ปราสาทตาควาย มรดกศิลาแลง สู่พิพาทชายแดน
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียด บริเวณชายแดนไทยและกัมพูชา โดยล่าสุดมีเหตุการณ์ปะทะที่เริ่มขึ้นจากฝั่งกัมพูชา ส่งผลให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเริ่มขึ้นจาก “ความไม่ชัดเจน” วันนี้“อีจัน” จะพาทุกคนไปทำความรู้จัก “ปราสาทตาควาย” 1 ในพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ตกเป็นข้อพิพาทสำคัญของไทยและกัมพูชา จนนำไปสู่ความรุนแรง ณ ขณะนี้
สำหรับ “ปราสาทตาควาย” ถือเป็นโบราณสถานเดี่ยว ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนไทย–กัมพูชา ในเขตบ้านไทยนิยมพัฒนา หมู่ 17 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ตั้งทางด้านทิศตะวันออกห่างจากปราสาทตาเมือนธมเพียง 12 กิโลเมตร ถูกสร้างด้วยหินทรายและศิลาแลง ลักษณะผังเป็นรูปกากบาท หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีองค์ปรางค์หลักมีหลังคาซ้อน 5 ชั้น ฐานก่อด้วยศิลาแลง ส่วนตัวปรางค์เป็นหินทราย มีมุขยื่นออกทั้ง 4 ด้าน โดยด้านทิศตะวันออกยาวที่สุด
ภายในห้องครรภคฤหะ ซึ่งเป็นห้องกลางของปราสาท ยังพบแท่งหินธรรมชาติที่เชื่อว่าเป็น “สวยัมภูลึงค์” หรือศิวลึงค์ตามคติความเชื่อพราหมณ์ จึงคาดว่าปราสาทแห่งนี้ อาจถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นศาสนสถานบูชาพระศิวะในศาสนาฮินดู จากการศึกษาของนักโบราณคดี คาดว่าปราสาทตาควายสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16–18 หรือราว 800–900 ปีก่อน ตรงกับช่วงปลายสมัยนครวัดถึงต้นสมัยบายน ในยุครุ่งเรืองของอาณาจักรขอม ภายใต้รัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีจารึกหรือรูปสลักประดับที่ช่วยระบุอายุแน่ชัด แต่ปราสาทแห่งนี้ก็ถือเป็นหลักฐานสำคัญของความเชื่อ ความศรัทธา และความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมของผู้คนในภูมิภาคนี้ที่ไม่แบ่งแยกพรมแดน
ทั้งนี้ ปราสาทตาควาย กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง จากกรณีที่รัฐบาลกัมพูชา ประกาศยื่นคำร้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เพื่อให้ตัดสินข้อพิพาทเกี่ยวกับพื้นที่ชายแดน 4 จุดกับประเทศไทย ได้แก่ ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาเมือนโต๊ด, สามเหลี่ยมมรกต (ช่องบก) และปราสาทตาควาย ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 15 มิถุนายน หรือครบรอบ 63 ปีที่ศาลโลกตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา โดยกัมพูชา ตัดสินใจยื่นครั้งนี้เพื่อหาข้อยุติในแนวทางสันติภาพและตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
และด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศสั่นคลอนเรื่อยมา กระทั่งล่าสุดทั้งไทยและกัมพูชา ประกาศลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกัน และเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดน จ.สุรินทร์
ขอบคุณข้อมูล : ศิลปวัฒนธรรม