โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘รมว.ต่างประเทศ’ แถลงผลประชุม UNSC ไทยงัดกม.ระหว่างประเทศฉีกหน้ากัมพูชา

ไทยโพสต์

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 18.04 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 10.58 น.

รมว.ต่างประเทศ แถลงหลังจากกลับปฏิบัติภารกิจที่สหประชาชาติ เปิดผลสรุปในที่ประชุม UNSC หารือผู้แทนระดับสูงหลายประเทศ ชี้แจงข้อเท็จจริงกัมพูชารุกรานชายแดนไทย ละเมิดอธิปไตย โจมตีเป้าหมายพลเรือน วางทุ่นระเบิดในเขตไทย ทำเด็ก 8 ขวบ-พลเรือนเสียชีวิต ทหารบาดเจ็บสาหัส ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง เรียกร้องหยุดยิงทันที ย้ำแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีและความสุจริตใจ สนับสนุนบทบาทอาเซียนไกล่เกลี่ย

26 ก.ค. 68 เวลา 11.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย แถลงข่าวสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หลังเกิดเหตุปะทะเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2568 พร้อมชี้แจงผลการเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมระดับสูงที่สหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อปกป้องผลประโยชน์และอธิปไตยของไทยในเวทีโลก

นายมาริษ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติภารกิจที่สหประชาชาติ ได้ติดตามสถานการณ์ชายแดนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อเช้าวันที่ 24 ก.ค. 2568 ซึ่งฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เริ่มโจมตีก่อน โดยโจมตีเป้าหมายที่ไม่ใช่ทหาร เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน ปั๊มน้ำมัน และร้านสะดวกซื้อ ส่งผลให้มีพลเรือนไทยได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก รวมถึงเด็กวัย 8 ปีที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

“ผมเชื่อว่าไม่มีประเทศใดยอมรับการกระทำเช่นนี้ได้” นายมาริษ กล่าว พร้อมระบุว่าการกระทำของกัมพูชาไม่เพียงละเมิดอธิปไตยของไทย แต่ยังขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ซึ่งสมควรได้รับการประณามจากประชาคมโลก

นายมาริษ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ประณามการรุกรานของกัมพูชา ลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต โดยเรียกเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญกลับประเทศ และขอให้เอกอัครราชทูตกัมพูชากลับประเทศเช่นกัน พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชายุติการโจมตีและแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

รมว.ต่างประเทศ ยังกล่าวถึงกรณีที่กัมพูชาวางทุ่นระเบิดในเขตอธิปไตยของไทย ซึ่งมีหลักฐานยืนยันชัดเจน ส่งผลให้ทหารไทย 2 นายบาดเจ็บสาหัสจากการสูญเสียขา “ผมเสียใจอย่างยิ่งกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น และขอชื่นชมความกล้าหาญของทหารไทยทุกนายที่เสียสละเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ” นายมาริษ กล่าว พร้อมย้ำว่าประเทศไทยดำเนินการทุกอย่างด้วยความสุจริตใจในการแก้ไขปัญหาเขตแดน แต่การกระทำของกัมพูชาซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้ต้องชี้แจงต่อประชาคมโลกโดยเร็วที่สุด แต่เมื่อฝ่ายกัมพูชาเลือกที่จะละเมิดอธิปไตยของไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในฐานะ รมว.ต่างประเทศ ตนจึงจำเป็นต้องเดินทางไปชี้แจงกับประชาคมระหว่างประเทศด้วยตนเองและโดยเร็วที่สุด

นายมาริษ กล่าวอีกว่า การเดินทางไปสหประชาชาติเพื่อเข้าร่วมการประชุมเวทีหารือทางการเมืองระดับสูงว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (HLPF) เป็นโอกาสสำคัญในการชี้แจงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยได้กล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) และพบหารือกับผู้แทนระดับสูงจากหลายประเทศ ได้แก่ เลขาธิการสหประชาชาติ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศปากีสถาน (ประธาน UNSC), รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ปานามา (ว่าที่ประธาน UNSC วาระถัดไป), รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น (ประธานคณะกรรมการประจำอนุสัญญาออตตาวา), และผู้แทนประธานาธิบดีรัสเซีย

ในการหารือ นายมาริษ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดอธิปไตยของไทยก่อน ย้ำจุดยืนของไทยในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีผ่านกลไกทวิภาคี และประณามการละเมิดอนุสัญญาออตตาวาของกัมพูชาในกรณีวางทุ่นระเบิด นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติได้ยื่นหนังสือชี้แจงต่อประธาน UNSC เพื่อให้สมาชิกได้รับทราบอย่างเป็นทางการ

นายมาริษ ยังกล่าวอีกว่า เมื่อคืนวันที่ 25 ก.ค. 2568 (ตามเวลานิวยอร์ก) UNSC ได้จัดการประชุมแบบปิด โดยมี 15 ประเทศสมาชิก รวมถึงไทยและกัมพูชาเข้าร่วม ฝ่ายไทยย้ำว่ากัมพูชาเป็นผู้เริ่มโจมตี โดยโจมตีเป้าหมายพลเรือนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ขณะที่ถ้อยแถลงของสมาชิก UNSC เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจ หยุดยิง และแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี พร้อมสนับสนุนบทบาทของอาเซียนในการไกล่เกลี่ย โดยย้ำว่าสถานการณ์นี้ไม่ใช่ภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ และที่ประชุมไม่ได้มีมติหรือออกเอกสารใดๆ

นายมาริษ กล่าวว่า ขอบคุณนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม สำหรับข้อเสนอหยุดยิง ซึ่งไทยเห็นด้วยในหลักการ โดยกัมพูชาจะต้องหยุดโจมตีและแสดงความจริงใจ ไทยพร้อมหารือกับมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนอย่างสร้างสรรค์เพื่อหาข้อยุติต่อไป

นายมาริษ ชี้แจงกรณีที่กัมพูชากล่าวหาว่ากองทัพไทยรุกรานและทำลายปราสาทพระวิหารว่า เป็นข้อมูลเท็จและไร้หลักฐาน โดยการปะทะเมื่อวันที่ 24 ก.ค. เกิดขึ้นที่ห้วยตามะเรียและภูมะเขือ ซึ่งอยู่ห่างจากปราสาทพระวิหารถึง 2 กิโลเมตร จึงเป็นไปไม่ได้ที่กระสุนจะส่งผลกระทบถึงตัวปราสาท ฝ่ายไทยได้ชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านหนังสืออย่างเป็นทางการแล้ว

ทั้งนี้ นายมาริษ ได้สั่งการให้กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศไทย ทำหนังสือประท้วงต่อคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศและคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เกี่ยวกับการโจมตีเป้าหมายพลเรือน ซึ่งรัฐบาลไทยไม่อาจยอมรับได้

นายมาริษ ย้ำว่า ประเทศไทยยึดมั่นในการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธีตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และพร้อมร่วมมือกับประชาคมโลกเพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพ พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชายุติการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและกลับสู่การเจรจาด้วยความสุจริตใจ สุดท้าย นายมาริษ ส่งกำลังใจถึงประชาชนในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมยืนยันว่ากระทรวงการต่างประเทศไทยจะปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความปลอดภัยของคนไทยอย่างเต็มความสามารถ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...