โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แม่โวยลูกหมั้นมาเป็นปีไม่ได้แต่ง แม่ย่าสวนลูกสาวเธอสุดขี้เกียจ ขอส่งคืน

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 02 มิ.ย. 2568 เวลา 05.41 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. 2568 เวลา 05.41 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(2 มิ.ย. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.เอ๋ (นามสมมติ) อายุ 43 ปี ชาวอ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี เดินทางมาปรึกษากับผู้สื่อข่าวและเฮียเปี๊ยกช่วยด้วย ถึงกรณีอยากจะสู้คดีกรณีถูกญาติฝ่ายชายมาหมั้นลูกสาวตนเองแล้ว ถูกเบี้ยวงานแต่งเวลาผ่านมาเป็นปีจนถึงขณะนี้ยังไม่มีทีท่าจะแต่งแต่อย่างใด และที่เจ็บใจโดนแม่ย่าด่าว่าลูกสะใภ้ขี้เกียจมาเอาคืนไปได้เลย

น.ส.เอ๋ บอกว่า ลูกสาวฉัน น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 23 ปีจัดพิธีหมั้นกับนายเอก (นามสมมมติ) อายุ 23 ปีเช่นกัน จัดพิธีหมั้นตามประเพณีคนรักกัน เมื่อเดือน พ.ค. 67 หรือ 1 ปีที่ผ่าน มีผู้หลักผู้ใหญ่ของทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายมาเต็มบ้าน จัดขึ้นที่บ้านในอ.ทุ่งฝน ตกลงค่าสินสอดงานแต่ง 200,000 บาทแต่หมั้นเอาไว้ 50,000 บาท โดยงานหมั้นมีญาติๆ ของฝ่ายชายมาด้วยตกปากรับคำอีก 1 ปีจะแต่ง แต่วันนั้นแม่ของฝ่ายชายไม่มาด้วยอยู่ไต้หวันแต่รับรู้ทุกอย่างว่ามีงานหมั้นและจะแต่งอีก 1 ปี

จนถึงตอนนี้ผ่านมาเป็นปีก็ไม่เห็นมีงานแต่ง แต่ที่เจ็บใจคือแม่ย่าอ้างว่า ลูกสะใภ้ขี้เกียจ (ขี้คร้าน) ทำอาหารไม่เป็น มาเอาลูกสาวคืนไปเลย ทำให้ตนเองโมโห จะให้แม่ไปรับลูกสาวมาเขาคงไม่กลับมาแล้วเพราะผู้หญิงและผู้ชายเขารักกัน เขานอนด้วยกันแล้ว ลูกสาวฉันเสียหาย ตอนนี้สิ่งที่ต้องการลึกๆ ก็อยากให้เขาทั้งสองคนแต่งงานตามที่หมั้นเอาไว้ หรือทางแม่ฝ่ายชายจ่ายมาเพิ่ม 50,000-100,000 บาทมาผูกข้อต่อแขนเท่านั้นก็พอ แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากแม่ของฝ่ายชายเลย อ้างว่า พ่อป่วยยังไม่พร้อม และไม่เคยรับปากจะว่าแต่ง ให้เด็กๆ ไปหาเงินเอง ตอนนี้ลูกสาวตนเองก็ไปอยู่บ้านฝ่ายชายเป็นปีแล้ว

“ลูกสาวฉันไปอยู่กับผู้ชายเป็นปีตั้งแต่เรียนแล้ว โดนเขาคุม4 มีอะไรกันแล้วก็จะอยากเรียกร้องในส่วนของผู้หญิงเสียหายบ้าง และที่สำคัญหมั้นแล้วไม่มาแต่งเลย เป็นผู้ใหญ่คุยกันแล้วไม่น่าจะเบี้ยวแบบนี้” หัวอกคนเป็นแม่กล่าวด้วยความช้ำใจ

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งในอ.หนองหาน เพื่อฟังมุมของแม่ย่าเกิดอะไรขึ้นกับงานหมั้น โดยนางสงวน (นามสมมติ) แม่ฝ่ายชายให้สัมภาษณ์นักข่าว แต่เมื่อรู้ว่านักข่าวมาถามเรื่องงานหมั้นของลูกชายถึงกับเดือดทันที บอกว่า เรื่องนี้ใครเอาไปแจ้งนักข่าวมาถามเรื่องนี้ ไม่ต้องถามแม่นะ ให้ไปถามเด็กๆ นะ ว่าเขาเป็นยังไง แต่ฉันจะบอกว่า เด็กเขาอยู่ด้วยกันมา 2-3 ปีแล้ว ตั้งแต่เรียนอยู่ ผู้หญิงมาอยู่บ้านผู้ชาย เคยบอกให้กลับบ้านก็ไม่กลับ

จากนั้นญาติฝ่ายหญิงก็มาบอกให้ไปหมั้นไว้ซะ เพราะเขาอยู่ด้วยกัน เราก็ไม่ขัดไปหมั้นไว้ 50,000 บาท แต่ที่ว่ารับปากจะแต่งปีไหนอย่างไร ไม่เคยรับปาก เพราะเด็กๆ เขาบอกว่าเขาจะทำงานหาเงินมาแต่งกันเอง ไม่ได้กำหนดว่า 1 ปีอะไรทั้งนั้น แล้วแต่เด็กๆ และอีกอย่างฉันกลับมาจากไต้หวัน พ่อป่วยเป็นโรคหัวใจจึงไม่พร้อมจะแต่ง ขอดูแลพ่อก่อน

แม่ย่า บอกอีกว่า เรื่องแบบนี้ไม่ควรแจ้งนักข่าวมา อยากออกทีวีอะไรนักหนา อยากได้เงินสินสอดใช่ไหม แม่ฝ่ายหญิงลำบาก ทุกข์ยากขนาดนั้นเลยหรือ จะมาเรียกร้องค่าสินสอด เรายืนยันเราไม่ได้รับปากจะแต่งหลังหมั้น 1 ปีเราไม่เคยนัด ไม่เคยรับปากว่าจะแต่งตอนไหน เด็กๆ เขาจะไปหาเงินกันเอง คนเป็นดองกันไม่น่าจะมาทวงแบบนี้ อยากจะบอกว่า เงินพร้อมแต่งแต่จะมาพูดแบบนี้ไม่ชอบแล้ว อยากได้เงินหรือ เอาบัญชีมาจะโอนให้ แล้วเอาลูกสาวกลับไปด้วย จะเอาไหม และที่ผ่านมาแม่ฝ่ายหญิงโทรมาเอาเงินกับลูกทีละหมื่นสองหมื่น เอาเงินไปไม่เท่ากับเงินแต่งแล้วหรือ อย่าเป็นคนปลิ้นปล้อน อยากจะแต่งได้หน้าอยู่โรงแรมหรู โชว์ผัวฝรั่ง มาอีกทีเปลี่ยนใจไม่แต่งแล้ว โอนเงินมา แล้วก็เปลี่ยนใจจะแต่ง กลับไปกลับมาแบบนี้

ถ้าได้ผัวฝรั่งขนาดนั้นจะมาห่วงอะไรแค่เรื่องเงินสินสอดแบบนี้ อยากได้เงินสินสอด อยากได้หน้า เอาเงินไปทำจมูกทำใบหน้าโชว์ผัวฝรั่งหรือ โกรธมากเลยที่มาทวงค่าสินสอด ถ้าอยากได้มาหามาพูดคุยกันเลย จะโอนให้ ห้าหมื่นหรือหนึ่งแสนบาทให้จบกัน

ไหนบอกว่าได้ผัวฝรั่งจะมายุ่งยากอะไรกับเงินสินสอดกับลูกๆ ทุกข์ขนาดนั้นเลยหรือ ส่วนที่ตนเองว่าลูกสะใภ้ขี้เกียจ อันนี้เรื่องจริง ห้องก็รก ทำกับข้าวก็ไม่เป็น แถมแม่ฝ่ายหญิงเอาแมวมาเลี้ยง 4 ตัวขี้เต็มห้อง ไม่เก็บกวาดเลย และที่ฉันโกรธแม่ฝ่ายหญิงส่งข้อความมาด่าพวกฉันว่า เอาลูกฉันมาอยู่ด้วย หมั้นเอาไว้ พวกสูไม่มีปัญญาแต่งมาหมั้นไว้ทำไม มาอยู่ที่นี่ไม่มีอนาคต ฉันจะเอาลูกไปเรียนป.โทเป็นแอร์โฮเตสตั้งแต่ปีใหม่ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มาเอา และด่าฉันต่างๆ นาๆ ฉันมีคลิปหมด แม่ย่ากล่าวตอนท้ายอย่างเดือดโต้แม่ฝ่ายหญิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...