โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เห็นแล้วทนไม่ไหว เปิดใจหนุ่มเมืองชล แค้นเขมร ชักธงกัมพูชาลงจากกลุ่มอาเซียน ล่าสุดเหลือแต่เสา

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 ก.ค. 2568 เวลา 16.20 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 16.20 น.

เห็นแล้วทนไม่ไหว เปิดใจหนุ่มเมืองชล แค้นเขมร ชักธงกัมพูชาลงจากกลุ่มอาเซียน ล่าสุดเหลือแต่เสา

จากกรณีเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความว่า “ผมชักธงเขมรลงมาเอง ผมคนไทยไม่อาจเห็นธงชาติศัตรูนะเวลานี้ ชักอยู่บนยอดเสาในประเทศของไทยได้ (ถ้าชักธงมันขึ้นไปบนยอดเสา ธงมันสูงกว่าธงของไทยเราซะอีก) ดูเอาจะให้ผมยอมได้ไง #ชักลงครึ่งเสาเป็นการไว้อาลัยให้กับประเทศเขมรมันล่วงหน้า เป็นลางร้ายให้ประเทศมันแพ้ไทยย่อยยับ” พร้อมกับรูปภาพที่ถ่ายเซลฟี่คู่กับธงประเทศกัมพูชาที่ลดลงมาจนถึงพื้น และล่าสุดธงหายไปแล้ว

ต่อมาวันที่ 26 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บริเวณแหลมแท่น ริมทะเลบางแสน ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้พบกับธงชาติกลุ่มประเทศอาเซียน ที่ยังโบกสะบัดอยู่บนยอดเสา มีเพียงธงของประเทศกัมพูชาที่หายไปเหลือเพียงเสาเท่านั้น

จากการสอบถาม นายสิงหา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี เจ้าของโพสต์ดังกล่าว ได้เปิดเผยว่า ตนดูข่าวที่ประเทศกัมพูชายิงปืนและทิ้งระเบิดใส่ชาวบ้านในประเทศไทย ตนเห็นแล้วแค้น พอมองมาเห็นธงชาติของประเทศกัมพูชาที่โบกสะบัดสูงเทียบเท่าประเทศไทยก็ทนไม่ได้ จึงได้เข้าไปเอาธงชาติของประเทศกัมพูชาลงเพื่อแก้แค้นส่วนตัว ซึ่งตนได้ดึงลงมาเพียงเท่านั้น แต่ไม่รู้หลังจากนั้นใครเป็นคนนำธงออก สาเหตุมาจากประเทศกัมพูชาทำร้ายคนไทยก่อนเพียงเท่านั้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เห็นแล้วทนไม่ไหว เปิดใจหนุ่มเมืองชล แค้นเขมร ชักธงกัมพูชาลงจากกลุ่มอาเซียน ล่าสุดเหลือแต่เสา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...