โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

สื่อเวียดนามชี้ปัญหาตึงเครียดไทยกัมพูชาเริ่มส่งผลคนเวียดนามมองเที่ยวที่อื่นแทนมาเที่ยวไทย เอเยนต์ทัวร์เวียดนามลดจัดกรุ๊ปทัวร์ลงถึง 3 เท่า สายการบินต้นทุนต่ำยันฟูลเซอร์วิสลดเที่ยวบินจากเวียดนามมาไทย คุมต้นทุนและความต้องการมาไทยลดลง

BTimes

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 17.11 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 08.52 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

สำนักข่าว Tupi Tre หรือทวย เทร่ ซึ่งเป็นสื่อชั้นนำแห่งหนึ่งของประเทศเวียดนาม รายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศเวียดนาม เปิดเผยว่า กรุงเทพเคยเป็นตัวเลือกแรกของนักท่องเที่ยวชาวเวียดนาม แต่ตอนนี้นักท่องเที่ยวจับตามองทางเลือกอื่น ๆ เช่น สิงคโปร์ ไต้หวัน หรือตัวเลือกภายในประเทศ เช่น ดานัง และนาตรัง เนื่องจาก ความตึงเครียดที่ชายแดนไทย-กัมพูชาในเดือนพฤษภาคม ทําให้มีมาตรการจำกัดการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวในบางเส้นทางที่ต้องข้ามไประหว่าง 2 ประเทศ ที่เข้มข้นขึ้น

สายการบินสัญชาติเวียดนามหลายแห่งประกาศลดความถี่ของเที่ยวบินในเส้นทางมายังประเทศไทย เนื่องจากต้องการลดความเสี่ยงทางการเงินของสายการบินที่เกิดจากความต้องการเดินทางมาประเทศไทยลดลง และต้นทุนการดําเนินงานที่เพิ่มขึ้น การลดจำนวนเที่ยวบินสะท้อนจากตั้งแต่มกราคมถึงพฤษภาคม หรือ 5 เดือนแรกของปี 2025 ปรากฏว่า นักท่องเที่ยวชาวเวียดนามจำนวนมากกว่า 300,000 คนมาเที่ยมประเทศไทย ซึ่งตัวเลขดังกล่าวลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วง 5 เดือนแรกในปี 2024

สายการบินต้นทุนต่ำอันดับหนึ่งของประเทศเวียดนาม เวียดเจ็ท Vietjet ลดเที่ยวบินรายวันระหว่างโฮจิมินห์ซิตี้และกรุงเทพ จากเดิมเคยบิน 4 เที่ยวบินต่อวัน ลงมาเหลือวันละ 3 เที่ยวบิน มีผลตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ เช่นเดียวกันกับสายการบินเวียดนาม แอร์ไลน์ ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติ และประเภทดั้งเดิมหรือฟูลเซอร์วิส รวมถึงสายการบินเวียดทราเวิล แอร์ไลน์ ปรับลดจำนวนเที่ยวบินลงจากปกติ ที่สำคัญ สายการบินแบมบู แอร์เวย์ ซึ่งให้บริการการบินไปและกลับ สนามบินนานาชาติดอนเมืองกรุงเทพได้ประกาศยุติเส้นทางบินดังกล่าวออกจากระบบการจองตั๋วโดยสารทางออนไลน์

ผู้บริหารจากสายการบินในเวียดนามรายหนึ่ง กล่าวว่าการเดินทางจากเวียดนามไปยังประเทศไทยมีความคึกคักลดน้อยลงชัดเจน ดูได้จากอัตราความถี่เที่ยวบินไปยังประเทศไทยลดลงเหลือประมาณ 60% ในบางเส้นทาง ทําให้เกิดแรงกดดันต่อค่าใช้จ่าย เช่น ค่าน้ํามันเชื้อเพลิง และค่าพนักงานสายการบิน สาเหตุจากการแข่งขันรุนแรง ราคาค่าตั๋วโดยสารกําลังทำให้กำไรหดหาย ในขณะที่ สายการบินทุกแห่งปรับเปลี่ยนเส้นทางบินมาตอบสนองความต้องการชาวเวียดนามกํที่ต้องการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้นในช่วงฤดูร้อนนี้ เช่น ดานัง เกาะฟู้โกว๊ก และเมืองนาตรัง กําลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ตัวแทนของสายการบินเวียดนามรายหนึ่ง กล่าวว่า ได้จัดลําดับความสําคัญของการบินภายในประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลกําไรของธุรกิจ

นาย Huynh Phan Phuong Hoang รองผู้อํานวยการทั่วไปของสายการบินเวียดทราเวิล กล่าวว่า ทัวร์ 5 วัน 4 คืน ยังคงจัดเป็นประจํา แต่ลดจำนวนเหลือแค่ 1 หรือ 2 กลุ่มต่อวัน เมื่อเทียบกับที่เคยจัด 4 ถึง 6 กลุ่มต่อวันในช่วงฤดูท่องเที่ยว สาเหตุจากปัญหาความตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชาที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกัน Tu Quy Thanh

ผู้อํานวยการบริษัทเหลียน แบง ทราเวิล Lien Bang Travel Trading เปิดเผยว่า ความต้องการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนยังทรงตัวสําหรับทัวร์ขาออกไปยังประเทศไทย ในแต่ละเดือน บริษัทจะจัดทัวร์สําหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเวียดนาม 4 ถึง 6 กลุ่มไปยังประเทศไทย โดยแต่ละกลุ่มประมาณ 30 คน ตราบใดที่ไม่มีคําเตือนการเดินทางอย่างเป็นทางการ และเที่ยวบินยังใช้งานได้ จะยังคงจัดทัวร์ต่อไป แต่ยอมรับว่าบริษัทมีการอัปเดตด้านความปลอดภัยให้กับลูกค้า และคู่มือก่อนออกเดินทางมายังไทย

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวชาวเวียดนามรายหนึ่ง ชื่อว่า เหงียน ที่ ฮอง ตั๋ม (Nguyen Thi Hong Tham) ซึ่งอยู่ในนครโฮจิมินห์ กล่าวว่า เธอรู้สึกมั่นใจพอที่จะไปเยือนประเทศไทยในปลายเดือนมิถุนายน เพราะไทยอยู่ใกล้ ปลอดภัย และเหมาะสําหรับการช็อปปิ้ง ขณะที่ บริษัทท่องเที่ยวยังคงโปรโมตแพ็คเกจทัวร์มาไทยที่หลากหลายสําหรับเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม โดยมีราคาตั้งแต่ 5 ล้านดองเวียดนาม หรือ 191 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 6,300 บาท ถึง 9 ล้านดองเวียดนาม หรือ 344 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 11,355 บาท ขึ้นอยู่กับที่พัก อาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวที่จัดไว้

ทั้งนี้ ในปี 2024 ผ่านไป นักท่องเที่ยวชาวเวียดนามเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 11 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมีจำนวนเกือบ 1 ล้านคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...