โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เหยื่อเกลือชมพู

สยามรัฐ

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 10.28 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 10.28 น.

แม้เสียงปืน เสียงระเบิดจากการสู้รบ จะสงบลงแล้ว แต่ทว่า สงครามความขัดแย้งหาได้จบยุติลงไม่

สำหรับ การกระทบกระทั่งครั้งล่าสุดระหว่าง “อินเดีย” กับ “ปากีสถาน” ซึ่งปะทุขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา เมื่อเกิดเหตุโจมตีคณะนักท่องเที่ยวชาวอินเดียในแคว้นแคชเมียร์ จนทำให้ชาวอินเดียเสียชีวิตถึง 25 คน และชาวเนปาลเสียชีวิต 1 คน

จากเหตุการณ์ข้างต้น ก็บานปลายนำไปสู่การสู้รบระหว่างอินเดียกับปากีสถาน เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่เพิ่งผ่านพ้นไป จนเกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งของพลเรือนและกองทัพ อันรวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย

และไม่น่าเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ เมื่อยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อของสงครามการสู้รบครั้งนี้ อย่างที่ใครๆ ก็คาดไม่ถึงว่า มันจะพลอยกลายเป็นเหยื่อของความขัดแย้งระหว่างอินเดียกับปากีสถานในครั้งนี้ด้วย

นั่นคือ “เกลือชมพู” หรือที่หลายคนเรียกว่า “เกลือหิมาลัย” บ้าง หรือ “เกลือหิมาลายัน” ก็ยังมี หรือบางเรียกกันเต็มยศ “เกลือชมพูหิมาลัย

โดยเกลือชนิดนี้ ก็เป็นเกลือที่มีสีชมพู มีถิ่นกำเนิดย่าน “เทือกเขาเกลือ” แคว้นปันใกล้กับตอนใต้ของเทือกเขาหิมาลัย แคว้นปัญจาบของปากีสถาน

สภาพภายในเหมืองเกลือชมพูแห่งหนึ่งใกล้กับเทือกเขาเกลือ ประเทศปากีสถาน (Photo : AFP)

ทั้งนี้ เมื่อกล่าวถึงแคว้นปัญจาบ หรือรัฐปัญจาบ มีทั้งที่ปากีสถานและที่อินเดีย เพราะเป็นดินแดนที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ตามประชากรผู้นับถือศาสนาส่วนใหญ่ โดยถ้าประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งอยู่ทางตะวันตก ก็ให้ไปผนวกเป็นแคว้นๆ หนึ่งในปากีสถาน ส่วนทางฟากตะวันออก ซึ่งมีประชากรนับถือศาสนาฮินดูเป็นส่วนใหญ่ ก็ให้ไปเป็นรัฐหนึ่งของอินเดีย เรียกว่า รัฐปัญจาบ และกลายเป็นความขัดแย้งกันเรื่อยมา นับตั้งแต่อินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษ เมื่อช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา

โดยในแคว้นปัญจาบของทางฝั่งปากีสถาน มี “เทือกเขาเกลือ (Salt Range)” ใกล้ที่ราบสูงโพโธฮาร์ ตอนใต้ของเทือกเขาหิมาลัย ที่ทอดมาจากประเทศเนปาล ขึ้นมาทางเหนือผ่านอินเดีย และปากีสถาน

ส่วนการกำเนิดเกลือชมพู ก็ถือกำเนิดขึ้นจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่ผลึกแร่เฮไลต์ถูกเกลือโปแตสเซียม แทรกซึมลงไป และเกิดการทับถมด้วยแร่มาร์ลซึ่งมียิปซัมอยู่ด้านบนเป็นระยะเวลานานราวกว่า 500 - 600 ล้านปี ทั้งนี้ ชาวปาสกีถานได้สกัดเกลือจากเทือกเขาเกลือ คล้ายกับการทำเหมือง เรียกว่า เหมืองเกลือ มาบริโภค และจำหน่ายทั้งในปากีสถานเอง ตลอดจนมีการส่งออกไปยังอินดีย ชาติคู่ปรปักษ์หลักของปากีสถาน นับตั้งแต่มีการแบ่งแยกประเทศกันอีกต่างหากด้วย

อย่างไรก็ดี เมื่อว่ากันถึงประวัติความเป็นมาของเกลือชมพู ก็กล่าวกันว่า ถูกค้นพบตั้งแต่สมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช กรีธาทัพจากกรีซ มาซิโดเนีย มายังชมพูทวีป เมื่อกว่า 2 พันปีก่อนแล้ว แต่เมื่อว่าหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรแรกสุด ก็ระบุว่า เริ่มขึ้นในช่วงคริสต์ศักราช 1200 ที่มีการสกัดเกลือจากเทือกเขาเกลือในแคว้นปัญจาบแห่งนี้

เกลือถูกใช้เป็นเครื่องปรุงอาหารในเมนูต่างๆ ของชาวอินเดีย (Photo : AFP)

โดยเกลือชมพูดที่ว่านี้ ก็มีการนำมาใช้บริโภคทั้งในด้านเป็นเครื่องปรุงอาหาร เป็นส่วนผสมของยาสมุนไพรของผู้คนทั้งในปากีสถานและอินเดีย ตลอดจนชาวชมพูทวีปในประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากปากีสถานและอินเดียข้างต้น

ทั้งนี้ เมื่อกล่าวถึงผู้คนในชมพูทวีปแล้ว ให้ความสำคัญกับเกลือเป็นอย่างมาก อย่าว่าแต่เกลือชมพู แม้กระทั่งเกลือทะเล เกลือสินเธาว์ทั่วๆ ไป ผู้คนในดินแดนแถบนั้นให้ความสำคัญกัน

ถึงขนาดเคยเกิดเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้อินเดีย ใช้เป็นเครื่องมือปลุกเร้ากระแสต่อต้านเจ้าอาณานิคม คือ อังกฤษ ประเทศแม่ โดย “มหาตมะ คานธี” จนเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษเป็นผลสำเร็จมาแล้ว เรียกว่า “สัตยาเคราะห์เกลือ” อันสืบเนื่องมาจากอังกฤษ ประเทศแม่ ไปจัดเก็บภาษีเกลือ ตลอดจนผูกขาดอุตสาหกรรมเกลือ ทำให้เกลือมีราคาแพงขึ้น ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านอังกฤษอย่างรุนแรงตามมาในอินเดีย เมื่อช่วงปี 1930 (พ.ศ. 2473) ก่อนหน้าที่จะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2

สำหรับ เกลือชมพูที่ตกเป็นเหยื่อของความขัดแย้งระหว่างอินเดียกับปากีสถานครั้งล่าสุดนี้ ก็เป็นการห้ามนำเข้าจากทางฝั่งอินเดีย โดยทางการรัฐบาลกรุงนิวเดลี ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมทิ ที่มีคำสั่งห้ามนำเข้าสินค้าทั้งหมดจากปากีสถาน อันเป็นมาตรการตอบโต้ปากีสถาน นั่นเอง

โดยคำสั่งข้างต้น ก็รวมถึงสินค้าประเภทเกลือชมพูอันเลื่องชื่อของปากีสถานด้วย ในฐานะสินค้าส่งออกโดยอินเดียถือเป็นหนึ่งในชาติลูกค้าที่สำคัญ เพราะมีการนำเกลือชมพูไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นหนึ่งในเครื่องปรุงรสในการประกอบอาหาร การนำไปเป็นเครื่องผสมสำหรับยาสมุนไพรตามหลักอายุรเวชศาสตร์อินเดียโบราณ หรือในทางการแพทย์แผนโบราณของชาวอินเดีย นอกจากนี้ ยังมีการนำไปใช้ในเรื่องสปา แม้กระทั่งไปทำโคมไฟเพื่อบำบัดอาการภูมิแพ้บางประการในผู้ป่วยบางราย ตลอดจนชาวฮินดู ก็ใช้เกลือชมพูนี้ เป็นเครื่องปรุงอาหารสำหรับการบริโภคในช่วงถือศีลตามหลักศาสนาฮินดู ที่ไม่ใช้เกลือทะเล เป็นเครื่องปรุงอาหาร

โคมไฟที่ทำจากเกลือชมพู ซึ่งเชื่อกันว่าสามารถบำบัดอาการภูมิแพ้บางอย่างได้ (Photo : AFP)

ความนิยมบริโภคเกลือชมพูจากปากีสถานว่า มีมากน้อยเพียงใดในอินเดียนั้น เอาการซื้อขายเฉพาะพ่อค้านำเข้ารายหนึ่ง ในเมืองอมฤตสาร์ รัฐปัญจาบ ของอินเดีย ก็เปิดเผยว่า เขานำเข้าเกลือชมพูมากราวๆ 2,000 – 2,500 ตันทุกไตรมาส หรือทุก 3 เดือน เมื่อทางรัฐบาลอินเดียของนายกรัฐมนตรีโมทิมีคำสั่งห้าม ก็ส่งผลทำให้การค้าการขายเกลือชมพูดระหว่างกิจการของเขากับปากีสถาน ก็มีอันต้องพลอยหยุดชะงักไปในทันที

นั่น! เป็นเพียงสถานการณ์ซื้อขายของผู้ค้านำเข้ารายหนึ่งเท่านั้น แต่ยังผู้ค้านำเข้าเกลือชมพูรายอื่นๆ อีกหลายรายในอินเดีย ที่เผชิญชะตากรรมเหมือนพ่อค้ารายนี้

เมื่อการนำเข้าต้องชะงักไปเช่นนี้ ก็ส่งผลให้ราคาเกลือชมพูในอินเดียทะยานพุ่งสูงขึ้นเป็นสถานการณ์ตามมา โดยมีรายงานว่า เดิมราคาเกลือชมพูมีราคาก่อนหน้าที่จะถูกสั่งห้ามนำเข้าอยู่ที่ 45 รูปี ไม่เกิน 50 รูปี ต่อกิโลกรัม หรือคิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ กิโลกรัมละ 17 – 19 บาทไม่เกินนี้ แต่เมื่อถูกห้ามนำเข้า ก็ทำให้ราคาพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 60 รูปี หรือเกือบ 23 บาทต่อกิโลกรัม ก็ส่งผลให้ประชาชนชาวอินเดียต่างโอดครวญกันเป็นแถว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...