โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘อนุฯ กมธ.กฎหมาย’ จี้รัฐบาลแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ‘กัมพูชา’ ภาคเกษตรในจ.สระแก้ว

เดลินิวส์

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 14.04 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 06.55 น. • เดลินิวส์
‘อนุฯ กมธ.กฎหมาย’ เร่งรัฐบาลแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ‘กัมพูชา’ ภาคเกษตรใน จ.สระแก้ว เผยผลลงพื้นที่พบปัญหาเศรษฐกิจซบเซา วอนรัฐบาลเร่งจบปัญหาข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ให้เร็วที่สุด

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่รัฐสภา นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาปัญหาและมาตรการทางกฎหมาย ในการควบคุมการทำงานของคนต่างด้าว ในคณะ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน แถลงผลการศึกษาปัญหาและมาตรการทางกฎหมาย ในการควบคุมการทำงานของคนต่างด้าว ว่า คณะ อนุ กมธ. มีภารกิจในการรวบรวม กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคในการควบคุมการทำงานของคนต่างด้าว เพื่อแก้ไขให้ทันสมัย และเสนอรายงานต่อรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้เชิญหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลข้อคิดเห็น จำนวน 7 ครั้ง และได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 18-19 ก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อขอความเห็นและรับทราบปัญหาแรงงานชายแดนในพื้นที่ จ.สระแก้ว

นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า โดยมีการพบปะหารือกับส่วนราชการ จ.สระแก้ว ภาคเอกชน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งได้รวบรวมข้อมูลเป็นข้อเสนอแก้ปัญหาการปิดด่านพรมแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว ดังนี้ 1.ขอให้รัฐบาลแก้ปัญหาขาดแรงงานกัมพูชาภาคเกษตร ในช่วงประมาณเดือน ส.ค. ต้องการแรงงานชาวกัมพูชา จำนวน 5,000 คน เพื่อเก็บลำไยในพื้นที่ จ.สระแก้ว และช่วงฤดูการเก็บเกี่ยวอ้อย ต้องการแรงงานชาวกัมพูชาจำนวน 10,000 คน ซึ่งปัญหาดังกล่าว จ.สระแก้ว ขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา โดยการเปิดด่านให้แรงงานชาวกัมพูชา เข้ามาเพื่อเก็บผลผลิตการเกษตร หรือกำหนดมาตรการอื่น ๆ ของแรงงานฯ ประมาณ 15,000 คน ที่ จ.สระแก้ว ต้องการ 2.เสนอผ่อนปรนคำสั่งปิดด่าน พื้นที่ที่ไม่มีความขัดแย้งหรือสู้รบ เช่น จ.สระแก้ว เสนอให้รัฐบาลพิจารณารายจังหวัด และแต่ละด่าน เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจการค้าชายแดนที่ซบเชา

นายณัฏฐ์ชนน กล่าวต่ออีกว่า 3.สถานการณ์ปัจจุบันด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในส่วนด่านชายแดนปิดสนิทห้ามเข้าออก ตามคำสั่งกองทัพภาคที่ 1 ทั้งนี้ที่ผ่านมามีผู้ผ่านแดนวันละ 18,000 คน แบ่งเป็นคนกัมพูชาจำนวน 10,000 คน และคนไทยจำนวน 8,000 คน ซึ่งภายหลังจากประกาศปิดด่าน มีผู้ผ่านแดนหลักร้อยคน เป็นคนไทยจากประเทศกัมพูชากลับประเทศไทย และคนกัมพูชาจากประเทศไทยกลับประเทศกัมพูชา ซึ่งบุคคล 2 กลุ่ม เมื่อกลับประเทศไม่สามารถกลับออกมาได้อีก โดยนักเรียนสามารถผ่านด่านได้ทั้ง 2 ประเทศนักเรียนจากฝั่งประเทศไทย ข้ามไปเรียนฝั่งกัมพูชาวันละประมาณ 700 คน และนักเรียนฝั่งประเทศกัมพูชา ข้ามมาเรียนฝั่งประเทศไทย 5-7 คน จึงเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจเป็นอย่างมาก เพราะลูกชาวกัมพูชาที่มาประกอบอาชีพฝั่งไทย เดินทางกลับไปเพื่อเรียนที่กัมพูชา เพราะฝั่งประเทศกัมพูชา มีโรงเรียนดีๆ กว่าฝั่งประเทศไทย เช่น โรงเรียนนานาชาติ

นายณัฏฐ์ชนน กล่าวต่อไปว่า 4.มีการอนุญาตให้ผู้ป่วยสามารถผ่านแดนได้ทั้ง 2 ประเทศ ตามหลักมนุษยธรรม แต่ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานของทั้ง 2 ประเทศ พิจารณา 5.บรรยากาศการค้าขายเศรษฐกิจซบเซาอย่างมาก โดยเฉพาะฝั่งไทยไม่สามารถนำสินค้าเข้าออกได้ทุกกรณี 6.จากการประเมินตัวเลขการค้าประเทศไทยเสียดุลการค้ากัมพูชา เดือนละประมาณ 10,000 ล้านบาท จากด่านใน จ.สระแก้ว

นายณัฏฐ์ชนน กล่าวต่อไปว่า ดังนั้น จากข้อมูลในการลงพื้นที่ จ.สระแก้ว คณะอนุ กมธ. ขอให้รัฐบาล เร่งแก้ปัญหาข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ให้เร็วที่สุด ขอให้รัฐบาลผ่อนปรนชายแดนที่ไม่มีปัญหา และเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานชาวกัมพูชา ภาคบริการและภาคเกษตรรุนแรง ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วน อย่างไรก็ตามในนาม กมธ. ขอให้ปัญหาข้อขัดแย้งทั้ง 2 ประเทศ เรื่องดินแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ยุติโดยเร็ว เราทั้ง 2 ประเทศไม่สามารถยกประเทศหนีได้ ไม่ต้องการเห็นการสู้รบที่ทำให้เกิดสูญเสียชีวิตทั้ง 2 ฝ่าย ปัญหาเศรษฐกิจ ทำลายการค้าระหว่างประเทศของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งรัฐบาลจะต้องยึดผลประโยชน์ของชาติ ประชาชน เป็นสิ่งสำคัญ สุดท้ายขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยความรักความปรารถนาดี.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...