โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทะเลป่วยเพราะแมงกะพรุนเยอะ? งั้นมาช่วยกันกินแมงกะพรุนกันเถอะ

SpringNews

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 11.44 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 10.30 น.

แมงกะพรุน สปีชีส์ดึกดำบรรพ์ที่ยังดำรงอยู่ในปัจจุบัน

แมงกะพรุนสปีชีส์ดึกดำบรรพ์ที่มีอายุกว่า 500 ล้านปี เก่าแก่กว่าไดโนเสาร์ และยังมีชีวิตว่ายวนในทะเลจนถึงทุกวันนี้ ด้วยรูปร่างคล้ายวุ้น โปร่งใส มีหนวดห้อยระย้า แมงกะพรุนกลายเป็นสัญลักษณ์ลึกลับของท้องทะเลที่ทั้งน่าหลงใหลและน่าหวั่นใจในเวลาเดียวกัน และตอนนี้…พวกมันกำลังอยู่ในจานอาหารของเรา

AI Generate

แมงกะพรุน จากอาหารโบราณในจีน สู่เมนูสุขภาพในโลกยุคใหม่

แมงกะพรุนอาจดูเป็นของแปลกสำหรับใครหลายคน แต่ในวัฒนธรรมจีน แมงกะพรุนถือเป็นอาหารที่บริโภคกันมาอย่างยาวนานนับพันปี โดยมักนำมาทำเป็นเมนูเย็นอย่างสลัดแมงกะพรุน ที่นิยมทั้งในหมู่ชาวบ้านและภัตตาคารหรู เพราะเชื่อกันว่าให้คุณค่าทางยา เสริมความเย็น ลดร้อนใน และช่วยบำรุงสุขภาพ

การกินแมงกะพรุนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในจีนเท่านั้น แต่แพร่หลายไปในญี่ปุ่น เกาหลี และเอเชียตะวันออกหลายประเทศ โดยเฉพาะเมื่อโลกเริ่มให้ความสำคัญกับ “อาหารทางเลือก” ที่ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

AI Generate

แมงกะพรุนไทย อาหารพื้นถิ่นที่คนเริ่มหันกลับมามองใหม่

สำหรับประเทศไทย เรามีแมงกะพรุนที่สามารถบริโภคได้อย่างน้อย 3 ชนิด ได้แก่ แมงกะพรุนหอม, แมงกะพรุนหนัง, และแมงกะพรุนลอดช่อง

แมงกะพรุนเหล่านี้ถูกจับจากชายฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน แล้วนำไปแปรรูปตากแห้ง ส่งขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น จีน เกาหลี และญี่ปุ่น

ในระยะหลัง คนไทยเริ่มกลับมาบริโภคแมงกะพรุนกันมากขึ้น เพราะถูกยกให้เป็นอาหารสุขภาพ ด้วยจุดเด่นคือ ไขมันต่ำ คอเลสเตอรอลต่ำ แคลอรี่ต่ำ และโปรตีนสูง

แมงกะพรุนไม่มีรสชาติ แต่มีสัมผัสที่ “กรุบกรอบ” คล้ายกระดูกอ่อน จึงถูกนำไปใช้แทนเนื้อสัตว์ในหลายเมนู ทั้งสลัด เย็นตาโฟ ไปจนถึงยำแมงกะพรุน

คุณสมบัติที่น่าทึ่งของแมงกะพรุน (นอกจากความอร่อย)

แมงกะพรุนเป็นสัตว์ที่มีสัดส่วน “น้ำ” มากถึง 95% และสารอาหารเพียง 5% แม้จะไม่ใช่แหล่งโปรตีนเข้มข้นเท่าปลา แต่กลับให้สารอาหารที่มีประโยชน์หลากหลาย เช่น คอลลาเจนตามธรรมชาติ และกรดอะมิโนบางชนิด

ความน่าทึ่งไม่จบแค่เรื่องโภชนาการ แมงกะพรุนยังเป็นสัตว์ที่มีความยืดหยุ่นทางชีวภาพสูง สามารถอยู่ในน้ำที่มีออกซิเจนน้อยได้ ทนต่อสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ และบางสายพันธุ์ยังสามารถ “ย้อนวัย” และสร้างร่างใหม่ได้อีกครั้ง เมื่อได้รับบาดเจ็บ

รู้จัก แมงกะพรุนหัวกระสุน

แมงกะพรุนหัวกระสุน (Cannonball Jellyfish) กลายเป็นดาวเด่นในตลาดอาหารทะเล แม้จะไม่ได้พบในไทย แต่มีการส่งออกจากสหรัฐฯ และแถบทะเลแคริบเบียนเข้าสู่เอเชีย โดยที่เรากินกันบ่อย ๆ นั้น จริง ๆ แล้วคือ "ลูกแมงกะพรุน" ยังไม่โตเต็มวัย เพราะตัวโตจริง ๆ ใหญ่เท่าลูกวอลเลย์บอลเลยทีเดียว

แม้จะดูไม่มีพิษร้ายแรง แต่เมื่อถูกรบกวน พวกมันสามารถปล่อยเมือกที่มีสารพิษออกมาได้ และหากบริโภคในปริมาณมาก อาจส่งผลต่อหัวใจได้ในบางราย โดยเฉพาะในคนที่แพ้แบบไม่รู้ตัว

บทบาทของแมงกะพรุนในระบบนิเวศ (ที่ไม่ใช่แค่อาหาร)

แมงกะพรุนเป็นอาหารสำคัญของสัตว์ทะเลใกล้สูญพันธุ์ เช่น เต่ามะเฟือง เต่าหนังแคริบเบียน และช่วยควบคุมประชากรแพลงก์ตอนในทะเล นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการกักเก็บคาร์บอน เมื่อตาย พวกมันจะพาเอาคาร์บอนจมลงก้นทะเล ช่วยลดคาร์บอนในชั้นบรรยากาศอย่างเงียบ ๆ ด้วย

แต่ในขณะเดียวกัน การที่แมงกะพรุนเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วก็เป็นสัญญาณว่า ทะเลกำลังป่วย จากภาวะโลกร้อน มลพิษ การพัฒนาชายฝั่ง และการทำประมงเกินขนาดที่ทำให้สัตว์นักล่าแมงกะพรุนลดลงอย่างน่ากังวล

ที่มาข้อมูล

Natural History Museum

BBC

Institute for the Oceans and Fisheries

Animal Diversity

แมงกะพรุนที่มากเกินไป = ระบบนิเวศที่เอียง

ในปี 2550 แมงกะพรุนจำนวนนับล้านตัวในไอซ์แลนด์เข้ารุมล้อมกรงเลี้ยงปลาแซลมอน จนปลากว่าแสนตัวตาย สูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาล หรือในญี่ปุ่นเอง ชาวประมงต้องเผชิญกับการระบาดของแมงกะพรุนโนมูระทุกปีนับตั้งแต่ปี 2545 บางปีหนักถึงขั้นที่ออกทะเลหาปลาไม่ได้เลย

คำถามคือ…เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร? นักวิทยาศาสตร์แนะ ก็กินมันซะเลยสิ!

ฟังดูตลก แต่เป็นเรื่องจริง หลายประเทศกำลังผลักดันให้ “การบริโภคแมงกะพรุน” เป็นหนึ่งในทางออกของปัญหานี้ โดยเฉพาะเมื่อเรากำลังเผชิญกับวิกฤตอาหารทั่วโลก

ข้อมูลจาก FAO ระบุว่า โลกมีความต้องการอาหารทะเลสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ปลาหลายชนิดเริ่มหาได้ยากขึ้น การหันมาเพิ่มแมงกะพรุนในเมนูจึงอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันต่อแหล่งโปรตีนในธรรมชาติ

แต่แมงกะพรุนก็มีข้อจำกัด…

แม้จะกินได้ แต่ไม่สามารถแทนปลาหรือโปรตีนหลักอื่น ๆ ได้เต็มที่ เพราะมันประกอบด้วยน้ำถึง 95% มีเพียง 5% เท่านั้นที่เป็นสารอาหาร และให้โปรตีนไม่สูงเมื่อเทียบกับมวลรวม

ปล่อยไว้ก็ล้น กินมากไปก็เสีย เราต้อง “สมดุล” กับแมงกะพรุน

ตัวอย่างจากเม็กซิโกในปี 2564 ชี้ว่า การจับแมงกะพรุนหัวกระสุนจำนวนมากเกินไปในช่วงหนึ่ง ทำให้ประชากรมันลดฮวบลง จนกระทบต่อสมดุลของสายใยอาหารในทะเล

แมงกะพรุน คือสัตว์ที่ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมแย่ ๆ ได้ดีที่สุด มันทนมลพิษ ทนออกซิเจนน้อย และอยู่ได้นานราวกับเป็น “สิ่งมีชีวิตอมตะ” เพราะสามารถย้อนวัยและสร้างตัวเองใหม่ได้ ซึ่งนี่เองก็คือเคล็ดลับที่ทำให้แมงกะพรุนอยู่รอดมาได้ถึง 500 ล้านปี

Cr.Bridgeman Images.

บางที…การกินแมงกะพรุนอาจไม่ใช่แค่เรื่องอาหาร แต่คือการตั้งคำถามใหม่กับวิธีอยู่ร่วมกับโลกที่เราทำให้ป่วยเอง ก็เป็นไปได้ ควรกินหรือไม่กินดี?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...