โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจรจาหยุดยิง ไทย-เขมร-สหรัฐ-จีน โลกเข้าข้างใคร?

INN News

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 10.39 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 12.30 น. • INN News

โต๊ะเจรจาระอุ ฮุนมาเนตเดินเกมไว ไทยยันเขมรต้องหยุดยิงก่อน

แม้หน้างานกองทัพไทย ถูกได้เปรียบในการทำสงครามกับกองทัพเขมรด้วย “การยุทธทางทหาร” ที่มียุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่าทั้งทางบกอากาศและน้ำ แต่ใช่ว่าจะไม่น่ากังวล กับ แผนการรบของเขมรที่ จะใช้ยุทธการ “เพิ่มความได้เปรียบ”ในการต่อรอง ระหว่างการเจรจาหยุดยิงอย่างที่กองทัพเขมรยังคงมีการยิงถล่มเข้ามาในเขตแดนไทยตลอดเมื่อวาน (27ก.ค.) แม้จะมีทวิตจากทรัมป์ขู่ทั้งไทย-เขมร ที่ “ฮุนมาเนต” นำมาเคลมมาสู่เรื่องการเปิดโต๊ะเจรจาที่มาเลเซียแล้ว กระทั้งถึงค่ำคืน
ตลอดคืนจนเช้ามืดวันนี้ (28ก.ค.) ที่2ฝ่ายยังมีการปะทะหลายแนวรบแม้จะมีข่าวฝ่ายไทยยึดและตั้งเสาธงชาติไทยที่ภูมะเขืออย่างที่กองทัพบกโพสต์ว่า เข้าวันที่ 5 ห้าทุ่มถึงเที่ยงคืนตี1ตี 3
ทหารไทยยังไม่ได้พักมีทุกแบบ ทั้งคืน

แต่ก็ยังอยู่ในท่ามกลางกระแสข่าวน่ากังวลต่ออาวุธของจีนที่ทิ้งไว้ในเขมรทั้งหมด หลังการร่วม ซ้อมรบกับใน”ยุทธการมังกรทอง”หรือ Golden Dragon 2025 ซึ่งปีนี้จัดใหญ่สุดนับตั้งแต่ซ้อม กันมาตั้งแต่ปี 2016 ที่เขมรยังไม่งัดออกมาใช้ เช่น อุปกรณ์ทหารขั้นสูงอย่างยานเกราะ ปืนใหญ่ เฮลิคอปเตอร์ เรือรบ โดรน และหุ่นยนต์สุนัขรบ รวมถึง อาวุธพิสัยไกล PHL-03 ซึ่งเป็นระบบยิงจรวด หลายลำกล้องขนาด 300 มม. ที่มีความสามารถในการยิงได้ไกลถึง 130-150 กม.ที่มีความพยายามเคลื่อน
มาติดตั้งบริเวณแนวชายแดน

แม้ฝ่ายไทยจะมีเครื่องบิน F16 และ กริฟเพ่น ในการสกัดการส่งกำลัง ที่กองทัพไทยเพิ่งแจ้งเตือนประชาชน ให้เฝ้าระวังแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่เป็นระยะ โดยท่าทีจาก “กองทัพไทย”ยังคงยืนยันในหลักการรบทีรักษาความได้เปรียบและต้องให้เขมรเป็นฝ่ายหยุดยิงก่อนและมาร้องรอการเจรจา

ในขณะที่โหมดการเมืองระหว่างประเทศ โต๊ะเจรจาหยุดยิงสงครามไทย-เขมร ที่ถูกยกระดับมาสู่โต๊ะกลางที่มีอาเซียนโดย “อันวาร์” นายกมาเลเซีย ประธานอาเซียน เป็น “เจ้าภาพ” ร่วมกับมหาอำนาจ จีน-สหรัฐ ที่มาในรูปแบบกึ่งแทรกแซงโดยมีผลประโยชน์ที่ไม่น่าไว้วางใจทั้งคู่และสหภาพยุโรป ไม่นับรวมองค์กรต่างประเทศอย่าง UN ที่มีบทบาทผ่าน UNSC ก่อนหน้านี้ โดยในวันนี้ (28ก.ค.) ดูทรง เหมือน “ฮุนมาเนต”นายกเขมร จะก้าวนำ ผู้นำรัฐบาลไทย ภายใต้ “รักษาการนายกอ้วน ภูมิธรรม เวชชยชัย” ไปมากกว่าหนึ่งก้าวเสมอ บนเวทีโลก หลังจากที่ผ่านมา “รัฐบาลเขมร”แสดงให้เห็นว่า “เก๋ากว่าเร็วกว่า” ทั้งเปิดเกมรุก ประเทศเล็กแต่กล้ารุกรานประเทศใหญ่กว่า และ พลิกเกมได้เร็ว มาตลอด ไม่นับรวม “จุดอ่อน” ของไทยกรณี 2 ตระกูล

ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง “สตอรี่”วางพล็อตเรื่องล่วงหน้าจนมาถึงการ การจับจังหวะออกแถลงการณ์อย่างเป็น ทางการทีผ่านมา หรือแม้กระทั่งการ “พลิกเหลี่ยม”เมื่อดูท่าว่าเวที UNSC เสียปรียบไม่เป็นไปตามที่ “เซ็ตเกม”ไว้ เพราะถูกทูตไทยแฉกลางวงถึงความอำมหิตโหดทำร้ายประชาชนไทยผู้บริสุทธิ์ยิงสุ่มใส่สถานที่ เปราะบางโรงพยาบาลโรงเรียนและชุมชนชาวบ้านเด็กเล็กเสียชีวิตนับสิบศพ เข้าข่าย ที่คนบัญชาการรบอย่าง ”ฮุนเซน” จะถูกฟ้องศาล ICC ฐานก่ออาชญากรสงครามจึงนำมาสู่การพลิกเกมให้ 2 มหาอำนาจ จีน-สหรัฐ ที่กำลังใกล้ไฟนอลผลประโยชน์ ทั้งการเจรจา “ภาษีทรัมป์”เข้ามากดดันไทยแทน โดย “ฮุนมาเนต”ชิงเคลม ผ่านFB ว่าการประชุมนี้ มี สหรัฐฯ เป็น co-organizer มีตัวแทน จีน ร่วมด้วย หลังจากตนได้คุย กับ Donald Trump พร้อมขอบคุณ “อันวาร์” ที่จัดการประชุมนี้

ทั้งนี้โต๊ะเจรจาที่มาเลเซีวยวันนี้ ถูกจับตาจากหลายฝ่ายท่ามกลางความกังวล ไม่แต่ผลลัพธ์ที่จะออกมา “ที่คนใน2ประเทศย่อมไม่พอใจหากจะจบดื้อๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นท่างกลางความสูญเสียและเสียหายของ พลเมืองและ มหาอำนาจ สหรัฐ,จีน,ยุโรป รวมถึง อาเซียน เอง จะเล่นบท “แทรกแซง”กดดัน เข้าทางใคร เพราะทั้งไทย-เขมร ต่างมีผลประโยชน์กับทุกประเทศที่อยู่บนโต๊ะเจรจา อย่างที่ “ดร.ปณิธาน วัฒนายากร” ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ บอกว่า ท่าทีในการต่างประเทศไทยอย่างน้อยต้องมี 3 ท่าที

คือ 1.ขณะนีเรายังไม่ยอมให้ใครมาแทรกแซงปฏิบัติการทางทหารเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียอีก อันนี้จะเป็นเหตุผล ว่าเราป้องกันตนเอง แต่หลังจากนี้ เราก็ยินดีขอบคุณที่หวังดีที่วันนี้ไม่มีแต่สหรัฐยังมีจีนและมียุโรป UNSC รวมทั้งคณะมนตรีความมั่นคงถาวรทั้งหมดคืออังกฤษ ฝรั่งเศส ที่สนใจเข้ามา แต่เรายินดีให้แค่มาแค่ “ประสานงาน” ไม่ใช่ให้ “ไกล่เกลี่ย”โดยต้องอยู่ใน “เงื่อนไข”ของเรา

และสุดท้าย ก็ต้องระวัง “มาเลเซีย” ไม่ให้มา “ชี้นำ”กำกับเรา จริงๆอยากให้ไทยนั่งหัวโต๊ะก็จะดี ซึ่งหลังจากวันนี้ ควรมีการตัดสินใจให้ชัดว่าใครจะมาช่วยดูกำกับไม่ให้เขมรละเมิดข้อตกลง “หยุดยิง”อีก เพราะทั้ง2ประเทศยังคง มีปฏิบัติการทางทหารขณะที่รับรุกขณะที่ถอนกำลัง หรือจะมีอีกข้อที่กต.ถามว่า “เขมร”ไม่จริงใจ หลังจากนี้จะจริงใจต่อ “ข้อตกลงหยุดยิง”หรือเปล่า ที่ต้องประกอบไปในข้อสังเกตการณ์ เพื่อให้ข้อตกลงหยุดยิงเป็นไปตามนั้นในอนาคต

ขณะที่ “ภูมิธรรม”เผยก่อนประชุม ว่า เงื่อนไขเจรจา 'เขมร' ต้องหยุดยิง โดยเชื่อว่าจากหลักฐานที่ชัดเจนในพฤติกรรม ของเขมรที่ทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ แม้โต๊ะเจรจานี้ “ฮุนมาเนต”จะเป็นคนผลักดัน แต่ประเทศที่เข้าประชุมรวมถึงทั่วโลก ที่ทราบเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น จะยืนข้างประเทศไทย เพราะถือว่ากัมพูชาละเมิดข้อตกลง และกฎหมายระหว่างประเทศ และ 3 ประเทศ มาเลเซีย จีน สหรัฐอเมริกา ที่ยื่นเรื่องเข้ามา ทุกคนพูดประเด็นเดียวกันคือไม่อยากเห็นสงคราม และไม่อยากเห็นการกระทำที่รุนแรงไปกว่านี้ และสิ่งที่กระทำกับพลเรือนไทย ว่ากัมพูชากระทำมิชอบ การเจรจาวันนี้ คือทำให้พลเมืองปลอดภัยและไม่รุกล้ำมาในเขตแดนไทย

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...