โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ใช้ AI แล้วฉลาดขึ้นหรือตรงข้าม? 5 ขั้นใช้ AI สร้างศักยภาพมนุษย์

Amarin TV

เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 15.56 น.
ดร. พัทน์ ภัทรนุธาพร นักเทคโนโลยีจาก MIT Media Lab เผย 4 วิธีใช้และออกแบบ AI อย่างไรให้เสริมสร้างศักยภาพมนุษย์

วันนี้คุณใช้ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ช่วยงานแล้วหรือยัง? รู้หรือไม่ว่าการใช้ AI แต่ละครั้ง คุณช่วยพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ให้ “ฉลาดขึ้น” แต่พฤติกรรมเสพติดการใช้ AI ช่วยงานไปเสียทุกอย่างอาจไม่ส่งผลดีต่อ “ความฉลาด” ของเรา

งานวิจัยฉบับใหม่ AI Tools in Society: Impacts on Cognitive Offloading and the Future of Critical Thinking เปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการใช้ AI กับความสามารถในการวิเคราะห์ (critical thinking) ของผู้ใช้งาน

รายงานดังกล่าวเปิดเผยว่า มีความสัมพันธ์เชิงลบระหว่างพฤติกรรมการใช้ AI เป็นประจำกับความสามารถในการวิเคราะห์และความสามารถในการคิดที่จำกัด รายงานพบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจอายุน้อยมีแนวโน้มพึ่งพา AI มากกว่า และยังมีความสามารถในการวิเคราะห์ต่ำกว่าอีกด้วย แต่ก็พบด้วยว่า ระดับการศึกษามีผลต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์ในทุกช่วงวัย ฉะนั้นการให้ความรู้–ความเข้าใจการใช้ AI อย่างถูกต้องจะช่วยให้คนสามารถใช้ AI และมีความสามารถในการวิเคราะห์ไปด้วยได้พร้อมกัน

นอกจากนี้ รายงานฉบับล่าสุดจาก MIT ยังพบว่า 83% ของผู้ใช้ ChatGPT มีปัญหาในการจดจำ โดยงานวิจัยดังกล่าวทดสอบผู้เข้าร่วม 54 คน โดยให้ผู้เข้าร่วมเขียนเรียงความผ่าน 3 วิธีคือ การใช้ ChatGPT การใช้ search engines และการใช้ความสามารถทางสมองของตนเอง โดยพบว่า เมื่อผู้ที่เขียนรายงานด้วย ChatGPT เป็นประจำ กว่า 83% มีปัญหาในการจดจำสิ่งที่ตัวเองต้องเขียนไม่กี่นาทีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของความสามารถในการจดจำ

ดร. พัทน์ ภัทรนุธาพร นักเทคโนโลยีจาก MIT Media Lab กล่าวถึงการใช้ AI เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของมนุษย์ที่งานเปิดตัวรายงาน 2025 Global Human Development Report ในหัวข้อ ทางเลือกของประเศไทย: ใช้ AI ขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่มนุษย์เป็นศูนย์กลาง ว่า ต้องเริ่มจากการออกแบบที่มีเป้าหมายไม่ใช่แค่ผลิตภาพ

“การออกแบบ AI ให้ส่งเสริมพัฒนาการของมนุษย์ เราต้องโฟกัสที่ 2 อย่าง คือ ต้องมีเป้าหมายที่ไกลกว่าแค่ผลิตภาพ (productivity) หรือผลผลิตทางเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่เป้าหมายที่ 2 คือโฟกัสคำว่าปฏิสัมพันธ์ (interaction) เพราะ AI จะส่งผลดีหรือไม่ดี ไม่ได้เกี่ยวกับเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่เกี่ยวกับวิธีการที่เราออกแบบว่าเกี่ยวพันกับมนุษย์ในมิติที่ซับซ้อนอย่างไร”

ดร. พัทน์กล่าวว่า หากเราต้องการขยายเป้าหมายให้กว้างขึ้น เราไม่ควรถามแค่ว่า “AI ทำอะไรได้” แต่ควรถามว่า “AI ทำอะไรกับเรา” และเล่าว่า MIT Media Lab จึงมีขอบเขตโฟกัสใน 6 ขอบเขตเพื่อเพิ่มความเป็นมนุษย์ให้ AI คือ Sense of Purpose (ความรู้สึกถึงเป้าหมายในชีวิต), Comprehension & Agency (ความเข้าใจและความสามารถในการควบคุมตนเอง), Curiosity & Learning (ความใฝ่รู้และการเรียนรู้), Creativity & Expression (ความคิดสร้างสรรค์และการแสดงออก), Physical & Mental Wellbeing (สุขภาวะทางกายและใจ), Healthy Social Lives (ชีวิตทางสังคมที่ดีและมีสุขภาวะ)

“AI ตัวเดียวกันเราสามารถออกแบบให้มันทั้งกดความฉลาดของมนุษย์ และเพิ่มความฉลาดของมนุษย์ได้ ขึ้นกับวิธีการออกแบบ”

  • อย่าให้ AI แค่บอกคำตอบ แต่ต้องมีคำอธิบาย

คำถามต่อมาที่พัทน์ยกขึ้นคือ จะออกแบบ AI อย่างไรให้ช่วยพัฒนาเราในหัวข้อต่าง ๆ เหล่านี้ คุณพัทน์เริ่มจากแนวทางข้อแรกคือ การให้คำอธิบาย คุณพัทน์กล่าวและเล่าถึงการทดลองออกแบบ AI ให้มาเป็น “สมองที่ 2” หรือมาช่วยเสริมการคิดของมนุษย์ ซึ่งคุณพัทน์กล่าวว่า การออกแบบสมองที่สอง สิ่งที่สำคัญคือการให้คำอธิบายในการให้คำตอบหรือการตัดสินใจแต่ละครั้ง

“เราพบว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ AI ให้เหตุผล จะทำให้คนแยกข้อมูลที่เป็นเหตุเป็นผล และไม่เป็นเหตุเป็นผลออกจากกันได้ […] อย่างไรก็ตาม เรายังพบว่า การที่ AI ให้เหตุผลก็สามารถนำไปสู่การที่คนเชื่อ AI มากเกินไปได้ และใช้ AI ในการช่วยตัดสินใจตลอดเวลา แล้วจะเป็นอย่างไรถ้า AI ให้คำอธิบายที่ผิด?” คุณพัทน์กล่าว

  • เพิ่มความสามารถในการตัดสินใจ ด้วยการให้ AI ถามเราบ้าง

คุณพัทน์ยังเสริมว่า แม้ AI จะให้ข้อมูลปลอม มันก็จะแนบเนียนมากจนเราอาจไม่รู้ตัว และกระบวนการแบบนี้จะทำให้ความสามารถในการตัดสินใจของเราลดต่ำลง การออกแบบเพื่ออุดช่องส่วนนี้คือ การสร้างปฏิสัมพันธ์กับ AI แบบใหม่ด้วยการให้ AI ถามคำถามเราเพื่อกระตุ้นให้เราคิดเอง

“เราศึกษาว่า จะเป็นยังไงถ้า AI ไม่ใช่แค่บอกเรา แต่ถามคำถามเราด้วย ซึ่งเป็นวิธีการที่โสเครติสคุยกับลูกศิษย์ วิธีการแบบนี้จะทำให้คนตัดสินใจได้ดีกว่าการที่ AI ให้คำตอบที่ถูกต้องด้วยซ้ำ เพราะเมื่อ AI ตั้งคำถาม มันจะกระตุ้นให้คนเราดึงเอาความสามารถในการวิเคราะห์ และการตั้งคำถามสงสัยตัวเองออกมา”

  • ชีวิตที่มีคุณค่า วางแผนระยะยาวได้ ด้วยแฝดดิจิทัล

คุณพัทน์กล่าวว่า อันตรายข้อหนึ่งของ AI คือ การที่มันสามารถทำให้เราใช้เวลาบนสื่อออนไลน์ไปได้เรื่อย ๆ เช่น การ “ไถฟีด TikTok หรือ Social Media” และลืมโฟกัสว่าอะไรที่เป็นสิ่งสำคัญในชีวิต แนวทางที่ MIT Media Lab ใช้คือการสร้าง “แฝดดิจิทัล” ให้ผู้ใช้งาน AI ได้คุยด้วย

“เราสร้างระบบที่ให้คนมาป้อนข้อมูลส่วนตัว และทำนายว่าในอนาคต หากตอนนี้เราอายุ 18 และทำพฤติกรรมแบบนี้ มีนิสัยแบบนี้ เราจะเป็นอย่างไรในอนาคต ตรงนี้เราได้แรงบันดาลใจมาจากโดราเอม่อน ที่พาโนบิตะไปดูอนาคตตัวเองและทำให้โนบิตะตั้งใจเรียน” คุณพัทน์กล่าว

ทีมวิจัยทดลองระบบดังกล่าวกับคนกว่า 190 ประเทศทั่วโลก พบว่า การสร้างระบบแบบนี้ เราสามารถเพิ่มให้คนคิดถึงไอเดียในระยะยาวได้มากขึ้น ไม่ใช่มองแค่เป้าหมายระยะสั้น รวมทั้งลดระดับความวิตกกังวล และอารมณ์ในเชิงลบอื่น ๆ ได้

  • ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์

คุณพัทน์เผยว่า MIT ได้มีการทดลองหาทางออกว่า ทำอย่างไรมนุษย์จึงจะเสพติด AI น้อยลง และไม่ให้มนุษย์ลืมความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์–มนุษย์ด้วยกันเอง ซึ่งการทดลองดังกล่าว MIT Media Lab ทำร่วมกับ OpenAI

งานวิจัยค้นพบว่า มีหลายปัจจัยที่สร้างผลกระทบต่อความสัมพันธ์ดังกล่าว และมาจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และ AI งานพบว่า AI อาจมีพฤติกรรมได้ทั้งเชิงลบและบวกต่อความสัมพันธ์ต่อมนุษย์ ดังนั้นเราไม่สามารถพูดถึง AI แค่ในมุมความถูกต้อง แต่ต้องศึกษาพฤติกรรมของมัน ซึ่งคุณพัทน์กล่าวว่า จะต้องศึกษาเพิ่มขึ้นให้ลึกลงไปอีก

5. AI กับความคิดสร้างสรรค์

ข้อนี้คุณพัทน์ยกตัวอย่างโครงการ Cyber Subin ที่ทำร่วมกับคุณพิเชษฐ กลั่นชื่น ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งเริ่มจากคำถามที่ว่า “จะทำอย่างไรให้ AI เดินทางไปสู่อนาคตได้?”

โปรเจกต์นี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างองค์ความรู้ท่ารำโขน และสร้างขึ้นเป็นเทคโนโลยีใหม่ ๆ เป็น AI ที่สร้างมาจากนาฏศิลป์ไทย และสร้างท่าเต้นใหม่ ๆ ที่มีพื้นฐานมาจากนาฏศิลป์ไทย

คุณพัทน์เน้นย้ำอีกครั้งว่า เป้าหมายของ AI ควรมากกว่าการเพิ่มผลผลิตและความถูกต้อง แต่ต้องพูดถึงเป้าหมายใหม่ ๆ ที่เสริมสร้างมนุษย์

“เราไม่ได้แค่ต้องการ AI ที่มีความเป็นมนุษย์ แต่เราต้องการสังคมที่มีความเป็นมนุษย์ด้วยเช่นกัน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...