โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตรึงดีเซลไม่เกิน 33 บาท เล็งลดภาษีสรรพสามิตสู้ปมร้อนตะวันออกกลาง

The Better

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 00.06 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 10.20 น. • THE BETTER
พลังงานเดินหน้าดูราคาพลังงาน รับมือผลกระทบสงครามอิสราเอล-อิหร่าน ชี้กองทุนน้ำมันฯพยุงขายปลีกดีเซลไม่เกิน 33 บาท เตรียมหารือคลังขอลดภาษีสรรพสามิตเป็นแผนสำรอง ขณะค่าไฟพยุงไว้ที่ 3.99 บาท

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลัง ร่วมประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 5/2568 ที่มีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่กระทรวงพลังงาน ว่า นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานปรับปรุงโครงสร้างพลังงานให้มีความมั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืน เพื่อช่วยเหลือลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งขอให้ติดตามสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิหร่านและอิสราเอลอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้การดูแลราคาน้ำมันยังใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการบริหารราคาขายปลีก โดยดีเซลจะพยายามตรึงราคาไม่ให้เกินลิตรละ 33 บาทจากขณะนี้อยู่ที่ลิตรละ 32 บาท ซึ่งยังสามารถดูแลการปรับราคาน้ำมันดิบดูไบได้อีก 4-5 เหรียญสหรัฐต่อลาร์ต่อบาร์เรล หรือประมาณ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่หากเกิดเหตุการณ์ในตะวันออกกลางที่รุนแรงกว่านี้ ก็เตรียมหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อนำมาตรการภาษีสรรพสามิตมาช่วยตรึงราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ ส่วนปริมาณสำรองน้ำมันยังมีเพียงพอในช่วง 2 เดือน และจะหารือขอความร่วมมือกับผู้ค้ามาตรา 7 เพื่อขอปรับเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันมากกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นกรณีพิเศษ

สำหรับการดูแลอัตราค่าไฟฟ้างวดสุดท้ายของปีให้อยู่ในอัตราไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย ก่อนหน้านี้กระทรวงพลังงานได้หารือกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) วางแนวทางในการดูแลค่าไฟหว้ 4-5 แนวทาง และจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในสัปดาห์หน้า ซึ่งต้องยอมรับว่าปัญหาในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า โดยราคาปรับขึ้นมาจาก 11 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู มาอยู่ที่ 13 เหรียญสหรัฐ ประกอบกับหลายประเทศเริ่มสำรอง LNG ไว้ใช้ในช่วงฤดูหนาว อาจทำให้ราคาปรับสูงขึ้นและส่งผลค่าไฟฟ้าได้

อย่างไรก็ตามกระทรวงพลังงาน ได้รายงานนายกรัฐมนตรี ถึงมาตรการส่งเสริมให้บ้านอยู่อาศัยติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ขนาดไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ โดยสามารถนำค่าติดตั้งมาเป็นส่วนลดหย่อนของภาษีเงินได้ เหมือนกับการซื้อประกันชีวิต โดยได้หารือกับกระทรวงการคลังเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดต่างๆ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป คาดจะสามารถเริ่มใช้ได้ภายในปีนี้

นายประเสริฐ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้รายงานสถานการณ์ด้านพลังงาน ซึ่งในปีที่ผ่านมา มีการนำเข้าและมีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยมีการนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 93% เมื่อเทียบกับความต้องการใช้ภายในประเทศ และมีการใช้ไฟฟ้า 2.1 แสนล้านหน่วย หรือเพิ่มขึ้นกว่า 5% และความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดหรือ Peak อยู่ที่ 36,792 เมกะวัตต์หรือเพิ่มขึ้นถึง 5% นอกจากนั้น ในส่วนของภารกิจสำคัญของกระทรวงพลังงาน ได้นำเสนอการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ทั้งการบริหารจัดการเพื่อลดค่าไฟฟ้า ซึ่งตลอดปี 2567 จนถึงปัจจุบัน อัตราค่าไฟฟ้าก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ส่วนค่าน้ำมัน กระทรวงพลังงานก็ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยในยามที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีราคาสูง และบริหารจัดการจนสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากมีหนี้กว่า 120,000 ล้านบาทในปีที่แล้ว จนปัจจุบันเหลืออยู่ที่ประมาณ 36,200 ล้านบาท รวมทั้งยังมีการตรึงราคาก๊าซหุงต้มหรือ LPG และ NGV ซึ่งเป็นต้นทุนในการประกอบอาชีพของประชาชน
ขณะเดียวกันยังได้เร่งขับเคลื่อน “เศรษฐกิจสีเขียว” ด้านพลังงานที่ครอบคลุมทั้งการใช้และการจัดหา โดยในด้านการใช้ ได้เริ่มต้นการส่งเสริมการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งทำให้ปีที่ผ่านมา สามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้มากกว่า 110 ล้านหน่วย และลดการใช้น้ำมันได้กว่า 4 ล้านลิตร การส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เช่น ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ เตาชีวมวล ส่วนในด้านการจัดหา ได้เร่งพัฒนากฎหมาย กฎระเบียบ มาตรฐาน และลดขั้นตอนการขออนุญาตเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและเอกชน สามารถเข้าถึงและให้เกิดการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ หรือ Solar Rooftop รวมทั้งการเปิดประมูลสัมปทานขุดเจาะแหล่งปิโตรเลียมทั้งพื้นที่บนบกและในทะเล และการพิจารณาความเป็นไปได้ของการจัดหา LNG จากแหล่งอะแลสกา ซึ่งเป็นแหล่งทางเลือกที่มียเด
ในด้านสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมา ก็ได้ร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรุงเทพมหานคร ในการร่วมกันลดฝุ่น PM2.5 และในอนาคตก็ได้วางแผนการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า SMR (โรงไฟฟ้าจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก) การส่งเสริมการใช้น้ำมัน SAF ในอุตสาหกรรมการบิน โดยร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) กระทรวงอุตสาหกรรม และ กระทรวงการคลัง ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานพลังงานไฮโดรเจน ซึ่งเป็นเทรนด์โลกที่กำลังจะมา รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากแหล่งปิโตรเลียมให้เป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CCS
ส่วนการบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายระหว่างกระทรวงพลังงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการหารือในที่ประชุมที่สำคัญ อาทิ การขอเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ด้านปิโตรเลียม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ กรมศิลปากร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม การส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชื้อเพลิงชีวภาพในภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม การส่งเสริมการใช้ Solar Rooftop หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กระทรวงการคลัง กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ และการดักจับและกักเก็บคาร์บอน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทกศาสตร์ กรมเจ้าท่า เป็นต้น
“วันนี้ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นเจ้าภาพในการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในการประชุม กระทรวงพลังงานก็ได้นำเสนอภารกิจ ผลงานที่สำคัญ และแผนงานในอนาคตที่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานราชการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน ยังคงมุ่งเน้น 3 เสาหลักสำคัญในการดำเนินนโยบายด้านพลังงาน ได้แก่ 1. ความมั่นคงทางพลังงาน โดยภาคการผลิตและการใช้ต้องมีความมั่นคง เร่งจัดหาแหล่งพลังงานราคาถูกเพิ่มขึ้น 2. พลังงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าสีเขียวเพื่อดึงดูดให้ต่างชาติหันมาลงทุนตั้งโรงงานและ Data Center ในประเทศ 3. พลังงานคาร์บอนต่ำ ส่งเสริมการผลิตพลังงานสะอาด ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานทั้งภาคประชาชนและภาคอุตสาหกรรม การกำหนดมาตรฐานต่างๆ ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่กระทรวงพลังงานให้ความสำคัญ และคาดว่าจะได้รับความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี

นอกจากนั้นในปีหน้า ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ Gastech 2026 ซึ่งเป็นการประชุมและแสดงนิทรรศการด้านก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะจัดในเดือนกันยายน 2569 คาดว่าจะสร้างรายได้เข้าประเทศได้กว่า 4,100 ล้านบาท ส่วนในเรื่องของการสู้รบระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กระทรวงพลังงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดรวมทั้งสั่งการให้มีการปรับปรุงโครงสร้างราคาพลังงานให้มีความมั่นคง เป็นธรรม และยั่งยืน ซึ่งกระทรวงพลังงานพร้อมดูแลทั้งมิติด้านราคาไม่ให้ส่งผลกระทบกับประชาชนโดยอาศัยกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการรักษาเสถียรภาพ และมิติด้านความมั่นคง ก็ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปริมาณสำรองน้ำมันให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และพร้อมปรับปรุงโครงสร้างพลังงานให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป” นายประเสริฐ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...