โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“ชัยวัฒน์” ลั่น ไม่ยุติธรรม! หลังถูกไล่ออก ปมฮั้วสร้างตึกอุทยานฯ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 04.17 น.

จากฮีโร่พิทักษ์ป่าสู่ผู้ถูกไล่ออก! “ชัยวัฒน์” ลั่น ไม่ยุติธรรม หลังถูกพิพากษาทางวินัยปมฮั้วสร้างตึกอุทยานฯ ยืนยันจะสู้จนถึงที่สุด

วันที่ 15 มิ.ย. 2568 จากกรณีเมื่อ ( วันที่ 6 มิถุนายน 2568 ) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกคำสั่งที่ 194/2568 มีมติ “ลงโทษไล่ออกจากราชการ” นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยอ้างอิงมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงจากการกระทำในสมัยดำรงตำแหน่งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

ต้นเรื่องอยู่ที่ โครงการก่อสร้างที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยาน (ห้วยคมกฤต) เมื่อปี 2556 ซึ่ง ป.ป.ช. ระบุว่า นายชัยวัฒน์สมคบกับบุคคลภายนอก “จัดฉาก” ให้เกิดการประมูลแข่งขันทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่าง 2 บริษัทคือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ท่ายางคอนสตรัคชั่น และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เพชรบุรียุทธนาก่อสร้าง โดยทั้งสองแห่งอยู่ภายใต้การควบคุมของ “นายสนอง กิจพ่วงสวรรณ” บุคคลเดียวกัน ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชัยวัฒน์

ผลคือ ห้างฯ ท่ายางฯ ชนะการประมูลในราคา 3,527,000 บาท และภายหลังเบิกจ่ายแล้ว มีการคืนเงินผ่านร้านท่ายางค้าไม้ จำนวน 1 ล้านบาท กลับสู่นายชัยวัฒน์ ซึ่งกลายเป็นประเด็นหลักของข้อกล่าวหา “แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ”

🔴 เบื้องหลังสัญญาก่อสร้าง กับความยากของป่า 40 กิโลเมตร

ไม่เพียงแค่เรื่องฮั้วประมูล รายงานของ ป.ป.ช. ยังชี้ว่า ตัวอาคารก่อสร้าง “ไม่เป็นไปตามแบบแปลนแนบท้ายสัญญา” และที่สำคัญไม่มีการควบคุมงานจริงจากวิศวกรหรือเจ้าหน้าที่ เนื่องจากพื้นที่ห่างไกล การเดินทางเข้า-ออกใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่พัสดุจึงลงนามในรายงานควบคุมงานตามคำสั่งของชัยวัฒน์ โดยไม่มีการตรวจจริง

แม้จะมีเหตุผลเชิงภูมิศาสตร์สนับสนุน แต่ในทางกฎหมาย นี่คือ “การละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ” ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ ทั้งทางงบประมาณและความโปร่งใส ซึ่งนายชัยวัฒน์ ลงนามในใบตรวจรับงานจ้างในวันที่ 3 พฤษภาคม 2557 ว่าก่อสร้างแล้วเสร็จเรียบร้อย จนนำไปสู่การเบิกจ่ายที่ตามมาทั้งหมด

🔴ป.ป.ช. ชี้มูล – กระทรวงตัดสิน – อนาคตดับในพริบตา

การประชุม อ.ก.พ. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 มีมติให้ลงโทษสูงสุด คือ “ไล่ออกจากราชการ” โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และ พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561

“คำสั่งมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2567 พร้อมแนบสิทธิอุทธรณ์หรือฟ้องร้องภายใน 90 วัน”

ผู้สื่อข่าว The Room 44 ได้พูดคุยกับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร โดยได้กล่าวยืนยันว่า ตนบริสุทธิ์ และไม่เคยแสวงหาประโยชน์จากโครงการภาครัฐแต่อย่างใด นายชัยวัฒน์ ยังตั้งคำถามถึงกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ว่า ไม่ได้เปิดโอกาสให้ตนเองชี้แจงอย่างเต็มที่ โดยไม่เคยถูกเรียกให้ให้ปากคำในหลายประเด็นสำคัญอย่างเป็นทางการ

“ ผมไม่เคยฮั้วประมูล และไม่เคยรับเงินใต้โต๊ะ เงินที่กล่าวถึงเป็นธุรกรรมส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับโครงการใด ๆ ผมตั้งใจทำงานให้ราชการมาตลอด 30 ปี ไม่มีวันคิดขายความสุจริตเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ” นายชัยวัฒน์ กล่าว

นอกจากนี้ตนเองได้เตรียมดำเนินการอุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และอาจพิจารณาฟ้องต่อศาลปกครองหากไม่ได้รับความเป็นธรรม

ส่วนเรื่องเงิน 1 ล้านบาท ที่ร้านท่ายางค้าไม้จ่ายคืนให้ นายชัยวัฒน์ ระบุว่า เงินจำนวน 1 ล้านบาทที่ร้านท่ายางค้าไม้โอนให้นั้น เป็นหนี้สินส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับโครงการราชการ และการลงนามในเอกสารต่าง ๆ เป็นการดำเนินงานตามระบบที่ขณะนั้นไม่มีทางเลือก

“ เราทำงานในป่า ในพื้นที่ห่างไกล เจ้าหน้าที่คนหนึ่งจะเดินทางควบคุมงานทุกวันมันไม่ใช่เรื่องง่ายแต่พอเกิดปัญหาขึ้นมา กลับไม่มีใครฟังผมเลย ”

🔴 มรดกของผู้พิทักษ์ป่า หรือเงาอดีตที่ย้อนกลับ?

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เป็นอดีตหัวหน้าอุทยานผู้ได้รับเสียงชื่นชมในอดีต จากบทบาทเข้มงวดในการปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่า โดยเฉพาะในพื้นที่แก่งกระจานที่มีปัญหาความขัดแย้งกับกลุ่มชาติพันธุ์บางกลอย และเคยถูกดำเนินคดีอาญาในคดีเผาที่พักชาวกะเหรี่ยง แต่ภายหลังศาลยกฟ้องทั้งหมด

คำถามที่ต้องถามต่อคือ – กรณีครั้งนี้เป็น “โทษแท้” หรือ “ผลพวง” จากบริบททางการเมืองในระบบราชการ?

บางฝ่ายมองว่านี่คือการ “จัดการบุคคล” ที่มีความขัดแย้งกับผู้มีอำนาจในระบบราชการช่วงหลัง ขณะที่อีกฝ่ายย้ำว่า นี่คือบทเรียนสำคัญว่าความโปร่งใสในงบประมาณแผ่นดิน ต้องอยู่เหนือบุญคุณส่วนตัวหรือคุณงามความดีในอดีต

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ นายชัยวัฒน์เตรียมอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) และพิจารณาฟ้องศาลปกครองในลำดับถัดไป โดยยืนยันว่าจะขอต่อสู้ “จนถึงที่สุด”

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับนายชัยวัฒน์ จึงไม่ใช่เพียงบทสรุปของชีวิตราชการหนึ่งคน แต่สะท้อนถึงคำถามใหญ่ของระบบราชการไทยในเรื่องความยุติธรรม ความโปร่งใส และความเป็นมนุษย์ที่อยู่หลังคำว่า “ผิดวินัยอย่างร้ายแรง”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...