์ทโฟน แท็บเลตและจอคอมพิวเตอร์ แต่ในอดีตเคยเป็นฐานผลิตหน้าจอแอลซีดี และประกอบทีวีที่ทันสมัยระดับแนวหน้าของโลก สำหรับใช้ในทีวีหลากหลายขนาด รวมถึงรุ่น “Kameyama Model” ซึ่งโด่งดังในตลาดประเทศญี่ปุ่นด้วย
อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของคู่แข่งสัญชาติจีนที่มีกำลังผลิตสูง ทำให้ราคาจอแอลซีดีมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาร์ปต้องปรับลดกำลังผลิตของโรงงานแห่งนี้ลงอย่างต่อเนื่อง โดย ณ เดือนมิถุนายน 2024 กำลังผลิตของโรงงานคาเมะยามะลดลงมาอยู่ที่ 80% ของกำลังผลิตในยุคเฟื่องฟู รวมถึงประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่องนานหลายปี
นอกจากนี้ ตามรายงานผลประกอบการของชาร์ป เมื่อช่วง 2 ปีงบประมาณ ซึ่งสิ้นสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2024 นั้น บริษัทขาดทุนสะสม 4.1 แสนล้านเยน หรือประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนหนึ่งมาจากผลงานที่ไม่สู้ดีของธุรกิจจอแอลซีดี นำไปสู่การตัดสินใจยุติการผลิตจอแอลซีดีขนาดใหญ่ สำหรับใช้ในทีวีของโรงงานในเมืองซาไค จังหวัดโอซากา เมื่อเดือนสิงหาคม 2024
แต่แม้จะปิดสายการผลิตจอแอลซีดีในโรงงานเมืองซาไคไปแล้ว ผลประกอบการธุรกิจจอแอลซีดีของชาร์ปยังไม่กระเตื้องขึ้น โดยในไตรมาสตุลาคม-ธันวาคม 2024 ธุรกิจนี้ขาดทุนจากการดำเนินงานที่ 4.8 พันล้านเยน
สถานการณ์ดังกล่าว นำมาสู่ดีลการขายโรงงานในครั้งนี้ ซึ่งชาร์ปตัดสินใจขายอาคารผลิตแห่งที่ 2 ของโรงงานในเมืองคาเมะยามะ ที่มีอัตราการใช้งานต่ำกว่าออกไป เพื่อลดขนาดธุรกิจผลิตจอแอลซีดีลง และเพิ่มศักยภาพด้านการเงินของบริษัท
พร้อมกับพยายามเพิ่มผลกำไรจากธุรกิจจอแอลซีดีให้หลุดจากภาวะขาดทุน และกลับมามีกำไรอีกครั้ง
โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 “มาซาฮิโระ โอคิสึ” ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของชาร์ป ระบุว่า ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าธุรกิจจอแอลซีดีจะสามารถกลับมาทำกำไรได้อีกเมื่อใด
ทั้งนี้ การตัดสินใจขายอาคารผลิตที่ 2 ของโรงงานคาเมะยามะนี้ นับเป็นการลดทรัพย์สินในธุรกิจจอแอลซีดีครั้งล่าสุดของชาร์ป หลังเมื่อปลายปี 2024 ยักษ์อุตสาหกรรมตัดสินใจขายโรงงานผลิตจอแอลซีดี สำหรับทีวีในเมืองซาไค จังหวัดโอซากา ให้กับซอฟต์แบงก์ (SoftBank) ยักษ์ธุรกิจสื่อสารสัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าเป็นดีลมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านเยน หรือประมาณ 636 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น
ด้านซอฟต์แบงก์วางแผนใช้พื้นที่โรงงานแห่งนี้ มาสร้างศูนย์ข้อมูลหรือดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับสนับสนุนการทำงานของ AI ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าการลงทุนรวมการจัดหาชิปประมวลผลจากบริษัทเอ็นวิเดียร์ (Nvidia) สูงระดับหลายแสนล้านเยน
ขณะเดียวกันนอกจากการพยายามพลิกฟื้นธุรกิจจอแอลซีดีแล้ว เมื่อเดือนกันยายน 2024 ภายในงาน Sharp Tech-Day ชาร์ปยังเผยแนวทางรุกธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าหรือ EV ภายในอีก 3-4 ปีข้างหน้าด้วยความร่วมมือกับบริษัทแม่อย่าง ฮอน ไฮ พรีซิชั่น อินดัสทรี หรือฟ็อกซ์คอนน์ เพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของแวลูเชนของอุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ไฟฟ้า โดยอาจต่อยอดเทคโนโลยีที่บริษัทมีอยู่ อย่าง เซนเซอร์, AI, จอแอลซีดี และอื่น ๆ
หลังจากนี้ต้องจับตาดูว่า การลดภาระด้านทรัพย์สินด้วยการขายส่วนหนึ่งของโรงงานผลิตจอแอลซีดีออกไปในครั้งนี้ จะสามารถช่วยให้ชาร์ปสามารถพลิกฟื้นธุรกิจจอแอลซีดีให้กลับมามีกำไรได้อีกครั้งหรือไม่ และฟอกซ์คอนมีแผนจะต่อยอดอาคารผลิตที่ได้มานี้อย่างไร
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ชาร์ป’ แบ่งขายโรงงาน LCD หวังพลิกธุรกิจหน้าจอกลับมากำไร
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net