โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อพยพแล้วกว่าแสนคนหนีภัยปะทะชายแดน ไทย–กัมพูชา

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 01.56 น.
ปลัดมหาดไทยเผย ประชาชน 4 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชากว่า 100,000 คนต้องอพยพหนีภัยปะทะ เข้าศูนย์พักพิง 295 แห่งทั่วภาคอีสาน

ย้ายด่วน! ประชาชนชายแดนกว่า 1 แสนคนอพยพเข้าเซฟโซน

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เวลา 22.30 น. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยสถานการณ์ฉุกเฉินจากเหตุความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมีการยิงอาวุธเข้ามาในพื้นที่ไทย ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนใน 4 จังหวัดชายแดน ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ จนต้องมีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงอย่างเร่งด่วน

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง บูรณาการกับทุกภาคส่วน ใช้แผน “พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง” เพื่ออพยพประชาชนเข้าสู่ศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมจัดเตรียมความช่วยเหลือพื้นฐานให้ครบครัน เช่น อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค ห้องน้ำ และที่พัก พร้อมเน้นย้ำว่าความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อน

ศูนย์พักพิงแน่น 295 จุด 4 จังหวัด

ปลัดมหาดไทยระบุว่า ณ เวลา 22.30 น. ของวันที่ 24 กรกฎาคม มีประชาชนรวมทั้งสิ้น 100,672 คน ที่ได้อพยพเข้าไปยังศูนย์พักพิงใน 4 จังหวัด ดังนี้:

  • สุรินทร์ 56,000 คน (67 แห่ง)
  • ศรีสะเกษ 17,196 คน (58 แห่ง)
  • บุรีรัมย์ 17,000 คน (1 แห่ง)
  • อุบลราชธานี 10,476 คน (169 แห่ง)

นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการกำลังจากฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) หน่วย ชรบ., อปพร. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเสริมขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในศูนย์พักพิง และเจ้าหน้าที่แนวหน้า พร้อมเร่งให้ข้อมูลสถานการณ์แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ห้ามกลับบ้านจนกว่าจะมีคำสั่ง

เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้รับคำสั่งให้เฝ้าระวังทรัพย์สินในหมู่บ้านที่ถูกทิ้งร้าง และมีคำเตือนอย่างชัดเจนว่า ประชาชนยังไม่สามารถกลับเข้าไปในพื้นที่เดิมได้ จนกว่าจะมีประกาศอย่างเป็นทางการจากภาครัฐ

การอพยพครั้งใหญ่ในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในมาตรการปกป้องพลเรือนครั้งสำคัญในรอบหลายปี โดยเน้นการประสานงานระหว่างภาครัฐและท้องถิ่นเพื่อรับมือกับสถานการณ์รุนแรงที่ยังคงยืดเยื้อ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...