โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวร้องคลินิกเสริมความงาม กลางห้างดัง หลอกขายคอร์ส สูญเงินกว่า 1.4 ล้าน

Khaosod

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 11.09 น.

สาวร้องคลินิกเสริมความงาม กลางห้างดัง หลอกขายคอร์ส สูญเงินกว่า 1.4 ล้าน มีการสับเปลี่ยนบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นหมอเข้ามาทำหน้าให้ลูกค้าไม่ซ้ำคน ไม่รู้ว่าเป็นหมอจริงหรือไม่

วันที่ 15 ก.ค.2568 ที่ห้องรับรอง สนามบินนานาชาติอุดรธานี นายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รมต.สาธารณสุข ได้รับเรื่องร้องเรียนกับนายกฤษฎา โลหิตดี หรือทนายโนบิตะ และผู้เสียหายเป็นผู้หญิง 2 ราย โดยมีการยื่นหนังสือร้องเรียน ให้ตรวจสอบคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งในจ.อุดรธานี

หลังมีพฤติกรรมจัดกิจกรรมชักชวนให้เข้าไปซื้อคอร์สเสริมความงาม แต่การให้บริการไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ผู้ให้บริการอาจจะไม่ใช่หมอเฉพาะทาง มีการฉีดสารบางอย่างเข้าร่างกายจนเป็นผื่นแดง มีการเสนอขายยาเสริมความงาม แต่คิดว่าเป็นยาที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้มีผู้เสียหลายรายตกเป็นเหยื่อ บางรายต้องสูญเงินกว่าล้านบาท

สาวร้องคลินิกเสริมความงาม กลางห้างดัง หลอกขายคอร์ส สูญเงินกว่า 1.4 ล้าน

สาวร้องคลินิกเสริมความงาม กลางห้างดัง หลอกขายคอร์ส สูญเงินกว่า 1.4 ล้าน

ต่อจากนั้นในเวลา 09.30 น.วันเดียวกัน ทนายโนบิตะ ได้พาหญิงผู้เสียหายจำนวน 6 ราย เขาพบกับ พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อติดต่อขอเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคลินิกดังกล่าว โดยผู้เสียหายทั้งหมดได้เข้าชี้แจงข้อมูลในเบื้องต้น หลังจากนั้นได้แจ้งความต่อ พ.ต.ต.ภาคภูมิ แก้วสวนจิก สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี และเดินทางไปยัง สนง.สสจ.อุดรธานี เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนเพิ่มเติม เพื่อจะได้เข้าตรวจสอบคลินิกดังกล่าว ตาม พรบ.สาธารณสุข ก่อนในเบื้องต้น

กระทั่งเวลา 10.30 น. ภก.มะโนตร์ นาคะวัจนะ เภสัชกรเชี่ยวชาญ รอง นพ.สสจ. อุดรธานี พ.ต.ต.ภาคภูมิ แก้วสวนจิก สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี นำคณะเจ้าหน้าที่ สสจ.อุดรธานี และ สภ.เมืองอุดรธานี เข้าตรวจสอบคลินิกเสริมความงามที่ได้รับการร้องเรียน ตั้งอยู่ชั้น 3 ศูนย์การค้าชื่อดัง ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี

โดยมีหญิงรายหนึ่งอ้างตัวเป็นผู้จัดการสาขา นำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร อุปกรณ์ เครื่องมือเสริมความงาม และผลิตภัณฑ์ยา อาหารเสริม แบ่งเป็นห้องเสริมความงาม 6 ห้อง ห้องเก็บผลิตภัณฑ์ยา อาหารเสริม 1 ห้อง

ทนายโนบิตะ ให้ข้อมูลว่า ผู้เสียหายหลายรายอ้างว่า เมื่อใช้บริการแล้วพบว่าผู้ให้บริการและผู้ที่ทำหัตถการไม่ใช่แพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตประจำคลินิก มีพฤติการสลับสับเปลี่ยนบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นแพทย์เข้ามาทำหน้าให้ลูกค้าไม่ซ้ำคน ไม่รู้ว่าเป็นแพทย์จริงหรือไม่ บางเคสก็เป็นพนักงานเป็นคนทำเอง ลูกค้าบางคนแพ้ถึงขั้นเป็นผื่นแดง แต่คลิกนิกกลับไม่สนใจรับผิดชอบ ราคาคอร์สที่ตัดเงินลูกค้าก็สูงกว่าคลินิกอื่น

ผลิตภัณฑ์บางตัวที่อ้างว่ามี ก่อนที่จะทำการซื้อคอร์ส เมื่อไปใช้บริการจริงกลับพบไม่มีเครื่องชนิดนั้น ลูกค้าขอตรวจสอบตัวยาและผลิตภัณฑ์ก็ไม่ได้ มิหนำซ้ำคนที่ผสมยากับเป็นพนักงานไม่ใช่แพทย์ รวมทั้งมีการกล่าวอ้างว่าค่าบริการแพงเนื่องจากเครื่องมือนำเข้ามาจากเยอรมัน เป็นเครื่องที่ได้มาตรฐาน

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีการใช้บัญชีม้าในการรับเงินกว่า 4 บริษัท มีเงินหมุนเวียนในบัญชีม้าไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท อยู่ระหว่างการขยายผล ทั้งที่บริษัทฯ เพิ่งเปิดได้ไม่ถึง 1 ปี เส้นทางการเงินพบว่ามีความสัมพันธ์เชื่อมโยงหลายคลินิกฯ ที่เปิดให้บริการในกรุงเทพฯ หลายแห่ง และมีพฤติกรรมในการจัดกิจกรรมเอาดารานักร้องมาอ้างแล้วชักชวนขายคอร์ดเช่นเดียวกันกับ จ.อุดรธานี

เบื้องต้นทาง สสจ.อุดรธานี พบว่ามีคลินิกดังกล่าวมีการแสดงใบอนุญาตคนละชื่อกับคลินิก ส่วนเรื่องการแสดงใบอนุญาตแพทย์ผู้ควบคุมดูแล แพทย์ผู้ปฏิบัติงาน และผลิตภัณฑ์ยา ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง หากมีการกระทำความผิดจริง ต้องถูกดำเนินการตาม พรบ.สาธารณสุข และขยายผลในความผิดอื่นต่อไป

น.ส.เอมมี่ (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า วันที่ 23 พ.ย.2567 ได้เดินไปซื้อของในศูนย์การค้า ขณะเดินผ่านงานอีเว้นต์ของคลินิกดังกล่าว ได้มีพนักงานขายของคลินิกเวชกรรมเข้ามาทักทาย พูดจาหว่านล้อมว่าทางคลินิกฯ กำลังจัดโปรโมชั่นเสริมความงามอยู่ จึงได้สอบถามเกี่ยวกับคอร์สเสริมความงาม ฉีดหน้า ทำหน้าเรียวไหม

เขาบอกว่ามีคอร์สราคา 1 หมื่นบาท ทำได้ 5 ครั้ง ถ้าสนใจโอนเงินวันนี้จะทำให้ฟรีในครั้งแรก ตนก็หลงเชื่อขึ้นไปคลินิกไปนวดหน้าฟรี ระหว่างใช้บริการอยู่ พนักงานก็มาเสนอโปรโมชั่นเพิ่มเติม จ่ายเงินเพียง 3 แสนบาท จะเลือกทำโปรแกรมใดก็ได้เหมือนเป็นเจ้าของร้าน ในวงเงิน 9 แสนบาท ตนหลงเชื่อจึงตอบตกลง

แต่เมื่อกลับไปใช้บริการในวันนัด ตนต้องการจะฉีดหน้ายกกระชับใบหน้า พนักงานบอกว่าต้องเปิดโปรโมชั่นเพิ่มอีก 3 แสน เป็นแบบหัตถการ ตนก็จ่ายไปอีก เมื่อกลับไปใช้บริการอีกครั้ง เขาก็บอกว่ามีเซอร์ไพร์ ผู้จัดการมาจาก กทม. สั่งเครื่องยกกระชับหน้าท้องมาจากเยอรมัน คอร์สเต็มราคา 8 แสน แต่จะลดให้เหลือ 4 แสน

เมื่อรวมกับ 2 คอร์ส ที่ผ่านมา จะเพิ่มวงเงินการใช้บริการจาก 9 แสน เป็น 1 ล้านบาท รวมทั้งการเสนอขายยาฉีดหน้าอีกหลายครั้ง ครั้งละ 1 แสน ตอนนั้นตนเริ่มไม่อยากจะทำต่อแล้ว เพราะเห็นว่าจ่ายเงินไปเยอะแล้ว จนครั้งสุดท้าย ตนเข้ามาใช้บริการอีกครั้ง พนักงานได้เอาน้ำมะตูมมาให้ดื่ม

หลังจากนั้นระหว่างที่ตนนวดตัวอยู่ ก็มีอาการสะลึมสะลือ เขาก็มาเสนอขายคอร์สฉีดสารลดความอ้วน ฉีดเข้าเส้นเลือด ส่วนเกินต่างๆจะออกมาทางปัสสาวะ จากราคา 8 แสน เหลือ 4 แสน ตนก็ปฏิเสธเพราะกลัวการฉีด แต่ก็มีพนักงานมาขอบัตรเครดิตตนไป อ้างว่าจะเอาไปเช็คโปรโมชั่น เมื่อนวดตัวเสร็จเขาก็เอาบัตรมาคืน และให้เราเซ็น

ตนก็แปลกใจ พนักงานเขาก็บอกว่าพี่ตอบตกลงซื้อแล้ว ตรงนี้ตนไม่โอเค เพราะตนไม่ได้ตั้งใจซื้อ ที่เซ็นต์ไปก็เพราะอยากกลับบ้าน เมื่อทบทวนแล้วก็มองว่าราคาแพงมาก นวดหน้า ทรีทเมนท์ที่อื่นราคาหลักร้อย แต่ที่นี่คำนวณแล้วเกือบ 5 พันบาท เบ็ดเสร็จแล้วตนเสียเงินกับคลินิกนี้ไป 1.4 ล้านบาท

สอบถามผู้เสียหายรายอื่นๆ ก็มีพฤติกรรมคล้ายกัน คลินิกของเขาอยู่บนห้างดูน่าเชื่อถือ เขาบอกว่าเครื่องไม้เครื่องมือนำเข้ามาจากต่างประเทศมีคุณภาพ แต่ตนมองดูแล้วลักษณะเครื่องมือไม่น่าจะแพงขนาดนั้น ตนมองว่าเป็นเครื่องธรรมดา แต่เขาก็บอกว่าเป็นเครื่องอันดับ 1 ของประเทศ เรื่องหมอก็เห็นแค่มีหมอจริงมาแค่วันเสาร์หรืออาทิตย์

วันอื่นก็เห็นเป็นเด็ก ซึ่งเขาก็มาฉีดหน้าให้เราด้วย ตนเอะใจว่าอาจจะถูกหลอกลวง เลยไปเช็คการโอนเงินต่างๆ มีการโอนเข้าบัญชีหลายบัญชี เช็คดูชื่อคลินิกในเน็ต ก็มีคนบอกว่าเป็นการหลอกลวง ตนจึงไปปรึกษาทนายโนบิตะ ตนได้อยากได้เงินคืน และอยากให้เขาหยุดพฤติกรรมนี้ ตอนนี้ตนยังไม่ได้ติดต่อคลินิกไปเลย แต่เห็นผู้เสียหายรายอื่นไปขอเงินคืน เขาก็ไม่ให้ เขาบอกว่าให้ไปฟ้องเอา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สาวร้องคลินิกเสริมความงาม กลางห้างดัง หลอกขายคอร์ส สูญเงินกว่า 1.4 ล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...