โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ราคาน้ำมันดิบ” ร่วงแรง จ่อปิดสัปดาห์ลดลงกว่า 12% ตลาดมองอุปทานยังล้น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 13.39 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 06.39 น.

"ราคาน้ำมันดิบ" ร่วงแรง จ่อปิดสัปดาห์ลดลงกว่า 12% มากสุดตั้งแต่มีนาคม 2566 หลังตลาดไม่เห็นสัญญาณปัญหาอุปทานจากศึกอิหร่าน-อิสราเอล นักวิเคราะห์ชี้น้ำมันยังล้นตลาด

วันที่ 27 มิถุนายน 2568 เวลา 12.25 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบ กำลังมุ่งหน้าสู่การปรับตัวลดลงรายสัปดาห์แรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 ในวันศุกร์นี้ เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลไม่มีผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ปัจจัยเสี่ยงด้านราคาหมดไป

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เพิ่มขึ้น 35 เซนต์ หรือ 0.52% มาอยู่ที่ 68.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 04.29 น. ตามเวลา GMT ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 40 เซนต์ หรือ 0.61% มาอยู่ที่ 65.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งทั้งสองสัญญายังอยู่ในทิศทางที่จะปรับลดลงประมาณ 12% เมื่อเทียบรายสัปดาห์

ระดับราคาปัจจุบันได้กลับมาอยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนที่อิสราเอลเริ่มปฏิบัติการยิงขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายทางทหารและนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา

ต้นสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน หลังสหรัฐโจมตีไซต์นิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ในวันอังคาร หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล

ขณะนี้เทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินว่าสถานการณ์ความขัดแย้งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของน้ำมันในตลาดโลก

นักวิเคราะห์จาก Macquarie ระบุว่า “เมื่อไม่มีภัยคุกคามด้านอุปทานที่สำคัญ เรายังมองว่าน้ำมันยังคงอยู่ในภาวะอุปทานล้นตลาด โดยสมดุลน้ำมันปี 2568 ของเราชี้ว่าตลาดจะมีน้ำมันส่วนเกินประมาณ 2.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน”

นักวิเคราะห์ของ Macquarie คาดการณ์ว่าราคาน้ำมัน WTI จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีนี้ และ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีหน้า โดยได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ขึ้น 2 ดอลลาร์ หลังจากนำปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาคำนวณ

ในช่วงปลายสัปดาห์ ราคาน้ำมันมีการฟื้นตัวเล็กน้อยจากข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐที่เปิดเผยว่าสต็อกน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปในสัปดาห์ก่อนหน้านั้นลดลง โดยมีการเพิ่มขึ้นทั้งในด้านการกลั่นและความต้องการใช้น้ำมัน

ฟิล ฟลินน์ นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Price Futures Group กล่าวว่า “ตลาดเริ่มตระหนักว่าสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐตึงตัวอย่างรวดเร็ว”

อีกปัจจัยที่สนับสนุนราคาคือนรายงานของ Wall Street Journal ที่ระบุว่าทรัมป์มีแผนแต่งตั้งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่เร็วกว่ากำหนด ซึ่งจุดกระแสคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยสหรัฐอาจถูกปรับลดลง ซึ่งมักส่งผลกระตุ้นความต้องการน้ำมันในตลาด

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...