โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จตุพร บุรุษพัฒน์ จาก ขรก. สู่ รมว.พาณิชย์ นักการเมืองเต็มตัว

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 03.03 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 03.03 น.
จตุพร บุรุษพัฒน์

นับเป็นความท้าทายในการทำงานภายใต้สถานการณ์โลก เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ที่ถือว่าเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะต้องสนับสนุนช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ผู้ประกอบการ ให้สามารถรับมือกับปัญหาและอุปสรรคทางการค้า โดยเฉพาะในภาวะความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitic) การกีดกันทางการค้าที่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ

ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้ที่ผันตัวจากข้าราชการ ตำแหน่งสุดท้าย คือ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าสู่บทบาทนักการเมืองเต็มตัว ในฐานะรัฐมนตรีใหม่ถอดด้าม

ปรับตัวรับหน้าที่ใหม่

ผมรับราชการมา 30-40 ปี โดยปี 2568 เหลือระยะเวลา 2 เดือนก็จะเกษียณแล้ว ซึ่งการตัดสินใจลาออกเพื่อทำงานการเมือง ก็ยังรู้สึกถึงความเป็นข้าราชการ ยังมีความผูกพันอยู่ แต่ก็คิดอย่างเดียวว่า การทำงานยังเหมือนกัน เพียงแต่ปรับจากการเป็นข้าราชการ ผู้ปฏิบัติ มาเป็นผู้มอบนโยบาย จะทำอย่างไรให้สามารถทำงานให้ได้ เพื่อช่วยเหลือประชาชน ที่ต้องการความหวังและต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง โดยรัฐบาลชุดนี้ก็มีความตั้งใจเป็นอย่างมาก

“การปรับตัวกับการทำใหม่ มองว่าไม่ต้องปรับอะไรมาก อาจจะต้องทำงานหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ และผมมีอะไรที่หลายอย่างอยากจะทำ เพื่อดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ผมถือแนวคิดการทำงาน เน้นกฎ กติกา มารยาท ถูกต้องสอดคล้อง เหมาะสม เพราะไม่ว่าจะทำงานภายใต้ระบบราชการหรือระบอบการเมือง หากยึดหลักการทำงานแบบนี้ก็เชื่อว่าไม่มีปัญหา เป็นสิ่งที่ผมยึดถือในการทำงานที่ผ่านมา”

ขณะที่รูปแบบการทำงาน หากเปรียบเทียบจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาเป็นกระทรวงพาณิชย์ ก็อาจจะไม่ตรงกันทีเดียว แต่ใจความสำคัญหลักคือ ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความสุข และนำนโยบายของรัฐบาลมาปฏิบัติให้ได้ โดยหากเปรียบเทียบกระทรวงทรัพยากรฯดูแลในเรื่องดิน ฟ้า อากาศ สิ่งแวดล้อม ก็เป็นอีกมุมมอง ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ ก็จะดูแลเรื่องของปากท้องประชาชน แต่อย่างไรพื้นฐานก็เกิดจากทรัพยากร หากเข้าใจก็สามารถดูแลกระบวนการผลิตต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพได้

“ประเทศไทยมีพื้นที่ 320 ล้านไร่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม 100 กว่าล้านไร่ จำเป็นจะต้องมีระบบการจัดงานที่ดี ระบบน้ำ เพราะหากเข้าใจระบบก็สามารถนำไปสู่ปลายน้ำ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ถือว่าเป็นส่วนในการดูแลที่จะสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งผมมีแนวคิดที่จะหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกันปรับกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ โดยจะไม่ทำเหมือนเดิม จะมีการปรับกระบวนการผลิต ดูเรื่องปุ๋ย เรื่องตลาด ความต้องการสินค้า ผลิตให้ตรงกับตลาด เพราะถ้าสินค้าเยอะ ไม่มีตลาดรองรับก็จะกระทบกับเกษตรกร

โดยเฉพาะเกิดปัญหาด้านราคา รัฐต้องหางบฯเข้ามาสนับสนุนช่วยเหลือ ดังนั้นการเข้ามาดูแลระบบ จึงเป็นเรื่องโอกาสที่จะดูแลและปรับทั้งโครงสร้าง ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายและคิดเห็นตรงกัน”

เน้นภารกิจดูแลราคาสินค้า

ภารกิจสำคัญเร่งด่วน หนึ่งในนั้นคือ การสนับสนุนทีมไทยแลนด์ ในการเดินหน้าเจรจาอัตราภาษีสินค้านำเข้ากับสหรัฐ ที่พร้อมจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ อีกภารกิจสำคัญ คือ การดูแลปากท้องพี่น้องประชาชน โดยการกระจายสินค้าให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าราคาถูก โดยกระจายผ่านธงฟ้า รถโมบายธงฟ้า เป็นต้น แต่ก็ต้องดูผู้ประกอบการขนาดเล็กไม่ให้รับผลกระทบด้วย

“ผมได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการในการตรึงราคาสินค้า ขณะเดียวกันการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนก็มีส่วนสำคัญ โดยการเข้าไปดูแลลดรายจ่าย เป็นเป้าหมายที่จะต้องเดินหน้าให้เห็นเป็นรูปธรรม”

ส่วนการส่งเสริมการขายและทำตลาดต่างประเทศ หน่วยงานที่อยู่ภายใต้กระทรวงพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นพาณิชย์จังหวัด สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ หรือทูตพาณิชย์ ซึ่งมีความจำเป็นจะต้องเข้ามาร่วมมือในการหาตลาด หาสินค้าที่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค

“ปีนี้เป็นปีที่ดี ผลผลิตโดยเฉพาะผลไม้ออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็ใกล้จะถึงช่วงฤดูผลผลิตลำไยที่จะออกตลาด ก็จำเป็นจะต้องเข้าไปติดตามดูแล หาช่องทางการระบายเพื่อไม่ให้สินค้าล้นตลาด หรือทำให้สินค้าราคาตก ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เองก็ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน ในการเข้ามารับซื้อและระบายสินค้าออกสู่ตลาด เพื่อยังให้เกษตรกรสามารถขายและมีรายได้เข้ากระเป๋าได้ ซึ่งผมก็มีโครงการไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย ที่จะเป็นแนวคิดที่จะเข้ามาดูแลช่วยเหลือสินค้าเกษตรกรภายในประเทศ”

ทำ “แซนด์บอกซ์” สินค้าเกษตร

การดำเนินการดูแลจัดการทั้งระบบ อาจจะต้องเข้าสู่กระบวนการปรับความคิด เพราะที่ผ่านมาต้นทุนการเพาะปลูกสูง ปุ๋ยมีราคาแพง กระทรวงพาณิชย์ก็ต้องเข้าไปดูแลชดเชยใช้งบประมาณเข้าช่วยเหลือ ซึ่งดำเนินการอย่างนี้มาตลอด แต่ไม่ได้เคยดูตั้งแต่ต้นน้ำ ว่ากระบวนการผลิตต้นทุนที่สูงขึ้น ทำไมไม่เข้าไปดูแล ซึ่งก็ได้รับรายงานว่าติดปัญหาเรื่องของโครงสร้างราคา ผมก็ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายใน เข้าไปจัดการดูแลเพื่อให้ต้นทุนการผลิตลดลง เพื่อให้เกษตรกรยังพอมีกำไร ขณะที่ปลายทาง คือ การดูแลการจำหน่ายหาตลาดใหม่ ก็ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาช่องทาง

“ถึงเวลาเราอาจจะต้องเข้ามาปฏิรูประบบการผลิตสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ข้าว มันสำปะหลัง โดยเฉพาะการเพิ่มคุณภาพของสินค้า ไม่ว่าจะเป็นยีลด์ พันธุ์ เพื่อทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรไทยมีคุณภาพมากขึ้น”

ทั้งนี้ มีแนวคิดจะทำ “แซนด์บอกซ์” โดยเอาสินค้าเป็นตัวนำในการดำเนินการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาพื้นที่และสินค้าที่เหมาะสม เพื่อให้เป็นต้นแบบในการยกระดับและดูแลสินค้าเกษตรไทย อาจจะลดการเพาะปลูกสินค้าบางชนิด เช่น ลดการปลูกข้าว และปลูกสินค้าแชมเปี้ยนที่จะสร้างรายได้ให้กับประเทศในระยะ 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และอาจจะมีหน่วยงานอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คาดว่าจะเห็นเป็นรูปธรรมภายใน 1 เดือน

เร่ง FTA เพิ่มช่องทางส่งออก

ส่วนด้านการส่งออก ต้องยอมรับว่ามีปัจจัยหลายอย่างเข้ามากระทบ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยภายนอกประเทศที่ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งผมก็ได้คุยร่วมกับทีมงานกระทรวงพาณิชย์ เราจำเป็นจะต้องพยายามเพิ่มช่องทางการส่งออกให้มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดใหม่ ซึ่งก็เป็น KPI หนึ่งที่จะวัดการทำงานของทูตพาณิชย์ที่อยู่ทั่วโลก ถือว่าเป็นเรื่องท้าทายที่เราจะต้องทำให้ได้ ขณะที่การเดินหน้าเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กรมเจรจาการค้าต่างประเทศก็จำเป็นที่จะต้องเร่งเดินหน้าผลักดันกรอบเจรจาต่าง ๆ ให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น

หวังปัญหาไทย-กัมพูชายุติโดยเร็ว

การติดตามดูแลปัญหาการค้าชายแดน โดยเฉพาะการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดด่าน ซึ่งเราก็ได้มีการร่วมหารือกับภาคเอกชนและลงพื้นที่ไปติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด การขนส่งสินค้าจำเป็นจะต้องหาวิธีการใหม่ เช่น ใช้การขนส่งทางอากาศ ขนส่งทางเรือ เพื่อยังให้สามารถส่งออกได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งก็เป็นปัญหาที่เอกชนเองจะต้องรับมือและแก้ไข

“ตอนนี้ผมได้มีการเข้าไปพูดคุยหารือกับภาคขนส่ง ซึ่งก็พบว่าเป็นเรื่องยาก แต่ละเส้นทางล้วนมีปัญหาและต้นทุนที่ต่างกัน ดังนั้น ค่าขนส่งยังเป็นอุปสรรคในการส่งออกสินค้า อย่างไรก็ตาม คาดหวังว่าทั้งสองประเทศจะสามารถหาทางออกร่วมกันได้ เพื่อที่จะสามารถเปิดด่านชายแดนให้การค้ากลับมาเป็นปกติโดยเร็ว”

ไม่ห่วงเสถียรภาพการเมือง

โดยส่วนตัวไม่อยากให้มองว่า เสถียรภาพทางการเมืองจะเป็นอุปสรรคในการทำงาน ผมคิดอยู่เสมอว่า เราจะทำงานอย่างเต็มที่ โดยยังให้ความสำคัญกับประชาชนที่ยังคงคาดหวังการทำงานของรัฐบาล และพร้อมที่จะรับฟังปัญหาโดยไม่คาดหวังการชื่นชม

“ผมไม่หนักใจและชอบความท้าทายที่จะได้มีโอกาสแสดงผลงานกับความยากในการทำงานที่เป็นอยู่ในตอนนี้ พร้อมที่จะตอบสนองความต้องการให้กับประชาชน ซึ่งตอนนี้ผมก็ถือว่าเป็นนักการเมืองเต็มตัวที่จะเข้ามาดูแลประชาชน”

อยากจะให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่า กระทรวงพาณิชย์ทำงานเป็นทีม ผมพร้อมที่จะปลุกใจข้าราชการให้เดินหน้าทำงาน ผมถือว่าเป็นข้าราชการมาก่อน จึงเข้าใจระบบการทำงานอย่างดี และเห็นถึงความสำคัญกับทุกฝ่าย ทุกคนพร้อมที่จะเปิดใจ เป็นหนึ่งเดียวในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จตุพร บุรุษพัฒน์ จาก ขรก. สู่ รมว.พาณิชย์ นักการเมืองเต็มตัว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...