นครพนม บุกจับเจ้าสำนักสงฆ์พร้อมอุปกรณ์เสพ บวชมากว่า 10 พรรษาตบะแตกเพราะติดยาบ้า
นครพนม ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง อ.นาแก สนธิกำลัง ตร. ในพื้นที่ บุกจับเจ้าสำนักสงฆ์พร้อมอุปกรณ์เสพ บวชมากว่า 10 พรรษาตบะแตกเพราะติดยาบ้า นำเงินที่ญาติโยมถวายไปซื้อ วางแผนรวบฆราวาสอีกราย
สืบเนื่องจาก นายอิศรา โพธิ์เงิน นายอำเภอนาแก ได้รับการร้องเรียนจากญาติโยมบ้านต้นผึ้ง หมู่ 9 ต.นาแก อ.นาแก จ.นครพนม ว่า พระบุญส่ง ปัญญาวโร (ชาเรืองเดช) หรือพระอาจารย์โจ้ อายุ 36 ปี เจ้าสำนักสงฆ์บ้านต้นผึ้ง มีพฤติกรรมเสพยาบ้า โดยมีผู้พบเห็นขณะนั่งเสพอยู่ในกุฏิ จึงสั่งการให้นายคณินทร์ ผมงาม ปลัดอำเภอ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทราบว่าสำนักสงฆ์แห่งนี้อยู่ท้ายหมู่บ้าน มีพระจำพรรษาจำนวน 3 รูป กุฏิแต่ละหลังปลูกเว้นระยะห่างพอสมควร
ต่อมาวันที่ 18 มิถุนายน 2568 เวลาประมาณเที่ยง ปลัดมือปราบพร้อมด้วยตำรวจสายตรวจ สภ.นาแก จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) เดินทางไปยังสำนักสงฆ์ดังกล่าว พบพระบุญส่งเจ้าสำนักอยู่บริเวณนั้น ก่อนแจ้งวัตถุประสงค์ตามที่มีการร้องเรียน และเข้าไปตรวจค้นภายในกุฎิ เมื่อเจ้าหน้าเปิดประตูกุฏิเข้าไปก็เห็นภาพที่รกรุงรัง มีสิ่งของต่างๆวางกระจัดกระจายเกะกะจนแทบไม่มีทางเดิน และได้พบยาบ้าวางอยู่บนโต๊ะ 1 เม็ด โดยซ่อนอยู่ในหลอดพลาสติก รวมทั้งเจออุปกรณ์ที่ใช้เสพด้วย เบื้องต้นพระบุญส่งไม่ยอมรับอ้างไม่ทราบเป็นของใคร ปลัดคณินทร์จึงนิมนต์พระที่จำพรรษาทั้ง 3 รูปไปตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะที่ รพ.นาแก พบว่ามีพระบุญส่งรูปเดียวฉี่เป็นสีม่วง จึงจำนวนด้วยหลักฐาน ยอมว่ายาบ้าที่พบนั้นเป็นของตนจริง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปให้พระบวรโพธิวัฒน์ เจ้าคณะอำเภอนาแกสึกจากการเป็นพระ พร้อมนำตัวไปสอบสวนขยายผล
ทิดโจ้อดีตเจ้าสำนักให้การว่า ยาบ้าที่พบในกุฏิมีนายศุภชัย เชื้อตาแสง หรือกระต่าย อายุประมาณ 30 ปี เป็นชาวบ้านที่อยู่ละแวกเดียวกันกับสำนักสงฆ์นำมาแบ่งให้เสพ โดยนำเงินจากญาติโยมที่ใส่ซองถวายปัจจัยไปซื้อ ก่อนถูกจับกุมหลังฉันภัตตาหารเช้าแล้ว ก็เข้าไปเสพยาบ้ามา 2 เม็ด ที่เหลือจนกลายเป็นหลักฐาน 1 เม็ดกะว่าจะเสพตอนเย็น พร้อมเล่าว่าบวชมานานกว่า 10 พรรษาจนได้เป็นเจ้าสำนักสงฆ์ มาตบะแตกเพราะเสพยาบ้า หลังทราบข้อมูลเจ้าหน้าที่จึงให้นายโจ้หรือทิดโจ้ โทรศัพท์บอกให้นายกระต่ายเพื่อนซี้เอายาบ้ามาส่งอีกครั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งแอบซุ่มอยู่รอบๆสำนักสงฆ์
ไม่ถึง 20 นาทีนายกระต่ายก็ขับรถยนต์ปิกอัพสีขาว เข้ามายังบริเวณสำนักสงฆ์ นายคณินทร์ปลัดอำเภอจึงได้แสดงตัวขอตรวจค้น ทีแรกค้นตามตัวไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่เห็นนายกระต่ายสวมรองเท้าแตะใส่ถุงเท้าสีดำ จึงให้ผู้ต้องสงสัยถอดถุงเท้าออก ปรากฏว่าที่ถุงเท้าด้านขวามีถุงพลาสติกแบบเปิดปิดติดมาด้วย ภายในมียาบ้าอยู่ 6 เม็ด ซึ่งนายศุภชัยหรือกระต่ายอ้างว่า ได้ซื้อยาบ้ามาจากวัยรุ่นแถวบ้านแก้งน้อย ต.นาแก ซึ่งเป็นหมู่บ้านติดกันในราคาเม็ดละ 50 บาท โดยอดีตพระโจ้เป็นคนจ่ายเงินให้ไปซื้อมาแบ่งกันเสพ จากนั้นได้นำตัวอย่างปัสสาวะส่งตรวจที่ รพ.นาแก ผลตรวจปรากฏเป็นฉี่สีม่วง ยืนยันว่ามีสารเสพติดในร่างกายจริง
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทั้งสองคน ทราบว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, เสพยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาแก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป